การเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 ถูกจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย โดย “บัตรเขย่ง” ซึ่งกลายเป็นปมปัญหาความเชื่อมั่นต่อองค์กรอิสระอย่าง กกต. อย่างรุนแรง บทสรุปของเรื่องนี้ไม่ได้จบลงที่ความชัดเจนขาวสะอาด แต่จบลงด้วย “การใช้อำนาจทางกฎหมายรับรองผล” ท่ามกลางข้อกังขาที่ยังคงอยู่ โดยมีบทสรุปดังนี้
1. จุดจบทางเทคนิค “ความผิดพลาดของมนุษย์” คือคำตอบสุดท้าย
ในทางเทคนิค กกต. สรุปจบเรื่องนี้ด้วยการนิยามว่า “บัตรเขย่ง” (จำนวนผู้มาใช้สิทธิไม่ตรงกับยอดบัตรที่ถูกใช้) เกิดจาก Human Error หรือความผิดพลาดหน้างานของเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยและผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เช่น
– การเซ็นชื่อผิดช่อง (คนลำดับที่ 1 เซ็นช่องที่ 2 ทำให้รวนกันไปเป็นลูกโซ่)
– การรับบัตรไปแล้วแต่ไม่หย่อนลงหีบ (เอาบัตรกลับบ้าน)
– การหย่อนบัตรผิดหีบ
กกต. วินิจฉัยว่าความผิดพลาดเหล่านี้ “เป็นไปโดยสุจริต” และไม่กระทบต่อคะแนนรวมในระดับที่ทำให้การเลือกตั้งโมฆะทั้งประเทศ
2. จุดจบทางปฏิบัติ: สั่งเลือกตั้งใหม่เฉพาะจุด
แทนที่จะนับคะแนนใหม่ทั้งหมดหรือให้การเลือกตั้ง โมฆะ กกต. เลือกใช้วิธีแก้ปัญหาเฉพาะจุดที่มีแผลใหญ่จนปิดไม่มิด โดยมีการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมที่สุดคือ
– สั่งลงคะแนนใหม่ (เลือกตั้งซ่อม) ใน 6 หน่วยเลือกตั้ง ของ 5 จังหวัด (ลำปาง, ยโสธร, เพชรบูรณ์, พิษณุโลก และ กทม. เขต 13) ซึ่งเป็นจุดที่ตัวเลขบัตรเขย่งมีผลต่อคะแนนอย่างชัดเจน
– สั่งนับคะแนนใหม่: กรณีที่เห็นภาพชัดที่สุดคือ นครปฐม เขต 1 ซึ่งเกิดดราม่าการนับคะแนนกลับไปกลับมาระหว่างพรรคอนาคตใหม่และพรรคประชาธิปัตย์ จนสุดท้ายพรรคอนาคตใหม่ชนะไปในเขตนั้น
3. จุดจบทางการเมือง: สูตรคณิตศาสตร์พิสดารและการจัดตั้งรัฐบาล
ผลลัพธ์ที่แท้จริงของกรณีบัตรเขย่ง คือการนำไปสู่การคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อที่ซับซ้อนและเป็นที่ถกเถียง (สูตรปัดเศษทศนิยม)
คะแนนดิบจากการเลือกตั้งที่มีบัตรเขย่งปนอยู่ ถูกนำมารับรองเป็น “คะแนนบริสุทธิ์”
คะแนนเหล่านี้ถูกนำไปเข้าสูตรคำนวณที่ทำให้พรรคเล็กที่ได้คะแนนไม่ถึงเกณฑ์พึงมี (ประมาณ 71,000 คะแนน) ได้เก้าอี้ ส.ส. เข้าสภา จำนวนมาก
ผลลัพธ์สุดท้าย: พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สามารถรวมเสียงพรรคเล็กเหล่านี้จัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ ปิดฉากความพยายามจัดตั้งรัฐบาลของฝ่ายตรงข้าม
4. บัตรเขย่งปี 2562 บาดแผลการเลือกตั้ง
กรณี “บัตรเขย่งปี 2562” จบลงในรูปแบบ Legal Finality (ความยุติโดยกฎหมาย) แต่ไม่ใช่ Public Trust (ความเชื่อมั่นจากประชาชน)
กล่าวคือ ในทางกฎหมายถือว่าเรื่องยุติแล้ วเมื่อ กกต. ประกาศรับรองผล ส.ส. ครบ 500 คน และศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้วินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ แต่ในทางสังคมและการเมือง มันได้กลายเป็น “บาดแผล” ที่ทำให้ความศักดิ์สิทธิ์ของ กกต. ลดต่ำลง และกลายเป็นบรรทัดฐานที่ทำให้สังคมต้องจับตาดูการนับคะแนนแบบ Real-time อย่างเข้มข้นในการเลือกตั้งครั้งต่อมา (ปี 2566) เพื่อป้องกันประวัติศาสตร์ซ้ำรอย
Srawut
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →เหตุผลที่ “สามารถ” เห็นด้วยกับ “การพับแลนด์บริดจ์”
ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ เห็นด้วยกับการพับโครงการแลนด์บริดจ์ เพราะเป็นการเปลี่ยนจากแนวคิดโครงการเป็นยุทธศาสตร์ที่ตอบโจทย์ศักยภาพแท้จริงของไทยมากกว่า
เปิดประวัติ “บิ๊กราญ” พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. คนที่ 16
พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ได้รับการเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คนที่ 16 โดยมีระยะเวลาในตำแหน่งยาวนาน 7 ปี
ทำความรู้จัก “กฤชเทพ สิมลี” เพื่อนสนิทเนวิน “เลขาฯ รมว.คมนาคม คนใหม่”
กฤชเทพ สิมลี ศิษย์เก่า OSK 90 ได้รับแต่งตั้งเป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเนวิน ชิดชอบ
เปเล่ คริสโตเฟอร์ วอชิงตัน : สร้างคอนเทนต์อย่างไรให้คนจดจำ ?
เปเล่ คริสโตเฟอร์ วอชิงตัน สอนวิธีสร้างคอนเทนต์ให้คนจดจำ โดยเน้นการหลีกเลี่ยงการไล่ตามกระแส การค้นหาความแตกต่าง และการกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน




