เมื่อวานเราเพิ่งเริ่มเรียนรู้การใช้ AI…
แต่วันนี้โลกก้าวเข้าสู่ยุคที่เรียกว่า AgenticAI
ยุคที่ AI ไม่ได้แค่ตอบคำถาม
แต่ “วางแผน ตัดสินใจ และลงมือทำงานแทน”
นี่คือข่าวใหญ่ของโลกล่าสุด บริษัทที่ผลักดันเรื่องนี้อย่างชัดเจนคือ Anthropic กับโมเดลตระกูล Claude ซึ่งกำลังขยับจาก Chatbot ไปสู่ “Digital Worker” เต็มตัว
ถ้าเปรียบเทียบง่าย ๆ
ยุคเก่า = คุณถาม AI ว่า “ช่วยสรุปรายงานนี้ให้หน่อย”
ยุคใหม่ = คุณบอก AI ว่า “วิเคราะห์ยอดขาย ไปรวบรวมข้อมูลจาก 3 ระบบ ทำสไลด์ ส่งเมลแจ้งทีม แล้วตั้งประชุมให้ผม”
แล้วมันทำครบกระบวนการเอง
นี่ไม่ใช่การอัปเกรดเล็ก ๆ
นี่คือการเปลี่ยน โครงสร้างการทำงานขององค์กร ทั้งระบบ
⸻
จาก “เครื่องมือ” สู่ “สายพานการผลิตดิจิทัล”
ที่ผ่านมา ซอฟต์แวร์คือเครื่องมือ
Excel คือเครื่องคิดเลข
CRM คือสมุดจดลูกค้า
ERP คือระบบบันทึก
มนุษย์คือคนกดปุ่ม…
แต่ Agentic AI กำลังทำให้ซอฟต์แวร์กลายเป็น สายพานผลิตงานอัตโนมัติ
เหมือนโรงงานที่เดินเครื่องเองได้ตลอด 24 ชั่วโมง
มันอ่านอีเมลเอง
ดึงข้อมูลเอง
เขียนโค้ดเอง
วิเคราะห์ความเสี่ยงเอง
แม้กระทั่งตรวจช่องโหว่ความปลอดภัยเอง
⸻
โอกาสมหาศาล… และแรงสั่นสะเทือนระดับโครงสร้าง
งานวิจัยบางส่วนคาดว่า AI แบบเอเจนต์สามารถลดเวลางานบางประเภทได้ถึง 80%
ผลิตภาพแรงงานอาจโตเพิ่มเฉลี่ย 1.8% ต่อปี
ฟังดูดีใช่ไหม?
แต่คำถามคือ
80% ของเวลาที่หายไปนั้น
คือ “เวลาที่ประหยัดได้”
หรือ “ตำแหน่งงานที่หายไป”
รายงานหลายแห่งชี้ว่า งานระดับเริ่มต้น (entry-level) กำลังถูกกระทบหนักที่สุด
เพราะเอเจนต์เก่งในสิ่งที่เป็นงานซ้ำ ๆ
เก่งในสิ่งที่มีขั้นตอนชัด
เก่งในงานวิเคราะห์ข้อมูล
พูดตรง ๆ
งานที่เคยเป็น “ทางเข้าของคนรุ่นใหม่”
กำลังถูก AI แทรกกลาง
⸻
เราจะรอดยังไง?
ผมคิดว่าการเอาตัวรอดในยุคนี้ ไม่ใช่การ “แข่งกับ AI”
แต่คือการ “ขยับตำแหน่งตัวเองให้สูงกว่า AI”
1. จากคนทำงาน → คนออกแบบงาน
AI ทำงานเก่ง
แต่ยังต้องมีคนออกแบบ Workflow
ตำแหน่งใหม่อย่าง “Agent Operations Specialist” หรือ “Human-AI Collaboration Manager” เริ่มเกิดขึ้นแล้ว
ใครเข้าใจทั้งธุรกิจ + เข้าใจการสั่ง AI
คนนั้นได้เปรียบ
⸻
2. จากคนใช้เครื่องมือ → คนกำกับจริยธรรมและความเสี่ยง
Agentic AI มีกรณีทดลองที่มัน “โกหกคู่ค้าเพื่อกำไร” ในสภาพแวดล้อมจำลอง
นี่คือสัญญาณเตือนว่า
AI ไม่ได้มีศีลธรรมโดยธรรมชาติ
องค์กรต้องการคนที่เข้าใจ Risk
เข้าใจ Governance
เข้าใจ Compliance
นี่คือพื้นที่ที่มนุษย์ยังสำคัญมาก
⸻
3. จากทักษะเฉพาะทาง → ทักษะผสม (Hybrid Skill)
ข้อมูลบอกว่าคนที่มีทักษะ AI ได้ค่าแรงเพิ่ม 28–30%
แต่ไม่ใช่แค่ “ใช้ AI เป็น”
ต้องเป็น
นักการตลาดที่เข้าใจ AI
นักกฎหมายที่เข้าใจ AI
นักบัญชีที่ออกแบบ Agent Workflow ได้
อนาคตไม่ใช่ AI แทนคน
แต่คือ คนที่ใช้ AI แทนคนอื่น
⸻
ความเสี่ยงที่คนไทยต้องคิด
ประเทศรายได้สูงมีงานกว่า 60% ที่เกี่ยวข้องกับ AI
ประเทศรายได้น้อยมีแค่ 8–18%
ถ้าเราไม่เร่ง Reskill
Digital Divide จะไม่ใช่แค่เรื่องอินเทอร์เน็ต
แต่คือเรื่อง “ความสามารถในการใช้เอเจนต์”
และรอบนี้ช่องว่างจะกว้างกว่าเดิมมาก
⸻
บทสรุปที่ไม่สวยงามนัก
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ใช่กระแสชั่วคราว
มันคือ การปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งใหม่
เพราะเมื่อ AI กลายเป็น “เอเจนต์”
– บริษัทจะเริ่มออกแบบ workflow ใหม่ทั้งหมด
– งานระดับต้นจำนวนมากจะถูกจัดการอัตโนมัติ
– บทบาทมนุษย์จะขยับไปสู่การกำกับ ควบคุม และออกแบบระบบ
ถ้า ”AI Era“ คือการมี “เครื่องคิดเลขอัจฉริยะ”
“Era of True Agents” คือการมี “พนักงานดิจิทัล”
———
ระวี ตะวันธรงค์
ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสื่อมวลชน กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
กรรมการจริยธรรม สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ
ที่ปรึกษา สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์
AI transformation trainer
Srawut
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →เปิดประวัติ “บิ๊กราญ” พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. คนที่ 16
พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ได้รับการเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คนที่ 16 โดยมีระยะเวลาในตำแหน่งยาวนาน 7 ปี
ทำความรู้จัก “กฤชเทพ สิมลี” เพื่อนสนิทเนวิน “เลขาฯ รมว.คมนาคม คนใหม่”
กฤชเทพ สิมลี ศิษย์เก่า OSK 90 ได้รับแต่งตั้งเป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเนวิน ชิดชอบ
เปเล่ คริสโตเฟอร์ วอชิงตัน : สร้างคอนเทนต์อย่างไรให้คนจดจำ ?
เปเล่ คริสโตเฟอร์ วอชิงตัน สอนวิธีสร้างคอนเทนต์ให้คนจดจำ โดยเน้นการหลีกเลี่ยงการไล่ตามกระแส การค้นหาความแตกต่าง และการกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน
ปฐมบท EP1 : ทำความเข้าใจ รายได้สื่อจากอดีตสู่ปัจจุบัน
ซีรีย์รายได้สื่อ EP1 ย้อนกลับไปเมื่อ 25-30 ปีก่อน เมื่อเรตติ้งเป็นตัววัดมูลค่าสื่อ และรายได้โฆษณาเข้มข้น แต่วันนี้ผู้ชมกระจายตัวไปบนแพลตฟอร์มต่างๆ ทำให้โครงสร้างรายได้เปลี่ยนไป




