ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Live · Breaking
น่าสงสารประเทศ! มีเงินใต้พรมสี่ล้านล้าน ไม่ใช้ แต่ดันกล้าไปขอกู้ใหม่มาเพิ่ม ทำไมน้อ ?สรุปการแถลงของ “สนธิ ลิ้มทองกุล” ทวงคืนประเทศไทยหมดเวลาเรียน AI เดิมๆ AI Agent อัปเกรดเป็น Astra = JARVISผลโพลเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ. นนทบุรี ! “นฤพนธ์” ยืนหนึ่ง แบรนด์ผึ้งหลวง ยังทรงพลังประชุมบอร์ด Data Center นัดแรก ! เร่งจัดระเบียบ ปิดช่องโหว่กฎหมายสื่อระดับโลก กล่าวถึง “สวนนงนุช” ภาพลักษณ์พัทยาในมุมใหม่"ดาต้าเซ็นเตอร์" กลางกรุง เมื่อกฎหมายไดโนเสาร์ ตามไม่ทันโลกอนาคตมหากาพย์ “ฮั้ว สว.” กับวิชาตัวเบาของ กกต. เมื่อพ่อครัวยืนยันว่าผ้ากันเปื้อนสะอาด แต่ไม่ตอบว่าแกงบูดไหม?น่าสงสารประเทศ! มีเงินใต้พรมสี่ล้านล้าน ไม่ใช้ แต่ดันกล้าไปขอกู้ใหม่มาเพิ่ม ทำไมน้อ ?สรุปการแถลงของ “สนธิ ลิ้มทองกุล” ทวงคืนประเทศไทยหมดเวลาเรียน AI เดิมๆ AI Agent อัปเกรดเป็น Astra = JARVISผลโพลเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ. นนทบุรี ! “นฤพนธ์” ยืนหนึ่ง แบรนด์ผึ้งหลวง ยังทรงพลังประชุมบอร์ด Data Center นัดแรก ! เร่งจัดระเบียบ ปิดช่องโหว่กฎหมายสื่อระดับโลก กล่าวถึง “สวนนงนุช” ภาพลักษณ์พัทยาในมุมใหม่"ดาต้าเซ็นเตอร์" กลางกรุง เมื่อกฎหมายไดโนเสาร์ ตามไม่ทันโลกอนาคตมหากาพย์ “ฮั้ว สว.” กับวิชาตัวเบาของ กกต. เมื่อพ่อครัวยืนยันว่าผ้ากันเปื้อนสะอาด แต่ไม่ตอบว่าแกงบูดไหม?
The Insight News
“ระบอบสีน้ำเงิน” จากพรรคตัวแปร สู่ผู้การสืบทอดอำนาจ คสช. ?

“ระบอบสีน้ำเงิน” จากพรรคตัวแปร สู่ผู้การสืบทอดอำนาจ คสช. ?

Srawut
กองบรรณาธิการ
1 min read

นับตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2562 เราได้เห็นการเปลี่ยนผ่านจากรัฐบาลทหาร หรือ รัฐบาล คสช. สู่รัฐบาลผสมพลเรือนหลากสี แต่หากมองลึกลงไปถึง “โครงสร้างอำนาจ” สิ่งที่กำลังก่อตัวขึ้นไม่ใช่การล่มสลายของระบอบ คสช. แต่คือ “การสืบทอดอำนาจ” ที่แนบเนียนที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

นี่คือเรื่องราวของ “2 ระบอบ” ที่ไม่ได้มีจุดเริ่มต้นเกี่ยวข้องกัน แต่ยิ่งนานวันกลับยิ่งร้อยรัดเข้าหากัน นั่นก็คือ “ระบอบ คสช.” ผู้วางรากฐานอำนาจ และ “ระบอบสีน้ำเงิน” ผู้สืบทอดอำนาจในปัจจุบัน

1. รัฐธรรมนูญ 2560: กติกาที่สร้างมาเพื่อสืบอำนาจ

เป้าหมายสูงสุดของ คสช. ไม่ใช่แค่การยึดอำนาจชั่วคราว แต่คือการจัดระเบียบการเมืองใหม่ เพื่อตัดกำลังพรรคการเมืองมวลชนขนาดใหญ่ เครื่องมือสำคัญคือการออกแบบกติกาเลือกตั้งที่ลดทอนความสำคัญของอุดมการณ์พรรค เชิดชูผู้มีอิทธิพลในพื้นที่

แต่ผลลัพธ์ของวิศวกรรมทางการเมืองนี้ ไม่ได้ทำให้พรรคของทหารเข้มแข็งอย่างที่ตั้งใจ แต่กลับเป็นดินที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดให้พรรคการเมืองแนว “บ้านใหญ่” อย่าง “พรรคภูมิใจไทย” เติบโต ด้วยกติกาที่เอื้อให้พวกเขาสามารถใช้เครือข่ายอุปถัมภ์ดูด สส. เขตเข้าสภาได้เป็นกอบเป็นกำ จนกลายสภาพเป็นขั้วอำนาจสำคัญที่ขาดไม่ได้ในการตั้งรัฐบาล

2. จาก “นั่งร้านค้ำบัลลังก์” สู่ “ผู้สืบทอดอำนาจ”

ในช่วงที่ คสช. พยายามสืบทอดอำนาจผ่านพรรคทหาร พวกเขาขาดรากฐานทางการเมืองที่ลึกซึ้ง “พรรคภูมิใจไทย” จึงก้าวเข้ามาเป็น “นั่งร้าน” ค้ำยันเสถียรภาพให้ผู้นำพรรคทหาร

แต่การค้ำยันนี้มีราคาแพงลิ่ว ภูมิใจไทยเรียกเก็บค่าเช่าทางการเมืองด้วยการยึดกุมกระทรวงเกรด A อย่างกระทรวงคมนาคม สาธารณสุข และมหาดไทย

กลไกเหล่านี้คือท่อน้ำเลี้ยงชั้นดี งบประมาณตัดถนน เครือข่าย อสม. และอำนาจของฝ่ายปกครอง ถูกนำมาหล่อเลี้ยงเครือข่ายบ้านใหญ่ทั่วประเทศ ยกระดับจากพรรคตัวแปรระดับภูมิภาค สู่การเป็นผู้จัดการผลประโยชน์ระดับชาติ จนทำให้ภูมิใจไทยเติบใหญ่ กลายเป็น “ระบอบสีน้ำเงิน” ในวันนี้

3. ระบอบสีน้ำเงิน กับสมาชิกวุฒิสภา

พัฒนาการที่ตอกย้ำว่าระบอบสีน้ำเงินคือ “ผู้สืบทอด” โครงสร้างอำนาจ คสช. เกิดขึ้นจากกระบวนการสรรหา สว. ในปี 2567 คสช. ออกแบบกติกาการคัดเลือก สว. ให้ซับซ้อนที่สุดเพื่อกันชนชั้นกลางและพรรคการเมืองมวลชน แต่ระบบนี้กลับพ่ายแพ้ให้กับความเชี่ยวชาญในการจัดตั้งคนระดับฐานรากของ “ระบอบสีน้ำเงิน”

โดยมีการตั้งข้อสงสัยว่า สว. จำนวน 60 – 70 % เป็นคนของระบอบสีน้ำเงิน ที่ส่งผลให้ระบอบสีน้ำเงินได้ครอบครอง “ดาบอาญาสิทธิ์” สองเล่มที่ คสช. เคยถือไว้ ได้แก่

(1) สิทธิ์การแก้รัฐธรรมนูญและกฎหมายสำคัญทุกครั้ง ต้องผ่านความเห็นชอบ 1 ใน 3 ของ สว.

(2) อำนาจชี้ตายนายกฯ และพรรคการเมือง ผ่านการให้ความเห็นชอบและรับรองบุคคลที่เข้าสู่องค์กรอิสระ ของ สว.

4. ระบบสีน้ำเงิน หัวขบวนใหม่ของกลุ่มอนุรักษ์นิยม

ทุกวันนี้ ระบอบสีน้ำเงินไม่ใช่ “นอมินี” ของ คสช. พวกเขาไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยอุดมการณ์รัฐราชการเบ็ดเสร็จ แต่ขับเคลื่อนด้วยการจัดสรรและผลประโยชน์ทางการเมือง

เมื่อกองทัพเสื่อมถอยและพรรคทหารแตกสลาย กลุ่มอนุรักษ์นิยมที่เคยพึ่งพา คสช. จำเป็นต้องหาตัวแทนใหม่เพื่อต้านทานกระแสการเปลี่ยนแปลงจากพรรคการเมืองแนวคิดก้าวหน้า

ระบอบสีน้ำเงินที่คุมทั้ง สส. ในสภาล่าง (พรรคภูมิใจไทย) และถูกตั้งข้อสงสัยว่า คุม สว. ในสภาบน จึงถูกยกระดับขึ้นเป็น “ผนังทองแดงกำแพงเหล็ก” ของกลุ่มอนุรักษ์นิยม

5. บทสรุป: การสืบอำนาจผ่านกลไกเกื้อกูล

ระบอบสีน้ำเงินคือการสืบทอดอำนาจ คสช. ในรูปแบบของพันธมิตรเชิงโครงสร้างที่พึ่งพาอาศัยกัน

คสช. เป็นผู้วางสถาปัตยกรรมทางกฎหมาย ส่วนระบอบสีน้ำเงินใช้เครือข่าย สส. เข้าค้ำยันกลุ่มอำนาจเดิม แลกกับการกุมทรัพยากรรัฐเพื่อขยายฐานอำนาจ เมื่อพรรคทหารถึงจุดเสื่อมถอย ระบอบสีน้ำเงินที่เติบโตเต็มที่จึงก้าวขึ้นมารับไม้ต่อ ทำหน้าที่พิทักษ์กติการัฐธรรมนูญปี 2560 และเครือข่ายองค์กรอิสระแทน

นี่คือการสืบทอดอำนาจที่แนบเนียนที่สุด อำนาจไม่ได้ถูกแย่งชิง แต่ถูกส่งต่อผ่านดีลที่ลงตัว เพียงแค่เปลี่ยนหน้าฉากจาก “พรรคลายพราง” เป็น “เครือข่ายบ้านใหญ่” โดยที่โครงสร้างอำนาจอนุรักษ์นิยมยังคงเดินหน้าต่อไปได้อย่างสมบูรณ์

บทความโดย ศราวุธ เอี่ยมซี่ยม

แชร์บทความนี้

ช่วยกระจายข่าวเชิงลึกให้คนมากขึ้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูในหมวด Editor

น่าสงสารประเทศ! มีเงินใต้พรมสี่ล้านล้าน ไม่ใช้ แต่ดันกล้าไปขอกู้ใหม่มาเพิ่ม ทำไมน้อ ?

ประเทศมีเงินนอกงบประมาณ 4 ล้านล้านบาท แต่รัฐบาลเลือกกู้เงินเพิ่มแทนที่จะใช้เงินที่มีอยู่ เพราะเงินกู้ง่ายต่อการแบ่งปันและสร้างโครงการหาเสียง

Srawut··1 min read

สรุปการแถลงของ “สนธิ ลิ้มทองกุล” ทวงคืนประเทศไทย

สนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แถลงข่าวใหญ่เพื่อทวงคืนประเทศไทยภายใต้แนวคิด "เอาประเทศไทยของเราคืนมา" โดยมุ่งตรวจสอบการทุจริตและปกป้องอธิปไตย

Srawut··1 min read

หมดเวลาเรียน AI เดิมๆ AI Agent อัปเกรดเป็น Astra = JARVIS

AI agent ASTRA ยุคใหม่เปลี่ยนวิธีการสร้างเนื้อหา ความน่าเชื่อถือและคุณค่าต่อสังคมกลายเป็นตัวชี้วัดสำคัญแทนความเร็วการผลิต

Srawut··1 min read

ผลโพลเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ. นนทบุรี ! “นฤพนธ์” ยืนหนึ่ง แบรนด์ผึ้งหลวง ยังทรงพลัง

นนทบุรีเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ. โพลล่าสุดแสดง "นฤพนธ์" นำด้วย 37.27% จากแบรนด์ผึ้งหลวง ขณะ "เดชรัต" ของพรรคประชาชนได้ 27.55%

Srawut··1 min read