ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Live · Breaking
ถอดรหัสกับดักการเติบโตของ “เนื้อแท้”กองทัพบก โชว์ศักยภาพ พร้อมรับมือสงครามรูปแบบใหม่แม่ทัพภาคที่ 2 และแม่ทัพภาคที่ 3 ลงพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา ผลสำรวจเรตติ้งการเมือง นิด้าโพล สะท้อนวิกฤตศรัทธา รัฐบาลภูมิใจไทยนับหนึ่งใหม่ ในวัย 58 สรุปเส้นทางเดี่ยวไมโครโฟน โน้ส อุดม ก่อนถูกโกงหมดตัวบทเรียนที่ “เนวิน – อนุทิน” ต้องอ่าน ! “ลิฉุย – กุยกี” เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดแห่งยุคสามก๊กดร.ประสาร เสนอ 8 นวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนของทุนมนุษย์ไทยอนุทิน ย้ำความสัมพันธ์ “2 น.” แน่นปึ้ก ภูมิใจไทยไร้ความขัดแย้งถอดรหัสกับดักการเติบโตของ “เนื้อแท้”กองทัพบก โชว์ศักยภาพ พร้อมรับมือสงครามรูปแบบใหม่แม่ทัพภาคที่ 2 และแม่ทัพภาคที่ 3 ลงพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา ผลสำรวจเรตติ้งการเมือง นิด้าโพล สะท้อนวิกฤตศรัทธา รัฐบาลภูมิใจไทยนับหนึ่งใหม่ ในวัย 58 สรุปเส้นทางเดี่ยวไมโครโฟน โน้ส อุดม ก่อนถูกโกงหมดตัวบทเรียนที่ “เนวิน – อนุทิน” ต้องอ่าน ! “ลิฉุย – กุยกี” เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดแห่งยุคสามก๊กดร.ประสาร เสนอ 8 นวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนของทุนมนุษย์ไทยอนุทิน ย้ำความสัมพันธ์ “2 น.” แน่นปึ้ก ภูมิใจไทยไร้ความขัดแย้ง
The Insight News
บทเรียนที่ “เนวิน – อนุทิน” ต้องอ่าน ! “ลิฉุย – กุยกี” เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดแห่งยุคสามก๊ก

บทเรียนที่ “เนวิน – อนุทิน” ต้องอ่าน ! “ลิฉุย – กุยกี” เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดแห่งยุคสามก๊ก

Srawut
Srawut
กองบรรณาธิการ
1 min read

ในหน้าประวัติศาสตร์การเมือง ไม่ว่าจะเป็นยุคสามก๊กหรือการเมืองไทยยุคปัจจุบัน โครงสร้างอำนาจที่น่าจับตามองและเปราะบางที่สุด มักหนีไม่พ้นการบริหารแบบ “อำนาจนำร่วมกัน” (Dual Leadership) เมื่อคนหนึ่งคุมเกมรุก อีกคนคุมฐานที่มั่น หากสอดประสานกัน แผ่นดินก็อยู่ในกำมือ แต่หากเกิดรอยร้าวเมื่อใด หายนะก็มักจะมาเยือนเร็วกว่าที่คิด

ข่าวลือหนาหูเรื่องรอยร้าวของสองคีย์แมนค่ายสีน้ำเงิน ระหว่างผู้กุมอำนาจบริหารสูงสุดในฐานะนายกรัฐมนตรีอย่าง “อนุทิน ชาญวีรกูล” และครูใหญ่ผู้วางยุทธศาสตร์อย่าง “เนวิน ชิดชอบ” ชวนให้หลายคนอดไม่ได้ที่จะหยิบยกกรณีศึกษาความพินาศของ “ลิฉุยและกุยกี” ในวรรณกรรมสามก๊ก มาเป็นบทเรียนคู่ขนาน

1. จากสหายร่วมตาย สู่ผู้กุมชะตาแผ่นดิน

ย้อนกลับไปในยุคสามก๊ก หลังสิ้นตั๋งโต๊ะ ขั้วอำนาจเสเหลียงแตกฉานซ่านเซ็น ลิฉุยและกุยกี สองคู่หูที่กำลังหนีตาย ได้รับคำชี้แนะจากกุนซือให้รวมพลังกันตีฝ่ากลับไปยึดเมืองเตียงอัน การร่วมมือกันในยามวิกฤตครั้งนั้นพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ ทั้งคู่สามารถยึดเมืองหลวง สังหารอ้องอุ้น ขับไล่ลิโป้ และที่สำคัญที่สุดคือ การได้ “พระเจ้าเหี้ยนเต้” มาอยู่ในความดูแล ซึ่งเป็นศูนย์กลางความชอบธรรมสูงสุดของแผ่นดิน

เมื่อขึ้นเป็นใหญ่ ทั้งสองแบ่งอำนาจกันคนละครึ่ง ครองยศระดับมหาอุปราชและแม่ทัพใหญ่ บริหารเตียงอันแบบทวิรัฐ กดขี่ราชสำนักและต้านศึกนอกได้อย่างเบ็ดเสร็จ

2. รอยร้าว ความหวาดระแวง และหอกข้างแคร่

ปัญหาที่ร้ายแรงที่สุดของอำนาจคู่ที่ปราศจากอุดมการณ์ร่วม คือ “ความหวาดระแวง” ขุนนางเก่าอย่าง “เอียวปิว” มองเห็นจุดอ่อนตรงนี้ จึงใช้กลยุทธ์ยุยงให้แตกแยก ปล่อยข่าวลือและใช้หลังบ้าน (ภรรยาของกุยกี) เป็นเครื่องมือเสี้ยมให้ทั้งสองฝ่ายระแวงว่า อีกฝ่ายจะฮุบอำนาจและลอบสังหารตน

ความอ่อนหัดในเชิงยุทธศาสตร์การเมืองทำให้เพื่อนรักกลายเป็นศัตรูคู่อาฆาต ลิฉุยชิงตัวฮ่องเต้ไว้ในค่าย กุยกีจับขุนนางเป็นตัวประกัน เตียงอันลุกเป็นไฟด้วยสงครามกลางเมือง

ท้ายที่สุด การห้ำหั่นกันเองเปิดช่องให้พระเจ้าเหี้ยนเต้หลบหนี และเป็น “โจโฉ” ที่ฉวยโอกาสทองนี้ ยกทัพมารับเสด็จ ยึดเอาความชอบธรรมทั้งหมดไปอยู่ในมือ ทิ้งให้ลิฉุยและกุยกีกลายเป็นเพียงขุนศึกเถื่อนที่รอวันถูกกวาดล้าง

3. ภาพสะท้อนถึงรอยต่ออำนาจ “อนุทิน-เนวิน”

เมื่อนำพลวัตทางการเมืองของยุคสามก๊ก มาทาบทามกับโครงสร้างอำนาจของพรรคภูมิใจไทยในยุคปัจจุบัน จะเห็นโครงสร้างคู่ขนานที่น่าสนใจยิ่ง

ลิฉุยคุมราชสำนัก กุยกีคุมกองกำลัง ทว่าในสมการปัจจุบัน อนุทินคุมอำนาจบริหารรัฐเบื้องหน้าในเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ขณะที่เนวินคุมโครงสร้างพรรคและยุทธศาสตร์อยู่เบื้องหลัง ศูนย์กลางความชอบธรรมในอดีตคือฮ่องเต้ แต่ในวันนี้คือ “อำนาจรัฐและเก้าอี้นายกฯ”

ข่าวลือเรื่องความขัดแย้ง ไม่ว่าจะเป็นประเด็นการจัดสรรงบประมาณ การจัดวางตัวบุคคล หรือแรงกระเพื่อมจากเรื่องที่ดินเขากระโดง อาจเป็นเสมือนกลอุบายของ “เอียวปิว” ในยุคดิจิทัล ที่ขั้วการเมืองตรงข้ามหรือผู้เสียผลประโยชน์พยายามเจาะรอยร้าว โยนหินถามทางเพื่อทดสอบความแข็งแกร่งของสายใยสีน้ำเงิน

4. ทำไม “เนวิน – อนุทิน” อาจไม่เดินซ้ำรอย “ลิฉุย กุยกี” ?

แม้โครงสร้างจะคล้ายคลึง แต่มีตัวแปรสำคัญที่ทำให้อนุทินและเนวินแตกต่างจากลิฉุยและกุยกีอย่างมีนัยยะ

(1) รากฐานของสายสัมพันธ์ : ลิฉุย-กุยกี จับมือกันเพราะกลัวตาย แต่ อนุทิน-เนวิน ผูกพันกันเชิงโครงสร้าง เนวินคือสถาปนิกผู้ออกแบบเกม ส่วนอนุทินคือซีอีโอผู้มีบารมีทางธุรกิจและขับเคลื่อนนโยบาย ทั้งคู่รู้ดีว่าสมการนี้ขาดใครคนใดคนหนึ่งไปไม่ได้

(2) การจัดวางเป้าหมายที่ลงตัว : ขุนศึกเสเหลียงทั้งสองต่างอยากเป็นใหญ่แต่เพียงผู้เดียว แต่เนวินเลือกจุดยืนที่ชัดเจนมาตลอดในฐานะ “ครูใหญ่” ดันให้อนุทินยืนอยู่บนยอดพีระมิด การไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนในเชิงตำแหน่ง ทำให้ความขัดแย้งแบบแตกหักเกิดได้ยาก

(3) วุฒิภาวะและการจัดการข่าวลือ : ระดับความเก๋าเกมของทั้งคู่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากเกินกว่าจะตกหลุมพรางข่าวลือตื้นๆ หากมีแรงเสียดทาน การเจรจาบนโต๊ะเพื่อจัดสรรผลประโยชน์ใหม่ ย่อมเป็นทางออกที่นักการเมืองอาชีพเลือกใช้ แทนการทุบหม้อข้าวตัวเอง

5. บทสรุป

กรณีศึกษา ลิฉุย-กุยกี ทิ้งข้อคิดที่ทรงพลังไว้ว่า “การทำลายกันเองจากภายใน คือวิธีที่ง่ายที่สุดในการสูญเสียอำนาจสูงสุด”

และหากสมมติว่าสายบริหารและสายบ้านใหญ่ของค่ายสีน้ำเงินเกิดหักเหลี่ยมโหดกันเอง ท้ายที่สุดพรรคจะเสียเอกภาพ และอำนาจรัฐที่ถือครองอยู่ ก็อาจหลุดลอยไปสู่ “โจโฉ” ในคราบของขั้วการเมืองอื่นที่จ้องรอรับส้มหล่นอยู่

แต่ตราบใดที่ผู้นำทั้งสองยังตระหนักถึงสัจธรรมข้อนี้ ตำนานเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดแห่งสามก๊ก ก็คงเป็นได้แค่เรื่องเล่าเตือนใจ มากกว่าจะเป็นอนาคตของพรรคภูมิใจไทย

บทความโดย ศราวุธ เอี่ยมเซี่ยม

#เนวินชิดชอบ #อนุทิชาญวีรกูล #พรรคภูมิใจไทย #สามก๊ก #2น #ลิฉุย #กุยกี

(อ่านบทความเว็บไซต์ The Insight News ในช่องคอมเมนต์)

Srawut
Author

Srawut

แชร์บทความนี้

ช่วยกระจายข่าวเชิงลึกให้คนมากขึ้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูในหมวด Editor

ถอดรหัสกับดักการเติบโตของ “เนื้อแท้”

บทวิเคราะห์ปัญหาการเติบโตของร้านอาหาร “เนื้อแท้” ที่ประสบวิกฤตการเงินจากการขยายสาขาเร็วกว่าการควบคุมต้นทุน และความไม่สมดุลระหว่างรายได้กับกำไร

Srawut··2 min read

แม่ทัพภาคที่ 2 และแม่ทัพภาคที่ 3 ลงพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา 

แม่ทัพภาคที่ 2 และแม่ทัพภาคที่ 3 ลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อติดตามสถานการณ์ ตรวจเยี่ยมกำลังพล และให้กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ด้านความมั่นคง

Srawut··1 min read

ผลสำรวจเรตติ้งการเมือง นิด้าโพล สะท้อนวิกฤตศรัทธา รัฐบาลภูมิใจไทย

นิด้าโพลสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองไตรมาส 2/2569 เผยให้เห็นวิกฤตศรัทธาต่อรัฐบาลภูมิใจไทย โดยฝ่ายค้านและนายกฯ ณัฐพงษ์ขึ้นนำ

Srawut··1 min read