เมื่อผืนหญ้าสีเขียว กลายเป็นกระดานหมากรุกการเมือง เย็นวันนี้ ( 9 สิงหาคม 2569) สปอตไลต์ไม่ได้ส่องไปที่นักเตะในสนามเพียงอย่างเดียว แต่กลับจับจ้องไปที่อัฒจันทร์วีไอพี ในแมตช์อุ่นเครื่องระหว่าง “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กับ “ราชันมังกร” ราชบุรี เอฟซี
ท่ามกลางบรรยากาศการแข่งขันกีฬา มีกระแสข่าวลือหนาหูว่า นี่คือฉากหน้าของการเจรจาดีลลับ ระหว่าง “เนวิน ชิดชอบ” ครูใหญ่ค่ายสีน้ำเงิน และ “บุญยิ่ง นิติกาญจนา” สส.ราชบุรี บ้านใหญ่แห่งพรรคกล้าธรรม
1. ฝากเลี้ยงงูเขียว ?
หลังการจัดตั้งรัฐบาลอนุทิน พรรคภูมิใจไทยผงาดขึ้นเป็นแกนนำรัฐบาลด้วยเสียง 291 เสียง พร้อมกับยุทธศาสตร์รักษาสมดุลอำนาจ โดยผลักพรรคกล้าธรรมไปเป็นฝ่ายค้าน เพื่อรักษาระดับเสียงสนับสนุนไม่ให้ทะลุ 300 เสียง ซึ่งจะช่วยเลี่ยงความวุ่นวายในการจัดสรรโควตารัฐมนตรี
แต่สำหรับ สส. สายบ้านใหญ่ การตกอยู่ในสถานะพรรคฝ่ายค้านหมายถึงการขาด “น้ำเลี้ยง” และอำนาจรัฐในการดูแลพื้นที่ นี่จึงอาจเป็นที่มาของยุทธการ “ฝากเลี้ยง”
โดยกลุ่ม สส. ในมือของนางบุญยิ่งราว 10 คน หรือที่สื่อเรียกว่ากลุ่ม “งูเขียว” อาจจะยังคงสวมเสื้อพรรคกล้าธรรมนั่งฝั่งฝ่ายค้าน แต่เวลาโหวตญัตติสำคัญ พวกเขาพร้อมใจกันยกมือสนับสนุนรัฐบาล นี่คือดีลที่ลงตัว รัฐบาลได้เสียงสภาเพิ่มโดยไม่ต้องให้เก้าอี้รัฐมนตรี ส่วนกลุ่ม สส. ก็ได้รับการดูแลประหนึ่งพรรคร่วมรัฐบาล ถ้าสมมติว่า ดีลนี้เกิดขึ้นจริง

2. เบื้องลึกดีลลับ
เบื้องลึกของการขยับตัวครั้งนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องการเข้าหาศูนย์กลางอำนาจ แต่ยังมีปัจจัยเรื่อง “ความเปราะบางทางกฎหมาย” จากคดีทุจริตระบายผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังที่ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกนางบุญยิ่ง 6 ปี 8 เดือน
ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการยื่นอุทธรณ์ ทำให้สถานการณ์ทางการเมืองของบ้านใหญ่นิติกาญจนาอยู่ในจุดเสี่ยง การเดินเข้าหาผู้กุมอำนาจรัฐอย่างพรรคภูมิใจไทย จึงเป็นทางเลือกแห่งการแสวงหาความคุ้มครองที่สมเหตุสมผลที่สุด
นอกจากนี้ ยังมีข่าวสะพัดถึงข้อตกลงในการสืบทอดอำนาจ โดยนางบุญยิ่งเตรียมที่จะวางมือ และส่งไม้ต่อให้ “ลูกชาย” ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. ราชบุรี เขต 2 ในสมัยหน้า ภายใต้ร่มธงของพรรคภูมิใจไทยอย่างเต็มตัว ถือเป็นการใช้จังหวะนี้ตีตั๋วเข้าค่ายสีน้ำเงินเพื่อการันตีเส้นทางที่ราบรื่นให้กับทายาท
3. “คอนเนคชั่นไทยลีก” การทูตลูกหนังที่แนบเนียน
ปรากฏการณ์นี้ชวนให้เราต้องตั้งข้อสังเกตถึงวิวัฒนาการของการเมืองไทย พื้นที่เจรจาต่อรองทางการเมืองไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ในห้องประชุมอันเคร่งเครียดอีกต่อไป แต่กลับเกิดขึ้นใน “สนามฟุตบอล” คู่แข่งที่ขับเคี่ยวกันในเกมกีฬา อาจเป็นพันธมิตรที่แนบแน่นที่สุดในเกมการเมือง
การพบกันในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือน “การทูตลูกหนัง” ที่หลอมรวมผลประโยชน์ทางธุรกิจ กีฬา และอำนาจรัฐเข้าไว้ด้วยกันอย่างแยบยล

4. รอยร้าวและวิกฤตศรัทธาของพรรคกล้าธรรม
คำถามที่ท้าทายที่สุดคือ หากดีล 10 งูเขียวเปลี่ยนสีเกิดขึ้นจริง อำนาจต่อรองและบารมีของ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรม จะสั่นคลอนและถูกท้าทายมากเพียงใด ?
การที่ลูกพรรคระดับแกนนำสามารถเปิดช่องเจรจาข้ามห้วยได้เอง ย่อมเป็นโดมิโนเอฟเฟกต์ที่อาจนำไปสู่สภาวะความระส่ำระสายภายในพรรค
และไม่ว่าดีลนี้จะเกิดขึ้นหรือไม่ก็ตาม ก็เปรียบเสมือนการส่งสัญญาณเตือนแรงๆ จาก “ครูใหญ่พรรคภูมิใจไทย” ไปยัง “ผู้กองธรรมนัส” ระดับที่สามารถทำให้กล้าธรรมออกอาการระส่ำได้ หลังเกิดข่าวสะพัด “ปฏิญญาณโมนาโก” ดีลแดง – เขียว เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →ประเทศไทยในวันที่พวกเราจะกลายเป็นแค่ "ผู้เช่า" ในแผ่นดินเกิด!...
ไทยกำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจและการเมืองที่ลึกซึ้ง โดยทุนใหญ่ย้ายฐาน SME ตกงาน และระบบราชการล้าหลัง ตามสัญญาณเตือนจาก IMF และธนาคารโลก
หมากในเกมศึกซักฟอก..เมื่อ 'มารยาท' มันค้ำคอ
บทความวิเคราะห์การอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา โดยเน้นท่าทีและจุดยืนของพรรคการเมืองต่อประเด็นคดีฮั้วเลือกตั้ง ส.ว. และความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย
“ศิริโชค” จี้สอบลึกบ่อน Shuffle สั่งบล็อกคนไทยหนีการตรวจสอบ ! เปิดปมหุ้นบุริมสิทธิ 1 % เชื่อมโยงการเมืองหรือไม่ ?
เว็บพนันออนไลน์ Shuffle ประกาศปิดกั้นผู้เล่นจากไทย ท่ามกลางการตรวจสอบเส้นทางเงินและสัดส่วนหุ้นบุริมสิทธิ 1% ที่เชื่อมโยงกับบุคคลใกล้ชิดนักการเมือง
“ศิริโชค” เปิดปม “ไอเดียร์” บริจาคเงินให้ภูมิใจไทย โยงข้อสงสัยที่มาของทรัพย์สิน
ศิริโชค โสภา ตั้งคำถามเงินบริจาค 150,000 บาทให้พรรคภูมิใจไทยจากสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ท่ามกลางทรัพย์สินรวมเกือบ 2,000 ล้านบาท และข้อสงสัยเรื่องที่มาของความมั่งคั่ง




