‘ไม่มียาชนิดใดในโลกที่มีประวัติศาสตร์อันน่าทึ่งและทำลายสถิติในวงการยาเช่นนี้’
ขอย้อนกลับไปเมื่อราวปี ค.ศ.1763 ในวงการแพทย์ได้มีการทดลองใช้เปลือกของ ต้นวิลโลว (Willow) ซึ่งมีสารที่เรียกว่า ซาลิซิน (Salicin) ที่สามารถลดอาการปวด อักเสบ หรือไข้ได้ มารักษาโรคไข้มาลาเรีย และเมื่อการทดลองนั้นประสบความสำเร็จ จึงได้มีการทดลองและศึกษาโครงสร้างทางเคมี โดยการสกัดสารนั้นออกมา และเรียกสารนั้นว่า ซาลิไซลิกแอซิด (Salicylic Acid)
จนราวปีค.ศ. 1897 ได้มีการพัฒนาโครงสร้างทางเคมีของ ซาลิไซลิกแอซิด (Salicylic Acid) จนกลายเป็น อะซีทิลซาลิไซลิกแอซิด (Acetylsalicylic Acid) หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า ‘ยาแอสไพริน’ (Aspirin) ซึ่งมีสรรพคุณในการลดอาการปวด ลดการอักเสบ และไข้ อีกทั้งยังมีประโยชน์อีกหลากหลายอย่างน่าประหลาด ไม่เพียงแต่หยุดยั้งความเจ็บปวดเท่านั้น ยังมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคหัวใจ และหลอดเลือดในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสมอีกด้วย
และจากความสำเร็จข้างต้น ทำให้ในปีค.ศ. 1899 บริษัทที่ดูแลการผลิตยาแอสไพรินอย่าง ไบเออร์ (Bayer) จดทะเบียนให้แอสไพรินเป็นเครื่องหมายทางการค้า และออกสู่ตลาดในปีเดียวกัน แม้ช่วงแรกจะวางขายเป็นรูปแบบผงให้ร้านขายยา นำไปแบ่งขายให้ลูกค้า แต่อีกเพียงหนึ่งปีถัดมา ไบเออร์ก็เปิดตัวยาแอสไพรินในรูปแบบแท็บเล็ตอย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน ซึ่งแอสไพรินก็เป็นยาตัวแรก ๆ ที่มีการวางขายในรูปแท็บเล็ตอีกด้วย
กว่า 120 ปีที่โลกมีแอสไพริน ปัจจุบันยาบรรเทาปวดตัวนี้ยังได้รับการยอมรับในระดับสากล เชื่อถือได้ และคุ้มค่า อีกทั้งถูกใช้เป็นเกณฑ์มาตราฐานในการวัดเรื่องของการบรรเทาปวด ในแง่ของผู้บริโภคก็ไม่ต้องสงสัยในเรื่องของประสิทธิภาพ เพราะแอสไพรินเป็นยาบรรเทาปวดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด และอยู่ในรายชื่อยาที่จำเป็นขององค์กรอนามัยโลกอีกด้วย
ระวี ตะวันธรงค์
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด CALENDAR →ย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืม
ภาพเฮลิคอปเตอร์อพยพผู้คนจากสถานทูตสหรัฐฯ ในไซง่อนปี 1975 เป็นสัญลักษณ์ความพ่ายแพ้ของอเมริกาในสงครามเวียดนาม บทเรียนจากความหวาดระแวง กลยุทธ์ผิดพลาด และการประเมินคู่ต่อสู้ต่ำเกินไป.
จับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์
การเจรจารอบ 2 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีความสำคัญต่อเสถียรภาพตะวันออกกลางและเศรษฐกิจโลก โดยมีโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นแกนหลักของความขัดแย้ง
เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?
สหรัฐอเมริกาประกาศปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ หลังการเจรจากับอิหร่านล้มเหลว สถานการณ์นี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเผชิญหน้าทางทหารและวิกฤตพลังงานโลก
“สามฉากทัศน์ใน ฮอร์มุซ“ เมื่อสหรัฐ ‘คุมทาง’ จีน ‘ต้องใช้ทาง’ และอิหร่าน ‘อยู่บนทาง’”
สหรัฐเริ่มสกัดกั้นเรือเข้า-ออกท่าเรืออิหร่านผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะจีนประกาศต้องการเข้าถึงพลังงาน สร้างเกมมหาอำนาจสามเหลี่ยมที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง




