สนามเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกำลังส่งสัญญาณที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เมื่อผลสำรวจความคิดเห็นจาก 3 สถาบัน ได้แก่ นิด้าโพล (แพร่เผยสำรวจ 7 มิ.ย. 69) , สถาบันพระปกเกล้า (ครั้งที่ 2 : เผยแพร่ผลสำรวจ 12 มิ.ย. 69) และสวนดุสิตโพล (ครั้งที่ 3 : เผยแพร่ผลสำรวจ 14 มิ.ย.) เผยแพร่ออกมาในทิศทางเดียวกัน
ภาพที่ปรากฏไม่ใช่แค่การนำเป็นอันดับหนึ่งของตัวเต็ง แต่เป็นปรากฏการณ์ที่อาจนำไปสู่ “แลนด์สไลด์” อีกครั้ง และที่สำคัญกว่านั้นคือ นัยยะซ่อนเร้นที่กำลังบอกเราว่า พฤติกรรมของโหวตเตอร์คนเมืองกำลังเปลี่ยนไป เมื่อเทียบกับการเลือกตั้งใหญ่ เมื่อต้นปี 2569
1. ปรากฏการณ์ “นำม้วนเดียวจบ” ?
หากกางตัวเลขดูจะพบว่า “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ครองความนิยมทิ้งห่างคู่แข่งในทุกสำนักโพลอย่างมีนัยยะ
นิด้าโพล : “ชัชชาติ” ครองอันดับ 1 ด้วยคะแนน 67.30 % ทิ้งห่างอันดับ 3 คือนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ที่ได้ 8.20 % (อันดับ 2 ยังไม่แน่ใจ 10.20 %)
KPI Poll : “ชัชชาติ” ได้รับความนิยม 43.5 % ขยับขึ้นจากการสำรวจครั้งก่อนหน้า ขณะที่ “ชัยวัฒน์” ตามมาเป็นอันดับ 2 ที่คะแนน 12.0 %
สวนดุสิตโพล : “ชัชชาติ” นำเป็นอันดับ 1 ด้วยคะแนน 60.08 % ส่วน “ชัยวัฒน์” อยู่ในอันดับ 2 ที่ 13.17 %
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของ “ชัชชาติ” ที่ยังคงรักษาโมเมนตัมไว้ได้อย่างต่อเนื่อง แม้จะผ่านการบริหารงานมาระยะหนึ่งแล้วก็ตาม

2. เข้าสู่ยุค “การเมืองเชิงประสิทธิภาพ”
สิ่งที่น่าขบคิดประการแรกคือ กรุงเทพฯ กำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งตัดสินใจจาก “ผลสัมฤทธิ์ที่จับต้องได้” มากกว่าความนิยมเชิงอารมณ์หรือการยึดโยงกับพรรคการเมืองเพียงอย่างเดียว แนวโน้มนี้เห็นได้ชัดเจนจากการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ควบคู่กันไป
นิด้าโพลระบุว่า แนวโน้มที่คน กทม. จะเลือก ส.ก. แบบอิสระมาเป็นอันดับ 1 ที่ 29.10 % สวนดุสิตโพลก็ชี้ไปในทิศทางเดียวกัน โดยกลุ่มตัวอย่างเลือกลงคะแนนให้ ส.ก. อิสระเป็นอันดับ 1 สูงถึง 35.39 %
นี่คือสัญญาณเตือนว่า แบรนด์พรรคการเมืองอาจไม่ใช่ร่มเงาที่สร้างความอบอุ่นให้ผู้สมัครได้เสมอไป หากผู้สมัครรายนั้นไม่มีผลงานหรือคุณสมบัติที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนเมือง
3. เมื่อคะแนนพรรค ไม่โอนถ่ายให้ผู้สมัครโดยอัตโนมัติ
ประเด็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่งคือ ปรากฏการณ์ “คะแนนไม่โอนถ่าย” โดยเฉพาะในฟากฝั่งของพรรคประชาชน แม้ว่าพรรคจะยังคงได้รับความนิยมสูงในส่วนของ ส.ก. แต่คะแนนนิยมนั้นกลับไม่ได้ถูกโอนมายัง “ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร” ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. อย่างเบ็ดเสร็จ
– จากฐานเสียงเดิมที่เคยเลือก “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” ในปี 2565 KPI Poll ชี้ว่ามีเพียง 54.5 % ที่ระบุว่าจะเลือก “ชัยวัฒน์” (พรรคประชาชน)
– ในขณะที่ข้อมูลจากสวนดุสิตโพลชี้ให้เห็นว่า กลุ่มคนที่เคยลงคะแนนให้ “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ปี 2565 มีเพียงร้อยละ 44.12 เท่านั้น ที่ระบุว่าจะตัดสินใจเลือก “ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร” ในการเลือกตั้งครั้งนี้
– สิ่งที่น่าตกใจคือ ฐานเสียงเก่าของ “วิโรจน์” จำนวนหนึ่ง หันไปเทคะแนนให้ “ชัชชาติ” ถึง 17.6 (KPI Poll) และร้อยละ 24.12 (สวนดุสิตโพล)
ข้อสังเกต: การที่ฐานเสียงเดิมของพรรคประชาชนส่วนหนึ่ง ยังไม่ได้เคลื่อนมาสนับสนุน “ชัยวัฒน์” อย่างเต็มที่ สะท้อนให้เห็นว่าการยอมรับในตัวบุคคลยังคงเป็นปัจจัยชี้ขาดในสนามเลือกตั้งกรุงเทพฯ

4. ทะลวงกำแพงขั้วการเมือง: สูตรสำเร็จของ “ผู้สมัครอิสระ”
ความน่าสนใจอีกมิติหนึ่งคือ ความสามารถของ “ชัชชาติ” ในการเจาะฐานเสียงข้ามขั้วอุดมการณ์ เขาไม่เพียงแต่รักษาฐานเสียงเดิมที่เคยเลือกเขาเมื่อปี 2565 ไว้ได้เหนียวแน่นถึง 71.0 % (KPI Poll) หรือ 73.72 % (สวนดุสิตโพล) แต่ยังสามารถดึงดูดผู้มีสิทธิเลือกตั้งจากกลุ่มอนุรักษ์นิยมได้อีกด้วย
จากข้อมูลของ KPI Poll พบว่ากลุ่มคนที่เคยเลือกผู้สมัครฝั่งอนุรักษ์นิยมเมื่อการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ปี 2565 มีแนวโน้มหันมาเลือก “ชัชชาติ” ในการเลือกตั้งครั้งนี้
– ผู้ที่เคยเลือก พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง หันมาเลือก “ชัชชาติ” 31.1 %
– ผู้ที่เคยเลือก “สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์” หันมาเลือก “ชัชชาติ” 24.1 %
– ผู้ที่เคยเลือก “สกลธี ภัททิยกุล” หันมาเลือก “ชัชชาติ” 22.6 %
ตัวเลขเหล่านี้พิสูจน์ให้เห็นว่า สถานะการเป็น “ผู้สมัครอิสระ” ที่เน้นการทำงานจริง สามารถทลายกำแพงอุดมการณ์ทางการเมืองที่เคยแบ่งขั้วคนกรุงเทพฯ ลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
5. บทสรุป
การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่กำลังจะมาถึงนี้ ไม่ใช่แค่การชิงชัยเพื่อหาผู้บริหารเมืองเท่านั้น แต่เป็นภาพสะท้อนของทัศนคติของคนกรุงเทพฯ
โพลทั้ง 3 สถาบันกำลังบอกเราว่า ประชาชนพร้อมที่จะให้รางวัลกับผู้ที่พิสูจน์ผลงานได้จริง และพร้อมจะเพิกเฉยต่อแบรนด์พรรคการเมือง หากตัวผู้สมัครไม่สามารถซื้อใจพวกเขาได้
ถ้าโมเมนตัมนี้ยังคงอยู่ การเกิด “แลนด์สไลด์” อีกครั้งของ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ก็ไม่ใช่เรื่องไกลเกินจริง แต่เป็นผลลัพธ์ที่เป็นเหตุเป็นผลจากบริบทการเมืองยุคใหม่นั่นเอง
อ้างอิง
นิด้าโพล “โค้งแรก สนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569”
KPI Poll “ความนิยมของ ประชาชนและทิศทางสนามเลือกตั้ง กทม. 69 (ครั้งที่ 2)”
สวนดุสิตโพล “การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.คนที่ 18 (ครั้งที่ 3)”
บทความโดย ศราวุธ เอี่ยมซี่ยม
Srawut
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →“ชัชชาติ” ยังทรงพลัง สวนดุสิตโพล เผย คนกรุงกว่า 60 % เทคะแนนให้
สวนดุสิตโพล เผยผลสำรวจว่าคนกรุงกว่า 60% เทคะแนนให้ “ชัชชาติ” ซึ่งแสดงว่าเขายังทรงพลังในสายตาประชาชน
พระปกเกล้าโพล : ยิ่งใกล้วันเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เรตติ้ง “ชัชชาติ” ยิ่งแรง
ยิ่งใกล้วันเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร เรตติ้งของชัชชาติ ยิ่งแรงขึ้น ตามรายงานจากพระปกเก้าโพล
การถวายน้ำสรงและถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
สำนักพระราชวังประกาศการถวายน้ำสรงและถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี
สำนักพระราชวัง ออกแถลงการณ์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์
สำนักพระราชวัง ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี




