หากจะกล่าวถึงชื่อของ “ฉลอง เรี่ยวแรง” ในแวดวงการเมืองไทย เขาคือตัวแทนของความเก๋าเกม การเอาตัวรอด อดีตบ้านใหญ่แห่งจังหวัดนนทบุรี และ 1 ในผู้สร้างตำนานงูเห่า ที่กลายเป็นศัพท์ทางการเมืองจนถึงปัจจุบัน
ชื่อของเขากลายเป็นข่าวดังอีกครั้ง แต่ไม่ใช่ในฐานะนักการเมือง หลังตกเป็นผู้ต้องหาคดีฆาตกรรม จากการก่อเหตุยิงอดีตเพื่อนรักอย่าง “พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ” นายก อบจ.นนทบุรี จนเสียชีวิตเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา
เส้นทางชีวิตที่พลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือนี้ สะท้อนให้เห็นสัจธรรมของ “อำนาจ” และ “การเมือง” ได้อย่างลึกซึ้ง และนี่คือ 5 ข้อคิดสำคัญที่เราสามารถถอดบทเรียนได้จากชีวิตของเขา ดังต่อไปนี้
1. การปรับตัว และการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย
ชีวิตการเมืองของฉลองเริ่มต้นจากรากหญ้าอย่างแท้จริง ตั้งแต่การเป็นผู้คุมเรือนจำนนทบุรี ขับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง และทำธุรกิจส่วนตัว ประสบการณ์เหล่านี้หล่อหลอมให้เขารู้จักชาวบ้านทุกระดับชั้น เกิดเป็นเครือข่ายอุปถัมภ์ “ใจถึงพึ่งได้” ที่ทำให้เขายึดครองพื้นที่นนทบุรีได้ยาวนาน
แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนผ่าน นนทบุรีขยายตัวเป็นเมืองใหญ่ เต็มไปด้วยคนรุ่นใหม่และหมู่บ้านจัดสรร กระแสความนิยมจึงเปลี่ยนจากการเมืองเชิงอุปถัมภ์ไปสู่การเมืองเชิงอุดมการณ์
ความพ่ายแพ้ซ้ำซากในการเลือกตั้งปี 2562 และ 2566 คือเครื่องยืนยันว่า หากไม่ยอมรับและปรับตัวให้ทันพลวัตของสังคม บารมีเก่าที่เคยสั่งสมมาก็ไม่อาจต้านทานความเปลี่ยนแปลงได้

2. ราคาที่แสนแพงของการเมืองแบบ “นักเลง-ใจถึง”
การเป็นนักการเมืองสไตล์ “ใจถึงพึ่งได้” ที่ต้องคอยดูแลอุ้มชูเครือข่ายและชาวบ้านในพื้นที่ ปฏิเสธไม่ได้ว่าต้องอาศัย “กระสุน” และทรัพยากรมหาศาลเป็นแรงขับเคลื่อน การรักษาภาพลักษณ์และบารมีในฐานะ “บ้านใหญ่” คือภาระต้นทุนที่หนักอึ้งและต้องจ่ายอย่างต่อเนื่องเพื่อหล่อเลี้ยงระบบอุปถัมภ์ให้คงอยู่
เมื่อถึงคราวที่ชีวิตพลิกผัน อำนาจทางการเมืองเสื่อมถอย และต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพเรื้อรัง สายป่านที่เคยยาวก็ย่อมมีวันตึงเครียดและร่อยหรอ การเมืองที่สร้างขึ้นจากระบบผลประโยชน์นั้นเปราะบางอย่างยิ่ง เพราะเมื่อทรัพยากรขาดมือ ความสัมพันธ์ที่เคยพึ่งพากันได้ก็พร้อมจะแปรเปลี่ยนเป็นความขัดแย้ง
ความกดดันจากการแบกรับต้นทุนที่มองไม่เห็นเหล่านี้ คือราคาอันแสนแพงที่บีบคั้นให้อดีตผู้ยิ่งใหญ่ต้องเดินเข้ามุมอับ และนำไปสู่โศกนาฏกรรมในท้ายที่สุด
3. สมการอำนาจที่ไม่มีคำว่า “มิตรแท้”
ความสัมพันธ์ระหว่าง “ฉลอง” กับ “พ.ต.อ.ธงชัย” คือภาพจำลองของประโยคที่ว่า “ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวรทางการเมือง” จากอดีตเพื่อนรักที่เคยสนับสนุนกันเป็นอย่างดี แต่เมื่อผลประโยชน์ทางการเมืองเริ่มทับซ้อนและจัดสรรกันไม่ลงตัว ความสัมพันธ์จึงเริ่มเปลี่ยนแปรไป
โดยรอยร้าวเริ่มปรากฏให้เห็นชัดเจนในการเลือกตั้ง นายก อบจ. ปี 2563 ที่ “ฉลอง” ตัดสินใจตั้ง “กลุ่มพลังนนท์” ลงแข่งกับ “พ.ต.อ.ธงชัย” แชมป์เก่า ฉลองจะพ่ายแพ้ยับเยินและจบที่อันดับ 3 ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นอาจกลายเป็นความแค้นฝังลึก ที่ถูกผสมโรงกับเรื่องอื่นๆ ในเวลาต่อมา จนนำไปโศกนาฏกรรมในที่สุด

4. ความยึดติดและกับดักของอดีตที่รุ่งเรือง
ความเก๋าเกมของ “ฉลอง” พิสูจน์ได้จากการเป็นคนการเมืองที่เอาตัวรอดได้ในทุกสถานการณ์ เขาผ่านการสังกัดพรรคการเมืองมาไม่ต่ำกว่า 9 พรรค (ประชากรไทย, ราษฎร, ชาติพัฒนา, ไทยรักไทย, ประชาราช, เพื่อไทย, พลังประชารัฐ และภูมิใจไทย)
และที่โด่งดังที่สุดคือการเป็นหนึ่งในขบวนการงูเห่า ที่แหกมติพรรคประชากรไทยไปโหวตสนับสนุนให้ “ชวน หลีกภัย” เป็นนายกรัฐมนตรีในปี 2540 ทำให้เขาได้รับตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรี
“ฉลอง” คือคนที่ใช้ประโยชน์จาก “อำนาจ” ได้อย่างถึงแก่น แต่ในทางกลับกัน เมื่อถึงจุดที่อำนาจเสื่อมถอย เขาก็ไม่สามารถ “ปล่อยวาง” และยอมรับสถานะขาลงของตนเองได้ การยึดติดกับบารมีในอดีตจึงกลายเป็นกับดักที่บีบให้เขาเลือกแก้ปัญหาด้วยอารมณ์และความรุนแรง
5. ความไม่แน่นอนของชีวิต
นี่อาจเป็นข้อคิดที่เจ็บปวดและทรงพลังที่สุด ชายผู้ที่เริ่มต้นชีวิตข้าราชการจากการเป็น “ผู้คุมเรือนจำ” สามารถไต่เต้าทะยานขึ้นไปถึงจุดสูงสุด เป็น สส. 3 สมัย เป็นผู้กว้างขวางในระดับมากบารมี แต่ในช่วงบั้นปลายโชคชะตากลับพลิกผัน นำพาเขากลับไปสู่เรือนจำอีกครั้ง
ชีวิตของ “ฉลอง เรี่ยวแรง” จึงเป็นอีกบทเรียนการเมืองที่ถูกจารึกไว้เพื่อเตือนสติผู้มีอำนาจทุกคนว่า อำนาจและบารมีเป็นเพียงสิ่งชั่วคราว แต่ผลแห่งการกระทำนั้น จะสลักติดตัวเราไปตลอดกาล
บทความโดย ศราวุธ เอี่ยมเซี่ยม
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →สัมพันธ์ไทย - จีน ยุคใหม่ และทิศทางการค้าและการลงทุน
บรรยายพิเศษเกี่ยวกับความสัมพันธ์ไทย-จีนในยุคใหม่ และทิศทางการค้าการลงทุนระหว่างสองประเทศ โดยเน้นบทบาทของไทยในห่วงโซ่อุปทานโลก
ทำความรู้จัก ชัยชนะ เดชเดโช หลังถูกกล่าวหา ตบบ้องหูนายตำรวจ
ชัยชนะ เดชเดโช ถูกกล่าวหาตบบ้องหูนายตำรวจ บทความนี้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลดังกล่าว
ศาลสั่งจำคุก “อภิรักษ์ โกฎธิ” กับพวก 49,110 ปี คดี Forex 3D ยกฟ้องพิ้งกี้และครอบครัว
ศาลสั่งจำคุกอภิรักษ์ โกฎธิ และพวก 49,110 ปี ในคดีฉ้อโกงแชร์ Forex 3D ยกฟ้องพิ้งกี้และครอบครัว
ยิงโจรบุกบ้าน แบบไหน "รอด" แบบไหน "ติดคุก" ? เช็กลิสต์แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เจ้าของบ้านต้องรู้
บ้านถูกบุกรุก การยิงโจรเพื่อป้องกันตัวอาจ "รอด" หรือ "ติดคุก" ขึ้นอยู่กับว่าการกระทำนั้นพอสมควรแก่เหตุตามกฎหมายอาญา มาตรา 68 หรือไม่




