ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Live · Breaking
สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทยย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืมจับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?“สามฉากทัศน์ใน ฮอร์มุซ“ เมื่อสหรัฐ ‘คุมทาง’ จีน ‘ต้องใช้ทาง’ และอิหร่าน ‘อยู่บนทาง’”ตะวันออกกลางตึงเครียดอีกครั้ง CENTCOM ประกาศเริ่มปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซสวนนงนุช จัดใหญ่ มหาสงกรานต์ดอกไม้บานรู้จัก CENTCOM หน่วยงานที่ถูกกล่าวถึงมากสุดในเวลานี้สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทยย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืมจับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?“สามฉากทัศน์ใน ฮอร์มุซ“ เมื่อสหรัฐ ‘คุมทาง’ จีน ‘ต้องใช้ทาง’ และอิหร่าน ‘อยู่บนทาง’”ตะวันออกกลางตึงเครียดอีกครั้ง CENTCOM ประกาศเริ่มปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซสวนนงนุช จัดใหญ่ มหาสงกรานต์ดอกไม้บานรู้จัก CENTCOM หน่วยงานที่ถูกกล่าวถึงมากสุดในเวลานี้
The Insight News
“Arnold” ชีวิตที่ไม่ธรรมดาของ “Arnold Schwarzenegger”

“Arnold” ชีวิตที่ไม่ธรรมดาของ “Arnold Schwarzenegger”

ระวี ตะวันธรงค์
ระวี ตะวันธรงค์
กองบรรณาธิการ
2 min read

เมื่อพูดถึง Arnold Schwarzenegger หลายคนมักนึกถึง “คนเหล็ก (The Terminator)” ที่เป็นผลงานสร้างชื่อของเขา และทำให้เขาถูกจดจำจากประโยค “I’ll be back. (แล้วผมจะกลับมา)” ความคลาสสิกตลอดกาลของนักแสดงรุ่นใหญ่ผู้นี้ ทำให้สตรีมมิงชื่อดังอย่าง Netflix หยิบยกชีวประวัติของเขามาสร้างเป็นสารคดีชื่อ “Arnold” ซึ่งว่าด้วยเรื่องราวของชายที่เกิดในประเทศออสเตรีย แต่เดินทางมาตามหาความฝันในดินแดนแห่งเสรีภาพอย่างสหรัฐอเมริกา

บทที่ 1 เริ่มต้นออกเดินทาง “นักกีฬาเพาะกาย”

Arnold เกิดที่เมืองทาล (Thal) เมืองเล็กๆแห่งหนึ่งในออสเตรีย ครอบครัวของเขามีสมาชิกอยู่ 4 คน ได้แก่ พ่อ แม่ พี่ชาย และเขา Arnold ใฝ่ฝันจะออกไปจากเมืองนี้อยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งเขาได้ดูภาพยนตร์เรื่อง “Hercules and the Conquest of Atlantis” ที่นำแสดงโดย Reg Park ซึ่งเปิดโลกของเขาสู่กีฬาเพาะกาย

Arnold เริ่มเข้ายิมออกกำลังกาย ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเข้าแข่งขันเพาะกาย ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากครอบครัว ที่ตอนนั้นมองว่านักฟุตบอลอาชีพน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าสำหรับ Arnold แต่ Arnold มองว่าการเป็นนักเพาะกายสามารถต่อยอดไปทำอาชีพอื่นได้ดีกว่า รวมทั้งยังอาจเป็นใบเบิกทางสู่การใช้ชีวิตในสหรัฐอเมริกาด้วย

เขาเริ่มลงแข่งขันเพาะกายครั้งแรกในรายการ Mr. Styria ในปี 1964 ก่อนจะได้รับการทาบทามให้ไปเป็นเทรนเนอร์ที่เยอรมนี จากนั้นก็ได้เข้าแข่งขันในรายการ Mr. Universe ในปี 1966 และหนึ่งปีต่อมา เขาก็ได้พบกับ Reg Park คนที่เป็นแรงบันดาลใจให้เขาในวัยเด็ก 

หลังจากการแข่งขัน Mr. Universe ในปี 1968 Arnold ได้รับโทรเลขจาก Joe Weider นักเพาะกายและเทรนเนอร์ที่เทรนนักเพาะกายชื่อดังหลายๆคนในสหรัฐฯ ให้เข้าร่วมการแข่งขัน Mr. Universe ที่จัดขึ้นในไมอามีสหรัฐอเมริกา

Arnold ตัดสินใจย้ายไปอยู่ที่สหรัฐฯ ที่นั่นเขาได้เข้าแข่งขันในรายการ Mr. Olympia ครั้งแรก และก็ได้พ่ายแพ้ให้กับ Sergio Oliva การพ่ายแพ้ครั้งนี้ได้ทำให้เขาต้องปรับทัศนคติเกี่ยวกับการเป็นนักเพาะกายของเขาให้เข้ากับการเป็นนักกีฬาเพาะกายแบบสหรัฐฯ เขาหมั่นออกกำลังกาย ควบคุมอาหารและใช้สารสเตียรอยด์ เพื่อให้เขากลับมาเป็นแชมป์ได้ ในปี 1970 เขาก็สามารถล้ม Sergio Oliva ได้เป็นผู้ชนะในรายการ Mr. Olympia ในปีดังกล่าว และหลังจากนั้นเขายังเป็นแชมป์ในรายการ Mr. Olympia ถึง 8 สมัยด้วยกัน

บทที่ 2 นักแสดงแถวหน้าของโลก “ดาราฮอลลีวูด”

การได้ชมภาพยนตร์เรื่อง Hercules ของ Arnold นอกจากจะทำให้เขาสนใจในอาชีพนักเพาะกายแล้ว ยังทำให้เขาสนใจในอาชีพนักแสดงด้วยเช่นกัน ในขณะที่เขากำลังมีชื่อเสียงจากการเป็นผู้ชนะในรายการ Mr. Olympia เขาก็เริ่มไปออกรายการโทรทัศน์ในช่องต่างๆ ของสหรัฐฯ เพื่อพูดคุยและให้ความรู้เกี่ยวกับการเพาะกาย และในระหว่างนี้เองเขาก็ได้ทาบทามให้ไปแสดงในภาพยนตร์เรื่อง “Hercules in New York” ในปี 1970 แต่ทว่าภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวได้พากย์เสียงทับเสียงบทของ Arnold เพราะเนื่องจากภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกันของ Arnold ในขณะนั้นยังไม่คล่องแคล่วและรื่นหูพอสำหรับคนอเมริกัน

แต่มาในปี 1977 เขาก็ได้รับบทนักแสดงนำในเรื่อง “Stay Hungry” ที่เป็นเรื่องราวของนักเพาะกายโดยเฉพาะ นอกจากนี้การเป็นผู้ชนะในรายการ Mr. Olympia ถึง 8 สมัยของเขานั้น ยังถูกถ่ายทอดออกมาเป็นภาพยนตร์สารคดีเรื่อง “Pumping Iron” ที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเขาโดยตรง จนไปถึงการเป็นผู้ชนะในรายการดังกล่าว ภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้ทำให้เขาได้รับรางวัลนักแสดงชายหน้าใหม่ยอดเยี่ยมอีกด้วย

ในปี 1982 Arnold ได้ถูกทาบทามให้รับบท Conan ในภาพยนตร์เรื่อง “Conan the Barbarian” ถึงแม้ว่าในตอนแรกตัว Arnold จะมีปัญหากับผู้อำนวยการสร้างก็ตาม แต่สุดท้ายแล้วเขาก็สามารถแสดงในบทบาทนี้ได้ จนกระทั่ง James Cameron ผู้กำกับชื่อดังที่ในขณะนั้นยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก ได้เสนอบทภาพยนตร์เรื่อง “The Terminator” ให้กับ Arnold เพื่อให้เล่นบทเครื่องจักรสังหาร ตอนแรก Arnold ปฏิเสธที่จะรับบทดังกล่าว จนกระทั่งเขาได้อ่านบทภาพยนตร์จนจบแล้วค้นพบว่าตัวเขาเองเหมาะสมกับบทบาทนี้ที่สุด

ในช่วงที่กำลังถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง The Terminator นั้น Arnold มีปัญหากับ Cameron ในเรื่องของบทพูดบทหนึ่ง ซึ่งนั่นก็คือประโยค “I’ll come back” เนื่องจาก Arnold มีปัญหากับการออกเสียงคำว่า “ I’ll ” จึงไปบอกกับ Cameron แต่ Cameron ก็ยังยืนกรานที่จะให้พูดประโยคนี้ จนกระทั่งพอถึงการถ่ายทำฉากดังกล่าว Arnold ก็ได้พูดออกไปว่า “I’ll be back” ซึ่งประโยคดังกล่าวก็ได้กลายเป็นภาพจำของเขาในเวลาต่อมา และประโยคดังกล่าวนี้ก็ยังเป็นบทพูดที่ Arnold ต้องพูดในภาพยนตร์ทุกเรื่องที่เขาแสดงอีกด้วย

ในโลกของการเป็นนักแสดงนี้ คู่แข่งที่สำคัญของ Arnold นั้นหนีไม่พ้น “Sylvester Stallone” นักแสดงภาพยนตร์สายแอ็คชั่นชื่อดังในทศวรรษที่ 1980 ที่มีผลงานมากมายเช่น Rambo Franchise (First Blood, First Blood Part 2, Rambo 3) , Rocky Franchise (Rocky 1 – 5) ฯลฯ นั่นจึงทำให้ Arnold ต้องสร้างผลงานภาพยนตร์สายแอ็คชั่นเพื่อเป็นคู่แข่งกับ Stallone โดยนอกจากจะรับบทภาพยนตร์เรื่อง The Terminator แล้ว เขายังรับบทภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ที่เป็นภาพยนตร์สายแอ็คชั่นอีกด้วยเช่น Commando, Raw Deal, Predator และ The Running Man เป็นต้น

บทที่ 3 ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียคนที่ 38

ปัญหาวิกฤติพลังงานที่เกิดขึ้นในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 21 ได้ส่งผลกระทบในวงกว้างไม่เว้นแม้แต่สหรัฐฯ และยังส่งผลให้ Gray Davis ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียในขณะนั้น เสื่อมความนิยม เนื่องจากเขาไม่สามารถแก้ไขวิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้นได้ นำไปสู่การรณรงค์ถอดถอน Davis ออกจากการเป็นผู้ว่าการรัฐ ด้าน Arnold ในเวลานั้นก็ได้มีกระแสข่าวว่าเขาจะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าการรัฐ ซึ่งในตอนแรก Arnold ได้ออกมาปฏิเสธกระแสข่าวดังกล่าว

แต่หลังจากที่บุคคลที่ Arnold สนับสนุนให้ลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐได้ถอนตัวออกไป Arnold จึงตัดสินใจลงรับสมัครเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐเอง โดยที่การหาเสียงส่วนใหญ่ของเขา มักเป็นการโจมตีความล้มเหลวของ Davis เป็นหลัก จนกระทั่งไม่กี่วันก่อนการเลือกตั้งก็ได้มีข่าวฉาวว่า เขาได้ล่วงละเมิดทางเพศกับผู้หญิงมากกว่า 15 คน ในสมัยที่เขายังเป็นนักแสดง แต่ทว่าข่าวฉาวนี้กลับไม่ได้ทำให้ความนิยมของ Arnold ลดลงแต่อย่างใด ซ้ำยังทำให้เขาได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นจนสามารถชนะการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียได้ในที่สุด

ขณะที่ Arnold ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียคนที่ 38 นั้น มีบางครั้งที่เขาทำงานผิดพลาดจนคะแนนนิยมของเขาตกต่ำลง แต่เขาก็สามารถกอบกู้คะแนนนิยมกลับคืนมาได้ จนทำให้เขาได้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐอีก 1 สมัย โดยผลงานที่สำคัญของเขาคือ การแต่งตั้งผู้พิพากษาหญิงและชนกลุ่มน้อยเป็นครั้งแรกในรัฐแคลิฟอร์เนีย การปฏิรูปการเมืองโดยไม่ให้มีการล็อกตัวผู้สมัครที่มาจากพรรคการเมืองในการเลือกขั้นต้น เป็นการเปิดกนักว้างให้ผู้สมัครอิสระสามารถเข้าไปทำงานในสภาของรัฐได้ และนโยบายลดมลพิษกับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของเขาได้ถูกต่อยอดและปรับใช้กับรัฐบาลกลางในสมัยของประธานาธิบดี Barack Obama อีกด้วย

บทสรุป : แนวคิดที่ขับเคลื่อนชีวิตของชายผู้ที่ไม่ธรรมดา

Arnold Schwarzenegger ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งบุคคลที่สามารถก้าวไปยังจุดสูงสุดของทั้ง 3 อาชีพ ได้แก่ นักเพาะกาย นักแสดง และนักการเมือง  ซึ่ง Arnold ก็ได้ถ่ายทอด “แนวคิด” ที่เป็นเสมือนกับ “พลังงาน” ในการขับเคลื่อนชีวิตของเขาให้ไปยังจุดสูงสุดของทั้ง 3 อาชีพ ดังนี้

  • มีเป้าหมายที่ชัดเจน

หลังจากได้เปิดโลกจากภาพยนตร์เรื่อง Hercules Arnold มีเป้าหมายที่แน่วแน่ในการเป็นนักเพาะกายอันดับต้นของโลก เขาเริ่มเรียนรู้การออกกำลังกายของนักเพาะกาย เริ่มเอารูปนักเพาะกายมาติดไว้ในห้องนอนของตน เข้าสมาคมนักเพาะกายในท้องถิ่น ฝึกฝนออกกำลังกายอยู่เสมอ จนกระทั่งเขาได้รับการคัดเลือกให้ไปแข่งขันในรายการ Mr. Styria ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จในอาชีพเพาะกาย หรือตอนที่เขาผันตัวจากนักเพาะกายมาเป็นนักแสดง เขาก็พยายามออกสื่อบ่อยขึ้นจนกระทั่งเขาได้รับเชิญให้ไปแสดงภาพยนตร์เรื่อง Hercules in New York เป็นต้น

  • สร้างแรงผลักดันให้กับตัวเอง

เป้าหมายของ Arnold ในช่วงต้นนอกจากจะเป็นนักเพาะกายที่มีชื่อเสียงแล้ว เขายังมีแรงผลักดันอีกหนึ่งอย่างนั่นคือ การได้ออกจากบ้านเกิดของตัวเอง เขาให้ความเห็นว่าตนไม่ได้รู้สึกชอบและพอใจที่ได้เกิดและเติบโตในประเทศออสเตรีย กลับกันเขามองว่าที่ที่เหมาะสมสำหรับเขาคือสหรัฐอเมริกา นั่นจึงทำให้เขาตั้งใจอย่างหนักที่จะเป็นนักเพาะกายอันดับต้นของโลก หรือแม้กระทั่งตอนที่เขาเป็นนักแสดง เขาก็มีแรงผลักดันในการเป็นนักแสดงชื่อดังในสายแอ็คชั่นนั่นคือ Sylvester Stallone จนทำให้เขาต้องผลิตผลงานสร้างความนิยมให้กับผู้ชมเพื่อเอาชนะ Stallone ให้ได้

  • สู้ไม่ถอย ไม่ยอมแพ้

การพ่ายแพ้ในการแข่งขันรายการ Mr. Olympia ที่สหรัฐฯ ครั้งแรก ทำให้ Arnold รู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก เขานั่งร้องไห้และทบทวนกับตัวเองจนกระทั่งเขาเลือกที่จะลุกขึ้นสู้ใหม่ ซึ่งต่อมาเขาก็ได้กลายเป็นผู้ชนะรายการ Mr. Olympia ถึง 8 สมัยด้วยกัน หรือแม้แต่ตอนที่เขาเป็นผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย เขาได้ทำงานผิดพลาดจนคะแนนนิยมตกต่ำมาก แต่เขาก็สามารถผลิกสถานการณ์จนทำให้เขาดำรงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐ 2 สมัยได้สำเร็จ

บทความทั้งหมดนี้เป็นเพียงภาพรวมชีวิตของ Arnold และแนวคิดในการขับเคลื่อนชีวิตแบบคร่าวๆ เท่านั้น สำหรับใครที่สนใจหรืออยากที่จะศึกษาเรียนรู้สารคดีชีวิตและเบื้องหลังความสำเร็จทั้งหมดของ Arnold Schwarzenegger สามารถรับชมได้ที่ Netflix

ผู้เขียน : ณัฐชนน จงห่วงกลาง

ระวี ตะวันธรงค์
Author

ระวี ตะวันธรงค์

แชร์บทความนี้

ช่วยกระจายข่าวเชิงลึกให้คนมากขึ้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูในหมวด Editor

ย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืม

ภาพเฮลิคอปเตอร์อพยพผู้คนจากสถานทูตสหรัฐฯ ในไซง่อนปี 1975 เป็นสัญลักษณ์ความพ่ายแพ้ของอเมริกาในสงครามเวียดนาม บทเรียนจากความหวาดระแวง กลยุทธ์ผิดพลาด และการประเมินคู่ต่อสู้ต่ำเกินไป.

Srawut··1 min read

จับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  

การเจรจารอบ 2 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีความสำคัญต่อเสถียรภาพตะวันออกกลางและเศรษฐกิจโลก โดยมีโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นแกนหลักของความขัดแย้ง

Srawut··1 min read

เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?

สหรัฐอเมริกาประกาศปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ หลังการเจรจากับอิหร่านล้มเหลว สถานการณ์นี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเผชิญหน้าทางทหารและวิกฤตพลังงานโลก

Srawut··1 min read