
บทเรียนที่ “เนวิน – อนุทิน” ต้องอ่าน ! “ลิฉุย – กุยกี” เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดแห่งยุคสามก๊ก
ในหน้าประวัติศาสตร์การเมือง ไม่ว่าจะเป็นยุคสามก๊กหรือการเมืองไทยยุคปัจจุบัน โครงสร้างอำนาจที่น่าจับตามองและเปราะบางที่สุด มักหนีไม่พ้นการบริหารแบบ “อำนาจนำร่วมกัน” (Dual Leadership) เมื่อคนหนึ่งคุมเกมรุก อีกคนคุมฐานที่มั่น หากสอดประสานกัน แผ่นดินก็อยู่ในกำมือ แต่หากเกิดรอยร้าวเมื่อใด หายนะก็มักจะมาเยือนเร็วกว่าที่คิด
ข่าวลือหนาหูเรื่องรอยร้าวของสองคีย์แมนค่ายสีน้ำเงิน ระหว่างผู้กุมอำนาจบริหารสูงสุดในฐานะนายกรัฐมนตรีอย่าง “อนุทิน ชาญวีรกูล” และครูใหญ่ผู้วางยุทธศาสตร์อย่าง “เนวิน ชิดชอบ” ชวนให้หลายคนอดไม่ได้ที่จะหยิบยกกรณีศึกษาความพินาศของ “ลิฉุยและกุยกี” ในวรรณกรรมสามก๊ก มาเป็นบทเรียนคู่ขนาน
1. จากสหายร่วมตาย สู่ผู้กุมชะตาแผ่นดิน
ย้อนกลับไปในยุคสามก๊ก หลังสิ้นตั๋งโต๊ะ ขั้วอำนาจเสเหลียงแตกฉานซ่านเซ็น ลิฉุยและกุยกี สองคู่หูที่กำลังหนีตาย ได้รับคำชี้แนะจากกุนซือให้รวมพลังกันตีฝ่ากลับไปยึดเมืองเตียงอัน การร่วมมือกันในยามวิกฤตครั้งนั้นพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ ทั้งคู่สามารถยึดเมืองหลวง สังหารอ้องอุ้น ขับไล่ลิโป้ และที่สำคัญที่สุดคือ การได้ “พระเจ้าเหี้ยนเต้” มาอยู่ในความดูแล ซึ่งเป็นศูนย์กลางความชอบธรรมสูงสุดของแผ่นดิน
เมื่อขึ้นเป็นใหญ่ ทั้งสองแบ่งอำนาจกันคนละครึ่ง ครองยศระดับมหาอุปราชและแม่ทัพใหญ่ บริหารเตียงอันแบบทวิรัฐ กดขี่ราชสำนักและต้านศึกนอกได้อย่างเบ็ดเสร็จ

2. รอยร้าว ความหวาดระแวง และหอกข้างแคร่
ปัญหาที่ร้ายแรงที่สุดของอำนาจคู่ที่ปราศจากอุดมการณ์ร่วม คือ “ความหวาดระแวง” ขุนนางเก่าอย่าง “เอียวปิว” มองเห็นจุดอ่อนตรงนี้ จึงใช้กลยุทธ์ยุยงให้แตกแยก ปล่อยข่าวลือและใช้หลังบ้าน (ภรรยาของกุยกี) เป็นเครื่องมือเสี้ยมให้ทั้งสองฝ่ายระแวงว่า อีกฝ่ายจะฮุบอำนาจและลอบสังหารตน
ความอ่อนหัดในเชิงยุทธศาสตร์การเมืองทำให้เพื่อนรักกลายเป็นศัตรูคู่อาฆาต ลิฉุยชิงตัวฮ่องเต้ไว้ในค่าย กุยกีจับขุนนางเป็นตัวประกัน เตียงอันลุกเป็นไฟด้วยสงครามกลางเมือง
ท้ายที่สุด การห้ำหั่นกันเองเปิดช่องให้พระเจ้าเหี้ยนเต้หลบหนี และเป็น “โจโฉ” ที่ฉวยโอกาสทองนี้ ยกทัพมารับเสด็จ ยึดเอาความชอบธรรมทั้งหมดไปอยู่ในมือ ทิ้งให้ลิฉุยและกุยกีกลายเป็นเพียงขุนศึกเถื่อนที่รอวันถูกกวาดล้าง
3. ภาพสะท้อนถึงรอยต่ออำนาจ “อนุทิน-เนวิน”
เมื่อนำพลวัตทางการเมืองของยุคสามก๊ก มาทาบทามกับโครงสร้างอำนาจของพรรคภูมิใจไทยในยุคปัจจุบัน จะเห็นโครงสร้างคู่ขนานที่น่าสนใจยิ่ง
ลิฉุยคุมราชสำนัก กุยกีคุมกองกำลัง ทว่าในสมการปัจจุบัน อนุทินคุมอำนาจบริหารรัฐเบื้องหน้าในเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ขณะที่เนวินคุมโครงสร้างพรรคและยุทธศาสตร์อยู่เบื้องหลัง ศูนย์กลางความชอบธรรมในอดีตคือฮ่องเต้ แต่ในวันนี้คือ “อำนาจรัฐและเก้าอี้นายกฯ”
ข่าวลือเรื่องความขัดแย้ง ไม่ว่าจะเป็นประเด็นการจัดสรรงบประมาณ การจัดวางตัวบุคคล หรือแรงกระเพื่อมจากเรื่องที่ดินเขากระโดง อาจเป็นเสมือนกลอุบายของ “เอียวปิว” ในยุคดิจิทัล ที่ขั้วการเมืองตรงข้ามหรือผู้เสียผลประโยชน์พยายามเจาะรอยร้าว โยนหินถามทางเพื่อทดสอบความแข็งแกร่งของสายใยสีน้ำเงิน

4. ทำไม “เนวิน – อนุทิน” อาจไม่เดินซ้ำรอย “ลิฉุย กุยกี” ?
แม้โครงสร้างจะคล้ายคลึง แต่มีตัวแปรสำคัญที่ทำให้อนุทินและเนวินแตกต่างจากลิฉุยและกุยกีอย่างมีนัยยะ
(1) รากฐานของสายสัมพันธ์ : ลิฉุย-กุยกี จับมือกันเพราะกลัวตาย แต่ อนุทิน-เนวิน ผูกพันกันเชิงโครงสร้าง เนวินคือสถาปนิกผู้ออกแบบเกม ส่วนอนุทินคือซีอีโอผู้มีบารมีทางธุรกิจและขับเคลื่อนนโยบาย ทั้งคู่รู้ดีว่าสมการนี้ขาดใครคนใดคนหนึ่งไปไม่ได้
(2) การจัดวางเป้าหมายที่ลงตัว : ขุนศึกเสเหลียงทั้งสองต่างอยากเป็นใหญ่แต่เพียงผู้เดียว แต่เนวินเลือกจุดยืนที่ชัดเจนมาตลอดในฐานะ “ครูใหญ่” ดันให้อนุทินยืนอยู่บนยอดพีระมิด การไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนในเชิงตำแหน่ง ทำให้ความขัดแย้งแบบแตกหักเกิดได้ยาก
(3) วุฒิภาวะและการจัดการข่าวลือ : ระดับความเก๋าเกมของทั้งคู่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากเกินกว่าจะตกหลุมพรางข่าวลือตื้นๆ หากมีแรงเสียดทาน การเจรจาบนโต๊ะเพื่อจัดสรรผลประโยชน์ใหม่ ย่อมเป็นทางออกที่นักการเมืองอาชีพเลือกใช้ แทนการทุบหม้อข้าวตัวเอง
5. บทสรุป
กรณีศึกษา ลิฉุย-กุยกี ทิ้งข้อคิดที่ทรงพลังไว้ว่า “การทำลายกันเองจากภายใน คือวิธีที่ง่ายที่สุดในการสูญเสียอำนาจสูงสุด”
และหากสมมติว่าสายบริหารและสายบ้านใหญ่ของค่ายสีน้ำเงินเกิดหักเหลี่ยมโหดกันเอง ท้ายที่สุดพรรคจะเสียเอกภาพ และอำนาจรัฐที่ถือครองอยู่ ก็อาจหลุดลอยไปสู่ “โจโฉ” ในคราบของขั้วการเมืองอื่นที่จ้องรอรับส้มหล่นอยู่
แต่ตราบใดที่ผู้นำทั้งสองยังตระหนักถึงสัจธรรมข้อนี้ ตำนานเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดแห่งสามก๊ก ก็คงเป็นได้แค่เรื่องเล่าเตือนใจ มากกว่าจะเป็นอนาคตของพรรคภูมิใจไทย
บทความโดย ศราวุธ เอี่ยมเซี่ยม
#เนวินชิดชอบ #อนุทิชาญวีรกูล #พรรคภูมิใจไทย #สามก๊ก #2น #ลิฉุย #กุยกี
(อ่านบทความเว็บไซต์ The Insight News ในช่องคอมเมนต์)
Srawut
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →ถอดรหัสกับดักการเติบโตของ “เนื้อแท้”
บทวิเคราะห์ปัญหาการเติบโตของร้านอาหาร “เนื้อแท้” ที่ประสบวิกฤตการเงินจากการขยายสาขาเร็วกว่าการควบคุมต้นทุน และความไม่สมดุลระหว่างรายได้กับกำไร
กองทัพบก โชว์ศักยภาพ พร้อมรับมือสงครามรูปแบบใหม่
ป.1 พัน.31 รอ. โชว์ศักยภาพ “พร้อม 24 ชั่วโมง” ตรวจเข้มความพร้อมรบหน่วยเฉพาะกิจ (RDF-X) รับมือสงครามรูปแบบใหม่
แม่ทัพภาคที่ 2 และแม่ทัพภาคที่ 3 ลงพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา
แม่ทัพภาคที่ 2 และแม่ทัพภาคที่ 3 ลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อติดตามสถานการณ์ ตรวจเยี่ยมกำลังพล และให้กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ด้านความมั่นคง
ผลสำรวจเรตติ้งการเมือง นิด้าโพล สะท้อนวิกฤตศรัทธา รัฐบาลภูมิใจไทย
นิด้าโพลสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองไตรมาส 2/2569 เผยให้เห็นวิกฤตศรัทธาต่อรัฐบาลภูมิใจไทย โดยฝ่ายค้านและนายกฯ ณัฐพงษ์ขึ้นนำ



