ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Live · Breaking
สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทยย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืมจับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?“สามฉากทัศน์ใน ฮอร์มุซ“ เมื่อสหรัฐ ‘คุมทาง’ จีน ‘ต้องใช้ทาง’ และอิหร่าน ‘อยู่บนทาง’”ตะวันออกกลางตึงเครียดอีกครั้ง CENTCOM ประกาศเริ่มปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซสวนนงนุช จัดใหญ่ มหาสงกรานต์ดอกไม้บานรู้จัก CENTCOM หน่วยงานที่ถูกกล่าวถึงมากสุดในเวลานี้สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทยย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืมจับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?“สามฉากทัศน์ใน ฮอร์มุซ“ เมื่อสหรัฐ ‘คุมทาง’ จีน ‘ต้องใช้ทาง’ และอิหร่าน ‘อยู่บนทาง’”ตะวันออกกลางตึงเครียดอีกครั้ง CENTCOM ประกาศเริ่มปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซสวนนงนุช จัดใหญ่ มหาสงกรานต์ดอกไม้บานรู้จัก CENTCOM หน่วยงานที่ถูกกล่าวถึงมากสุดในเวลานี้
The Insight News
 เลือกหัวหน้าที่ใช่ โดนใจคน “Gen Z” ของ “InsideSC” กับแคมเปญ ‘เริ่มงานใหม่ ใครเป็น Boss?’

 เลือกหัวหน้าที่ใช่ โดนใจคน “Gen Z” ของ “InsideSC” กับแคมเปญ ‘เริ่มงานใหม่ ใครเป็น Boss?’

ระวี ตะวันธรงค์
ระวี ตะวันธรงค์
กองบรรณาธิการ
1 min read

เวลาคนส่วนใหญ่สมัครงานมักจะมีปัจจัยหลักที่ใช้เป็นเกณฑ์ตัดสินใจเลือกที่ทำงาน ไม่ว่าจะเป็น ตำแหน่งงาน รายได้ สวัสดิการ โบนัส และชื่อเสียงของบริษัท ทว่าอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญแต่ไม่ค่อยมีใครนำมาเป็นเกณฑ์ตัดสินใจเลือกที่ทำงานมากนักก็คือ ‘หัวหน้า’ ผู้ที่มีบทบาทในการกำหนดทิศทางการทำงาน จึงทำให้หลายคนอาจจะคุ้นหูกับวลีที่ว่า “เราเลือกงานได้ แต่เลือกหัวหน้าไม่ได้” 

ดังนั้น การเป็นหัวหน้าจึงต้องมาควบคู่กับภาวะผู้นำ ไม่เพียงแค่มีหน้าที่บังคับบัญชาและมอบหมายงานเท่านั้น แต่เป็นผู้ที่สร้างแรงบันดาลใจให้พนักงานเป็นตัวของตัวเองที่สุด ดึงศักยภาพของพนักงานออกมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มโอกาสในการเติบโตให้กับพนักงานด้วยวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล ให้พวกเขารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรด้วยหน้าที่การทำงานที่ยิ่งใหญ่และน่าภาคภูมิใจ

อย่างไรก็ตาม โอกาสที่เราจะได้รู้จักกับหัวหน้าจริงๆ ในช่วงเวลาการตัดสินใจเลือกที่ทำงานนั้นมีน้อยหรือแทบไม่มีเลย เพราะในขั้นตอนของการสมัครงานส่วนใหญ่มักจะเป็นเราที่ต้องเตรียมโปรไฟล์ตัวเองเพื่อนำเสนอให้กับบริษัทนั้นๆ เริ่มตั้งแต่การเขียนเรซูเม่ที่บอกประวัติส่วนตัว การทำงาน การศึกษา และคุณสมบัติที่ตรงตาม Job Description จนไปถึงวันสัมภาษณ์งานก็ต้องเตรียมตัวสำหรับการตอบคำถามและการนำเสนอตัวเองให้บริษัทรู้สึกสนใจในตัวเรา มีเพียงไม่กี่คำถามที่พอจะถามถึงหัวหน้าได้ อย่างคำถามที่ว่า “คุณมีคำถามอะไรเพิ่มเติมไหม?” ซึ่งก็ไม่ได้เพียงพอที่จะได้ทำให้รู้จักหัวหน้ามากขึ้นซะทีเดียว อีกทั้งการสัมภาษณ์งานบางบริษัทก็ไม่ได้สัมภาษณ์กับหัวหน้าโดยตรง บางคนได้สัมภาษณ์กับฝ่ายบุคคลหรือหัวหน้าทีมอื่นแทน นั่นหมายความว่าเราจะได้รู้จักกับหัวหน้าจริงๆ ก็ต่อเมื่อตกลงปลงใจทำงานที่นี่ ซึ่งก็คงไม่ต่างกับการวัดดวงว่าหัวหน้าของเรานั้นเป็นคนแบบไหน

ปัญหาที่ตามมาคือ เมื่อคนรุ่นใหม่ไม่ได้คาดหวังที่จะทำงานในบริษัทใดบริษัทหนึ่งไปตลอดชีวิต พวกเขาพร้อมเปิดรับโอกาสใหม่ๆ ในการทำงาน จากการศึกษาของ CareerBuilder พบว่า พนักงาน Gen Z ที่เกิดระหว่างปี 1996 ถึง 2012 มีระยะเวลาในการทำงานในที่ที่หนึ่งเฉลี่ยสูงสุด คือ 2 ปี 3 เดือนเท่านั้น อีกทั้งผลสำรวจล่าสุดของ GoodHire ได้สำรวจพนักงาน 3,000 คน พบว่า 82% พิจารณาการลาออกเนื่องจากหัวหน้างาน จึงอาจหมายความได้ว่าวิสัยทัศน์ของหัวหน้ามีความสำคัญมาก หากพนักงานและหัวหน้ามีวิสัยทัศน์ไม่ตรงกัน ก็มีโอกาสสูงที่จะเกิดปัญหาขึ้นในระหว่างการทำงานได้

ผู้เขียนตั้งข้อสงสัยในประเด็นนี้ต่อว่า เป็นไปได้ไหมที่เราจะสามารถเลือกหัวหน้าได้เองและมองหาหัวหน้าที่มีวิสัยทัศน์ที่ตรงกับเรา ซึ่งการพบกันระหว่างพนักงานที่ชอบและหัวหน้าที่ใช่ อาจจะเป็น Perfect Match ที่คาดไม่ถึงในการทำงานก็เป็นได้

เมื่อไม่นานมานี้ ผู้เขียนได้ดูหนังโฆษณาล่าสุดของ InsideSC กับแคมเปญที่ชื่อว่า ‘เริ่มงานใหม่ ใครเป็น Boss?’ โดยหยิบเอาสถานการณ์ของการสัมภาษณ์งานมาเล่าในมุมที่แปลกใหม่กว่าเดิม ด้วยการสลับบทบาทระหว่างผู้สมัครงานและหัวหน้า 3 คู่ ทั้งหมด 6 คน โดยให้ผู้สมัครงานเป็นคนสัมภาษณ์หัวหน้าแทน เพื่อทำความรู้จักกับหัวหน้าที่จะต้องร่วมงานด้วยในอนาคต

ความพิเศษของโฆษณาชิ้นนี้คือการใช้บุคคลจริงในบริษัทมาเป็นตัวกลางในการสื่อสาร โดยหัวใจหลักของเรื่องคือ การเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้สัมภาษณ์และทำความรู้จักหัวหน้าในตำแหน่งงานที่ตัวเองสนใจ

“ก็ตื่นเต้นนะที่ได้มาให้น้องสัมภาษณ์ เพราะทุกทีก็จะเป็นคนสัมภาษณ์น้องในการเข้ามาทำงาน ก็ไม่รู้จะตอบคำถามถูกใจน้องหรือเปล่า กลัวตอบผิดแล้วเดี๋ยวน้องจะไม่มาทำงานกับพี่” บทสนทนาจากพี่หัวหน้าท่านหนึ่งในเรื่อง ที่ชี้ให้เห็นว่านี่คือความแปลกใหม่ของการสัมภาษณ์งานที่ปกติแล้วหัวหน้ามักจะเป็นผู้สัมภาษณ์มากกว่าเป็นผู้ถูกสัมภาษณ์

ด้านผู้สัมภาษณ์ได้มีการยิงคำถามตามสไตล์รุ่นใหม่เพื่อวัดใจหัวหน้าอย่าง “บ้านพี่เลี้ยงสัตว์ไหมคะ” “พริกน้ำปลาหรือน้ำปลาพริกครับ” “เวลาว่างพี่ชอบทำอะไร” แม้จะดูเป็นคำถามแปลกๆ ที่ไม่เคยมีที่ไหนสัมภาษณ์แบบนี้มาก่อน แต่ทำให้เห็นถึงสิ่งที่คนรุ่นใหม่กำลังสนใจได้เป็นอย่างดี

“ในอีก 5 ปี 10 ปี ข้างหน้าผมจะเป็นอย่างไรบ้าง” เป็นอีกหนึ่งคำถามที่ทำให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของหัวหน้าที่มีต่อพนักงานในอนาคต เพราะไม่ใช่แค่หัวหน้าที่อยากรู้เป้าหมายของพนักงานแต่ละคน พนักงานเองก็อยากรู้ว่าหัวหน้าจะพัฒนาพวกเขาให้เติบโตไปในทิศทางไหนเช่นเดียวกัน

แน่นอนว่าแคมเปญนี้ทำขึ้นเพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้มาร่วมทำงานกับทาง InsideSC ทางแบรนด์จึงได้ต่อยอดแคมเปญด้วยการทำ Microsite (เว็บไซต์ขนาดเล็ก) รวบรวมเรซูเม่และคลิปแนะนำตัวของหัวหน้าทีมต่างๆ ในบริษัท เพื่อให้ผู้ที่สนใจอยากร่วมงานได้ทำความรู้จักและเลือกหัวหน้าที่ใช่ในการทำงานที่ตอบโจทย์กับตัวเอง

ทั้งหมดนี้ คือภาพตัวอย่างขององค์กรที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ด้วยการเปิดโอกาสให้ผู้สมัครได้มีสิทธิเลือกหัวหน้าที่ใช่สำหรับตัวเอง ซึ่งแคมเปญนี้ได้สะท้อนให้เห็นว่า งานที่ดีนั้นไม่ได้มีแค่เงินเดือนและสวัสดิการที่เป็นปัจจัยหลัก เพราะชีวิตการทำงานจริงๆ หัวหน้าและเพื่อนร่วมงานก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เราอยากทำงานในทุกๆ วัน สิ่งที่สำคัญคือการสื่อสารระหว่างวัยที่โฆษณาชิ้นนี้ได้ถ่ายทอดมุมมองจากทั้งคนรุ่นใหม่และคนรุ่นเก่า เป็นการเชื่อมช่องว่างระหว่างวัย ลดการเกิด Generation Gap ในบริษัทตั้งแต่การสมัครงาน ที่เป็นประตูด่านแรกของการเข้ามาทำงานเลยทีเดียว

ระวี ตะวันธรงค์
Author

ระวี ตะวันธรงค์

แชร์บทความนี้

ช่วยกระจายข่าวเชิงลึกให้คนมากขึ้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูในหมวด Editor

ย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืม

ภาพเฮลิคอปเตอร์อพยพผู้คนจากสถานทูตสหรัฐฯ ในไซง่อนปี 1975 เป็นสัญลักษณ์ความพ่ายแพ้ของอเมริกาในสงครามเวียดนาม บทเรียนจากความหวาดระแวง กลยุทธ์ผิดพลาด และการประเมินคู่ต่อสู้ต่ำเกินไป.

Srawut··1 min read

จับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  

การเจรจารอบ 2 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีความสำคัญต่อเสถียรภาพตะวันออกกลางและเศรษฐกิจโลก โดยมีโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นแกนหลักของความขัดแย้ง

Srawut··1 min read

เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?

สหรัฐอเมริกาประกาศปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ หลังการเจรจากับอิหร่านล้มเหลว สถานการณ์นี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเผชิญหน้าทางทหารและวิกฤตพลังงานโลก

Srawut··1 min read