ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Live · Breaking
สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทยย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืมจับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?“สามฉากทัศน์ใน ฮอร์มุซ“ เมื่อสหรัฐ ‘คุมทาง’ จีน ‘ต้องใช้ทาง’ และอิหร่าน ‘อยู่บนทาง’”ตะวันออกกลางตึงเครียดอีกครั้ง CENTCOM ประกาศเริ่มปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซสวนนงนุช จัดใหญ่ มหาสงกรานต์ดอกไม้บานรู้จัก CENTCOM หน่วยงานที่ถูกกล่าวถึงมากสุดในเวลานี้สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทยย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืมจับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?“สามฉากทัศน์ใน ฮอร์มุซ“ เมื่อสหรัฐ ‘คุมทาง’ จีน ‘ต้องใช้ทาง’ และอิหร่าน ‘อยู่บนทาง’”ตะวันออกกลางตึงเครียดอีกครั้ง CENTCOM ประกาศเริ่มปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซสวนนงนุช จัดใหญ่ มหาสงกรานต์ดอกไม้บานรู้จัก CENTCOM หน่วยงานที่ถูกกล่าวถึงมากสุดในเวลานี้
The Insight News
ส่องมุมมองชาวอเมริกันต่อ “เครื่องแบบนักเรียน” ควรไปต่อหรือพอแค่นี้ ?

ส่องมุมมองชาวอเมริกันต่อ “เครื่องแบบนักเรียน” ควรไปต่อหรือพอแค่นี้ ?

ระวี ตะวันธรงค์
ระวี ตะวันธรงค์
กองบรรณาธิการ
1 min read

ขณะที่ประเทศไทยกำลังถกเถียงกันในประเด็นเรื่องเครื่องแบบนักเรียน ว่าสมควรมีอยู่ต่อไปหรือยกเลิก สหรัฐอเมริกา ประเทศเสรีนิยมที่แม้จะมีวัฒนธรรมให้เด็กส่วนใหญ่ได้แต่งชุดไปรเวทไปโรงเรียนมานานมากแล้ว แต่ก็ยังมีการถกเถียงเช่นกัน และดูเหมือนว่าหลายโรงเรียนในสหรัฐฯ เริ่มเปลี่ยนนโยบายให้เด็กๆ หันมาใส่ชุดเครื่องแบบมากขึ้น

ชุดเครื่องแบบนักเรียนถูกใช้ตามโรงเรียนต่างๆ ทั่วโลกมาเป็นเวลานานหลายสิบปี จากหลายเหตุผลด้วยกัน เช่น เรื่องความปลอดภัย ความสะดวก และเพื่อความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในกลุ่มนักเรียน  แต่ที่สหรัฐฯ จนถึงขณะนี้ ก็ยังมีการโต้เถียงกันอยู่ว่า ชุดเครื่องแบบนักเรียนจะถือเป็นการลิดรอนสิทธิตามรัฐธรรมนูญที่จะแสดงความเป็นตัวตนของแต่ละบุคคลหรือไม่   

ประเด็นนี้ยังมีความซับซ้อนมากขึ้น เพราะหลายคนเริ่มวิตกว่า ชุดเครื่องแบบอาจส่งผลกระทบกับเด็กทั้งในแง่ของเพศ เชื้อชาติและระดับชนชั้น  แต่ก่อนที่เราจะไปในเนื้อหาส่วนนี้   เราลองมาไล่เรียงประวัติของชุดนักเรียนกัน  

  • ปี 1552  อังกฤษพัฒนาชุดเครื่องแบบนักเรียนขึ้นมาเป็นครั้งแรก  โดยย้อนกลับไปตั้งแต่ในช่วงศตวรรษที่ 16  หลายคนเชื่อว่า ชุดเครื่องแบบนักเรียนถูกใช้เป็นครั้งแรกที่ Christ’s Hospital  เป็นโรงเรียนสำหรับเด็กยากจนในอังกฤษ  
  • ปี 1987  โรงเรียนในสหรัฐฯ ออกนโยบายให้เด็กใส่เครื่องแบบนักเรียนเป็นครั้งแรก โดยมีโรงเรียนสองแห่งในรัฐแมรีแลนด์ และที่กรุงวอชิงตัน ดีซี ซึ่งออกกฎนี้
  • ปี 1995  แมสซาชูเซ็ตส์ เป็นรัฐแรกและรัฐเดียวในสหรัฐฯ ที่ผ่านกฎหมายห้ามโรงเรียนบังคับนักเรียนแต่งเครื่องแบบ แม้กระทั่งแค่การกำหนดโทนสี แบบ หรือ ลายของเครื่องแต่งกาย (dress code) ก็ไม่ได้  เพื่อรับประกันว่า เด็กนักเรียนยังมีเสรีภาพในการแสดงตัวตน โดยสิ่งใดจะเข้ามาแทรกแซงมิได้  เว้นเสียแต่ว่า เพื่อเหตุผลด้านสุขภาพและความปลอดภัย 
  • ปี 1996 ประธานาธิบดี บิล คลินตัน สนับสนุนให้แต่งเครื่องแบบนักเรียน  เพราะต้องการให้โรงเรียนมีความปลอดภัยมากขึ้น และเพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ระเบียบวินัยเพิ่มขึ้นด้วย เขาถึงกับสั่งการให้แจกจ่ายคู่มือไปยังโรงเรียนรัฐในพื้นที่ต่างๆ เพื่อชี้แจงว่า พวกเขาจะบังคับใช้เครื่องแบบนักเรียนแก่เด็กๆ ได้อย่างไร  
  • ปี 2017 – 2021  มีโรงเรียนรัฐในสหรัฐฯ ที่ให้นักเรียนแต่งเครื่องแบบมากขึ้น คิดเป็น 21% ในกลุ่มโรงเรียนรัฐทั้งหมดของประเทศ

จนถึงขณะนี้ ก็ยังมีฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการแต่งชุดนักเรียนไปโรงเรียน  อย่างที่สหรัฐฯ  ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยก็มองว่า การแต่งชุดนักเรียนเท่ากับละเมิดสิทธิตามหลักรัฐธรรมนูญว่าด้วยเสรีภาพในการแสดงความเป็นตัวตน  ทั้งยังลดทอนความคิดสร้างสรรค์ และการเสริมสร้างบุคลิกตัวตนของเด็กๆ  ส่วนฝ่ายที่สนับสนุนกลับมองว่า  ชุดนักเรียนจะทำให้เด็กๆ มีสมาธิในการเรียนมากขึ้น   

ฝ่ายที่ต่อต้านชุดนักเรียนยังเห็นว่า  ชุดนักเรียนแบ่งแยกความเป็นชายและหญิงจนเกินไป  โดยส่วนใหญ่จะบังคับให้เด็กหญิงต้องสวมกระโปรง และเด็กชายต้องนุ่งกางเกง ทั้งที่ความเป็นจริง เด็กหญิงก็มีสิทธินุ่งกางเกงไปเรียนได้เช่นกัน และการใส่แต่กระโปรงก็ทำให้การทำกิจกรรมต่างๆ ไม่สะดวก ชุดนักเรียนในบางประเทศกำหนดให้กระโปรงของเด็กสั้นเหนือเข่า สร้างความอับอายให้เด็กหญิงเวลาต้องแต่งชุดแบบนี้ออกนอกบ้าน นอกจากนี้ ในกลุ่มเด็กที่เป็นเพศทางเลือก การบังคับให้แต่งชุดเครื่องแบบนักเรียนยังสร้างความยุ่งยากให้เด็กกลุ่มนี้  

ส่วนในประเด็นด้านความเท่าเทียมทางเศรษฐกิจ กลุ่มที่สนับสนุนเห็นว่า การแต่งชุดนักเรียนสามารถช่วยปกปิดความไม่เท่าเทียมกันในเรื่องฐานะของเด็กนักเรียนได้ แต่กลุ่มต่อต้านกลับมองว่า ชุดนักเรียนมีราคาแพง และยังไม่สะท้อนถึงโลกแห่งความเป็นจริง ที่ก็ต้องมีคนแต่งตัวแพง และคนแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าถูกๆ เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว   

ในเรื่องความปลอดภัย กลุ่มสนับสนุนมองว่า ชุดนักเรียนทำให้เด็กปลอดภัยมากขึ้น เพราะช่วยตามตัวเด็กได้ง่าย เวลาต้องออกไปทัศนศึกษา และยังช่วยลดการก่ออาชญากรรมในโรงเรียน เพราะอาจมีเด็กบางคนใส่เสื้อผ้าราคาแพงหรือสวมของมีค่ามาโรงเรียนแล้วถูกขโมย หรือถูกคุกคามได้ และการใส่ชุดนักเรียนยังช่วยให้เกิดความกลมเกลียวในหมู่นักเรียน 

แต่กลุ่มที่ต่อต้านก็มองว่า การบังคับให้เด็กแต่งชุดนักเรียน อาจทำให้เด็กบางส่วนก่อความรุนแรงเพราะไม่เห็นด้วยก็เป็นได้ เพราะผลการศึกษาบางชิ้น บ่งชี้ว่า นักเรียนส่วนใหญ่ไม่ต้องการใส่ชุดเครื่องแบบ  การใส่ชุดไปรเวทไปโรงเรียนช่วยให้เด็กมีความสุขขึ้นกับการเรียน และมีแนวโน้มจะเพิ่มศักยภาพในการเรียนได้มากขึ้น 

ที่มา : wisevoter

ระวี ตะวันธรงค์
Author

ระวี ตะวันธรงค์

แชร์บทความนี้

ช่วยกระจายข่าวเชิงลึกให้คนมากขึ้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูในหมวด CASE STUDY

อายัดบัญชีผิด! เปิดบทเรียน Bank Run ความเชื่อมั่นอาจทำแบงก์ล้มละลาย

บทวิเคราะห์ปรากฏการณ์ Bank Run ที่ความตื่นตระหนกของประชาชนสามารถทำให้ธนาคารล้มลงได้ แม้มีสินทรัพย์มากมาย และบทเรียนจากวิกฤตการเงินไทยปี 2540

Srawut··1 min read