ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Live · Breaking
ประเทศไทยในวันที่พวกเราจะกลายเป็นแค่ "ผู้เช่า" ในแผ่นดินเกิด!...หมากในเกมศึกซักฟอก..เมื่อ 'มารยาท' มันค้ำคอ“ศิริโชค” จี้สอบลึกบ่อน Shuffle สั่งบล็อกคนไทยหนีการตรวจสอบ ! เปิดปมหุ้นบุริมสิทธิ 1 % เชื่อมโยงการเมืองหรือไม่ ?“ศิริโชค” เปิดปม “ไอเดียร์” บริจาคเงินให้ภูมิใจไทย โยงข้อสงสัยที่มาของทรัพย์สิน“นงนุช เวิลด์ พัทยา” จับมือ Ctrip รุกตลาดโลก ชู Family Destination หนุนท่องเที่ยวไทย“สามารถ” กังขา กทม. พับแผนแก้มลิง “คู้บอน-บางชัน” ท้าเปิดข้อมูลพิสูจน์ !ชัยชนะ ยัน ศึกซักฟอกฯ ไม่ใช่บันเทิงธิปไตย มีหลักฐานเด็ดซัดรัฐบาลวิเคราะห์ผลสำรวจนิด้าโพล เมื่อน้ำท่วม กทม. ศรัทธาประชาชนอยู่ที่ใคร ?ประเทศไทยในวันที่พวกเราจะกลายเป็นแค่ "ผู้เช่า" ในแผ่นดินเกิด!...หมากในเกมศึกซักฟอก..เมื่อ 'มารยาท' มันค้ำคอ“ศิริโชค” จี้สอบลึกบ่อน Shuffle สั่งบล็อกคนไทยหนีการตรวจสอบ ! เปิดปมหุ้นบุริมสิทธิ 1 % เชื่อมโยงการเมืองหรือไม่ ?“ศิริโชค” เปิดปม “ไอเดียร์” บริจาคเงินให้ภูมิใจไทย โยงข้อสงสัยที่มาของทรัพย์สิน“นงนุช เวิลด์ พัทยา” จับมือ Ctrip รุกตลาดโลก ชู Family Destination หนุนท่องเที่ยวไทย“สามารถ” กังขา กทม. พับแผนแก้มลิง “คู้บอน-บางชัน” ท้าเปิดข้อมูลพิสูจน์ !ชัยชนะ ยัน ศึกซักฟอกฯ ไม่ใช่บันเทิงธิปไตย มีหลักฐานเด็ดซัดรัฐบาลวิเคราะห์ผลสำรวจนิด้าโพล เมื่อน้ำท่วม กทม. ศรัทธาประชาชนอยู่ที่ใคร ?
The Insight News
ระบอบอากง ไม่ส่งผลกระทบ ! โพลชี้ “ชัชชาติ” ยังนำห่าง 67.30 %

ระบอบอากง ไม่ส่งผลกระทบ ! โพลชี้ “ชัชชาติ” ยังนำห่าง 67.30 %

Srawut
กองบรรณาธิการ
1 min read

ผลสำรวจ “โค้งแรก สนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569” ของนิด้าโพล สะท้อนภาพการเมืองที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เมื่อการโจมตีทางการเมืองด้วยข้อกล่าวหารุนแรง กลับยังไม่สามารถสร้างแรงสั่นสะเทือนจาอความนิยมของผู้ว่าฯ คนปัจจุบันได้

ตัวเลขที่ปรากฏไม่เพียงบอกว่าใครกำลังนำ แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่าประชาชนกำลังใช้เกณฑ์อะไรในการตัดสินใจเลือกผู้นำเมืองหลวง

1. แชมป์เก่ายังครองเกม ทิ้งคู่แข่งแบบไม่เห็นฝุ่น

ตัวเลขจากผลสำรวจชี้ชัดว่า “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ยังคงเป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งอย่างไร้ข้อกังขา ด้วยคะแนนนิยมสูงถึง 67.30%

ขณะที่กลุ่มผู้ยังไม่ตัดสินใจมีอยู่ 10.20% ส่วนผู้สมัครจากพรรคประชาชน “ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร” ตามมาเป็นอันดับสองที่ 8.20 %

สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ “ชัชชาติ” สามารถครองคะแนนนิยมเกิน 60% ได้ในทุกโซนของกรุงเทพฯ และทำสถิติสูงสุดในพื้นที่กรุงเทพเหนือที่ 70.56%

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าฐานเสียงเดิมยังคงเหนียวแน่น และยังไม่ปรากฏสัญญาณการไหลออกของคะแนนนิยมอย่างมีนัยยะ

2. “ระบอบอากง” วาทกรรมร้อน แต่ไม่กระทบกับคะแนนนิยม

อีกประเด็นที่ถูกจับตามองคือ ช่วงเวลาที่มีการเก็บข้อมูลสำรวจระหว่างวันที่ 2-4 มิถุนายน 2569 ตรงกับช่วงที่เกิดการเปิดประเด็นโจมตีเรื่อง “ระบอบอากง”

ข้อกล่าวหาดังกล่าวมีเนื้อหารุนแรง ตั้งแต่การอ้างถึงการซื้อขายตำแหน่งผู้อำนวยการเขต การเรียกรับผลประโยชน์ในหน่วยงานโยธา ไปจนถึงการกล่าวอ้างว่ามี “ผู้ว่าฯ เงา” คอยกำกับการบริหารงานอยู่เบื้องหลัง

หากมองเพียงเนื้อหาของข้อกล่าวหา หลายคนอาจคาดว่ากระแสดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อคะแนนนิยม

แต่ผลโพลกลับสะท้อนภาพตรงกันข้าม คะแนนนิยมที่ยังคงอยู่ในระดับสูงถึง 67.30% แสดงให้เห็นว่า ประเด็นดังกล่าวยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความนิยมของคนกรุงเทพฯ ที่มีต่อ “ชัชชาติ” ได้เลย

3. ทำไมข้อกล่าวหาทุจริตจึงยัง “เจาะไม่เข้า” ?

คำตอบสำคัญอาจไม่ได้อยู่ที่ประชาชนมองข้ามเรื่องทุจริต แต่อยู่ที่ “น้ำหนักของหลักฐาน”

ในยุคที่ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ตลอดเวลา การกล่าวหาเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนความเชื่อของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

ผู้คนจำนวนมากต้องการเห็นหลักฐานที่จับต้องได้ ไม่ว่าจะเป็นเอกสาร เส้นทางการเงิน พยานหลักฐานเชิงประจักษ์ หรือผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่มีอำนาจโดยตรง

ตราบใดที่ข้อกล่าวหายังอยู่ในระดับของการตั้งข้อสงสัยหรือการแถลงข่าวทางการเมือง ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยจึงอาจมองว่านี่เป็นเพียงยุทธวิธีในช่วงก่อนการเลือกตั้งเท่านั้น

4. ความได้เปรียบของ “ผู้ดำรงตำแหน่ง”

อีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้คะแนนนิยมของ “ชัชชาติ” คือสถานะของผู้ดำรงตำแหน่งที่ทำงานอยู่ในพื้นที่มาแล้ว 4 ปี

ประชาชนมีโอกาสประเมินผลงานจากประสบการณ์ตรง มากกว่าการรับรู้ผ่านคำโฆษณาหรือคำวิจารณ์ทางการเมือง

เมื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีภาพจำเกี่ยวกับผลงานอยู่แล้ว การโจมตีที่ยังขาดหลักฐานชัดเจนจึงยากที่จะสั่นคลอนความเชื่อมั่นที่สะสมมาได้ในเวลาอันสั้น

5. โจทย์ใหญ่ของฝ่ายท้าชิง

บทเรียนสำคัญจากสนามเลือกตั้งโค้งแรกครั้งนี้ คือการโค่นผู้สมัครที่มีคะแนนนิยมสูง ไม่สามารถทำได้ด้วยการสร้างวาทกรรมเพียงอย่างเดียว

ยิ่งเมื่อคู่แข่งมีฐานคะแนนอยู่ในระดับเกือบ 70% การโจมตีเชิงการเมืองแบบรายวันอาจไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนสมการการเลือกตั้ง

หากฝ่ายท้าชิงต้องการลดช่องว่างดังกล่าวลงจริง สิ่งที่จำเป็นคือหลักฐานที่มีความน่าเชื่อถือสูง มีน้ำหนักทางกฎหมาย หรือมีข้อเท็จจริงที่สามารถตรวจสอบได้อย่างชัดเจน

6. บทสรุป

ผลสำรวจโค้งแรกของการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 กำลังส่งสัญญาณสำคัญว่า “วาทกรรม” เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมการตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้งอีกต่อไป

อย่างน้อยในเวลานี้ ข้อกล่าวหาเรื่อง “ระบอบอากง” ยังไม่สามารถสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อฐานคะแนนนิยมของชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้

และหากไม่มีหลักฐานที่หนักแน่นกว่านี้ การโจมตีเรื่องความโปร่งใสอาจกลายเป็นเพียงเสียงรบกวนทางการเมือง ที่ไม่ส่งผลต่อผลลัพธ์ในคูหาเลือกตั้งในท้ายที่สุด

อ้างอิง : นิด้าโพล / โค้งแรก สนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569

บทความโดย ศราวุธ เอี่ยมเซี่ยม

แชร์บทความนี้

ช่วยกระจายข่าวเชิงลึกให้คนมากขึ้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูในหมวด Editor →

ประเทศไทยในวันที่พวกเราจะกลายเป็นแค่ "ผู้เช่า" ในแผ่นดินเกิด!...

ไทยกำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจและการเมืองที่ลึกซึ้ง โดยทุนใหญ่ย้ายฐาน SME ตกงาน และระบบราชการล้าหลัง ตามสัญญาณเตือนจาก IMF และธนาคารโลก

Srawut··1 min read

หมากในเกมศึกซักฟอก..เมื่อ 'มารยาท' มันค้ำคอ

บทความวิเคราะห์การอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา โดยเน้นท่าทีและจุดยืนของพรรคการเมืองต่อประเด็นคดีฮั้วเลือกตั้ง ส.ว. และความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย

Srawut··1 min read

“ศิริโชค” จี้สอบลึกบ่อน Shuffle สั่งบล็อกคนไทยหนีการตรวจสอบ ! เปิดปมหุ้นบุริมสิทธิ 1 % เชื่อมโยงการเมืองหรือไม่ ?

เว็บพนันออนไลน์ Shuffle ประกาศปิดกั้นผู้เล่นจากไทย ท่ามกลางการตรวจสอบเส้นทางเงินและสัดส่วนหุ้นบุริมสิทธิ 1% ที่เชื่อมโยงกับบุคคลใกล้ชิดนักการเมือง

Srawut··1 min read

“ศิริโชค” เปิดปม “ไอเดียร์” บริจาคเงินให้ภูมิใจไทย โยงข้อสงสัยที่มาของทรัพย์สิน

ศิริโชค โสภา ตั้งคำถามเงินบริจาค 150,000 บาทให้พรรคภูมิใจไทยจากสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ท่ามกลางทรัพย์สินรวมเกือบ 2,000 ล้านบาท และข้อสงสัยเรื่องที่มาของความมั่งคั่ง

Srawut··1 min read