
ตามรอย 5 สถานที่สายมู สู้ศึกเลือกตั้ง 2566 ไม่ได้ด้วยคะแนน ก็ต้องได้ด้วยมูฯ
กลับมาคึกคักกันอีกครั้ง หลังจากประชาชนอย่างเราเซ็ง ๆ กันมาร่วม 8 ปี กับคนการเมืองที่ยังวนเวียนอยู่กับอำนาจเดิมๆ เมื่อเวลาเดินทางมาถึงเดือนเมษายน แสงสว่างปลายอุโมงค์ของการเมืองใหม่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งในการเลือกตั้งที่จะมาถึงในเดือนพฤษภาคม แต่ละพรรคต่างเปิดตัวผู้สมัคร เปิดตัวนโยบาย และแนวคิดทางการเมืองหลายรูปแบบที่น่าสนใจเต็มไปหมด
เมื่อวานนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่การเมืองคึกคักเป็นอย่างมาก แต่ละพรรคการเมืองต่างนำทัพเข้าสู่การสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบแบ่งเขต ของกรุงเทพมหานคร ทั้ง 33 เขต ที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ตั้งแต่รุ่งเช้าของเมื่อวานนี้กันอย่างคับคั่ง ซึ่งภายหลังการเบิกทางเข้าสู่สนามเลือกตั้งครั้งนี้ แต่ละพรรคก็รีบเดินทางหาเสียงให้ตัวเองอย่างแข็งขัน
ทว่าหาใช่การหาเสียงกับมนุษย์ แต่เป็นการหาเสียงกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์
เพราะหลังจากว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม. ของแต่ละพรรคได้หมายเลขเป็นที่เรียบร้อย พวกเขาก็เฮโลไปกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เอาฤกษ์เอาชัยกันชนิดที่เรียกว่าแทบจะต่อแถวกันขอพรเลยทีเดียว The Modernist เลยขอเก็บตกสถานที่สายมู ที่แต่ละพรรคไปสักการะมาฝากกัน เผื่อหลังเลือกตั้งผลออกมาว่าพรรคไหนได้ ก็อาจแปลว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นๆ ขลังพอที่จะทำให้พรที่คุณขอสมหวังก็เป็นได้
1.ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร
เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่คึกคักที่สุดสำหรับการขอพรจากหลากหลายพรรคการเมือง เพราะเมื่อวานนี้ ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร ได้ต้อนรับทั้งพรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคชาติพัฒนากล้า พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคไทยสร้างไทย และพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมาสักการะเทพารักษ์ทั้ง 5 องค์ ได้แก่ พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระกาฬไชยศรี เจ้าเจตคุปต์ และเจ้าหอกลอง ที่คุ้มครองปกปักรักษาบ้านเมืองอยู่ และสักการะหลักเมืองทั้ง 2 หลัก โดยเหตุผลในการสักการะบูชาของพรรคการเมืองก่อนการเลือกตั้งมาจากความเชื่อที่ว่า เทพารักษ์จะช่วยดลบันดาลให้พรที่ขอประสบความสำเร็จได้ และหลักเมือง เปรียบเสมือนหลักชัยในชีวิต หากได้สักการะบูชาแล้ว ไม่ว่าจะเริ่มต้นทำอะไรใหม่ๆ ก็ตาม จะทำให้สิ่งนั้นเป็นไปอย่างมั่นคง และเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต
สำหรับคนทั่วไปก็สามารถสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์หลากหลายองค์ที่ประทับอยู่ภายในศาลหลักเมืองได้ ทั้งพระพุทธโสธรจำลอง พระสยามเทวาธิราช พระคลังมหาสมบัติ พระพิฆเนศ หรือพระประจำวันเกิด ตามแต่ละความเชื่อของพหุวัฒนธรรมที่แตกต่างกันออกไปในศาสนาพุทธแบบไทยๆ ของเรา
หากใครกำลังจะเริ่มต้นการงาน หรือตั้งหลักชีวิตใหม่อะไรก็ตามแต่ ศาลหลักเมืองก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คุณควรจะไปมูฯ ไว้เสียหน่อย ตามรอยได้ที่ลิงก์ด้านล่างนี้เลย
https://goo.gl/maps/GWSDAtfdCFK9qfEY7
2.วัดชนะสงคราม
อีกหนึ่งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เราเชื่อว่าคนการเมืองน่าจะสักการะกันเยอะ อาจจะเพราะชื่อ “ชนะสงคราม” ที่หมายถึงการเอาชนะคู่แข่งในสงครามการเมืองที่กำลังเริ่มต้นขึ้นอยู่ในขณะนี้ก็เป็นได้
วัดชนะสงครามเป็นวัดที่ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์เพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารชาวรามัญในกองทัพสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการต่อสู้กับพม่าในสงครามเก้าทัพ และถือเป็น 1 ใน 9 มหามงคลสถาน หรือที่เราคุ้นเคยกันในกิจกรรมไหว้พระ 9 วัดนั่นเอง วัดนี้จึงกลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำคัญอีกแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ที่เมื่อวานก็ได้ต้อนรับทั้งพรรคไทยสร้างไทย และพรรคภูมิใจไทย สองพรรคสำคัญที่มีโอกาสเป็นตัวแปรในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น
สำหรับประชาชนทั่วไป วัดชนะสงครามมีนัยด้านการเอาชนะอุปสรรคที่ผ่านเข้ามาในชีวิตได้อย่างลุล่วง ดังเช่นชื่อวัด ฉะนั้นใครก็ตามที่ชีวิตกำลังพบเจออุปสรรคน้อยใหญ่ กำลังจะเผชิญกับความยากลำบากตรงหน้า อยากหาที่พึ่งทางใจ ก็สามารถมากราบไหว้บูชาเอาฤกษ์เอาชัยได้เช่นกัน
หรือแบบเฉพาะเจาะจงไปเลย สำหรับผู้ที่มีธุรกิจการงาน การค้าขาย วัดชนะสงครามก็ถือเป็นสถานที่ที่นักธุรกิจ พ่อค้าแม่ขายมากราบไหว้ขอพรให้ธุรกิจการงานของตนราบรื่น ประสบความสำเร็จ และขอพรให้ธุรกิจใหญ่โตด้วยเช่นเดียวกัน
ถ้าคุณกำลังหาที่พึ่งทางใจไว้ต่อสู้กับอุปสรรคที่ดาหน้าเข้ามาในชีวิต วัดนี้ตอบโจทย์ทุกท่านอย่างแน่นอน ตามรอยวัดได้ที่ลิงก์ด้านล่างนี้เลย
https://goo.gl/maps/n6Pk9bErbR3mqS6n6
3.วัดพระแก้ว
วัดพระแก้วถือเป็นอีกหนึ่งวัดสำคัญที่เป็นทั้งแลนด์มาร์กของกรุงเทพฯ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองมากมาย รวมถึงเมื่อวานนี้ยังได้ต้อนรับพรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย ที่มาสักการะขอพรให้การเลือกตั้งครั้งนี้ราบรื่นอีกด้วย
วัดพระแก้วมีความสำคัญในหลายด้าน ทั้งการเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต รวมถึงเป็นวัดที่สร้างขึ้นในเขตพระบรมมหาราชวัง และเป็นวัดคู่กรุงเทพฯ ที่ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา ใช้เป็นที่บวชนาคหลวง และประชุมข้าทูลละอองพระบาทถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาเท่านั้น
ในมุมของคนทั่วไป วัดพระแก้วเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใครมาเยือนวัดในกรุงเทพฯ จำเป็นต้องมาที่นี่สักครั้งเพื่อสักการะบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) และเยี่ยมชมสถาปัตยกรรมอันงดงามที่มีอยู่มากมายภายในวัด ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ และน่ามาเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง
หากใครยังไม่เคยมาสัมผัสด้วยตัวเอง จิ้มลิงก์ด้านล่างและมาตามรอยกันได้เลย
https://goo.gl/maps/C4Fb73tKy1xHinsdA
4.ศาลท้าวมหาพรหม เอราวัณ
ศาลเจ้าสุดฮิตแห่งยุค ที่ไม่ว่าจะวันไหนๆ ก็เนืองแน่นไปด้วยผู้คนที่มาสักการะบูชาอยู่เสมอๆ เหมือนกับเมื่อวานนี้ที่พรรคชาติพัฒนากล้ายกโขยงไปสักการะบูชาท้าวมหาพรหมเพื่อความเป็นสิริมงคลในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ และตอกย้ำนโยบายเศรษฐกิจสายมูอีกด้วย
โดยปกติแล้วประชาชนที่มาสักการะศาลท้าวมหาพรหม เอราวัณ มักจะมาขอพรเรื่องโชคลาภ จากความพิเศษของพระพรหม 4 พระพักตร์ ตามความเชื่อของฮินดูว่าพระพรหมจะช่วยปกปักรักษา ขับไล่อุปสรรคทั้งปวง และเสริมเรื่องโชคลาภของผู้ที่สักการะ ให้ประสบความความสำเร็จสมดั่งความปรารถนาได้
หากใครยังไม่เคยมาสักการะบูชาท้าวมหาพรหมแห่งนี้ กดลิงก์ด้านล่างและตามรอยมามูฯ กันได้เลย
https://goo.gl/maps/1mScwKu1idj5vu457
5.อนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
แลนด์มาร์กสำคัญอีกแห่งหนึ่งของคนกรุงย่านฝั่งธน กับวงเวียนใหญ่ที่ใหญ่สมชื่อ ซึ่งตรงกลางมีอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชอยู่ และได้ต้อนรับพรรคเพื่อไทยมาเมื่อวานนี้
อนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีผู้คนมากราบไหว้บูชา รวมทั้งบนบานศาลกล่าวมากมาย ซึ่งจะเป็นเรื่องการงาน การเงินเสียเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะการบนบานให้หมดหนี้ ให้บูชาท่านด้วยธูป 16 ดอก และพวงมาลัยพวงใหญ่ และเมื่อถึงเวลาแก้บน แนะนำให้แก้บนด้วยสิ่งที่ท่านโปรดปราน นั่นคือดอกไม้สีแดง ดาบ และปืนใหญ่จำลอง
สำหรับใครที่อยากมีโชคลาภ หรือกำลังประสบปัญหาด้านการเงิน และต้องการที่พึ่งทางใจอย่างเฉพาะเจาะจง ก็สามารถมาตามรอยอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้ที่ลิงก์ด้านล่างนี้เลย
https://goo.gl/maps/NZw5kuBjY1CKqZAe8
ขอบคุณข้อมูลจาก : Thairath / Bangkokcitypillarshrine / banmuang / Youtube Poly Plus
ระวี ตะวันธรงค์
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด INSIGHT →ระบอบอากง ไม่ส่งผลกระทบ ! โพลชี้ “ชัชชาติ” ยังนำห่าง 67.30 %
โพลสำรวจชี้ว่าระบอบอากงไม่ส่งผลกระทบต่อความนำของ “ชัชชาติ” ซึ่งยังคงนำห่างอยู่ที่ 67.30 %
หนี้ภาษีหุ้นชินคอร์ป ทักษิณจะดึงเกม ยอมจ่าย หรือเลือกล้มละลาย ?
ทักษิณ ชินวัตร เผชิญหนี้ภาษีหุ้นชินคอร์ป 1.76 หมื่นล้านบาท และต้องเลือกระหว่างการจ่ายหนี้ ยืดเวลา หรือเสี่ยงต่อการล้มละลาย
รู้จัก “พนัส ไทยล้วน” ผู้ที่เรียกตัวเองว่า “พ่อมดประกันสังคม”
บทความวิเคราะห์เกี่ยวกับ “พนัส ไทยล้วน” ผู้ที่เรียกตัวเองว่า “พ่อมดประกันสังคม” และอิทธิพลของเขาในระบบแรงงานไทย
รู้จัก “ต่อศักดิ์ โชติมงคล” กุนซือชัชชาติ ที่มาวาทกรรม “ระบอบอากง”
บทความวิเคราะห์เกี่ยวกับ “ต่อศักดิ์ โชติมงคล” กุนซือผู้ว่าฯ กทม. และวาทกรรมการเมือง “ระบอบอากง” ที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งปี 2569



