ปัจจุบันโลกออนไลน์ได้กลายเป็นสมรภูมิธุรกิจที่ขับเคี่ยวกันด้วยเม็ดเงินและความสนใจของผู้คน ซึ่งถูกควบคุมด้วยฟันเฟืองที่มองไม่เห็นอย่างอัลกอริทึม ข้อมูลจาก “คุณยุคลธร ไตรทิพพิสมัย” ผู้บริหาร Another Dot และอดีต Marketing Lead ของ TikTok ประเทศไทย ได้ชี้ให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของวงการสื่อ ที่ท้าทายให้คนทำคอนเทนต์ต้องเร่งปรับตัว หากไม่อยากถูกคลื่นของเทคโนโลยีและอัลกอริทึมกลืนกิน
1. ฟองสบู่คอนเทนต์ : เมื่อพื้นที่ถูกแย่งชิงและมูลค่าที่ร่วงหล่น
หากมองภาพรวมของตลาดในประเทศไทย ตัวเลขประชากรที่กระโดดเข้ามาเป็นครีเอเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์นั้นพุ่งสูงถึง 9-10 ล้านคน หรือคิดเป็น 14% ของประชากรทั้งประเทศ
ปริมาณคนที่มหาศาลนี้นำมาซึ่ง “ภาวะคอนเทนต์ล้นทะลัก” (Content Overload) โดยประเมินว่าหากมีครีเอเตอร์เพียง 0.1% อัปโหลดผลงาน จะมีคอนเทนต์เกิดใหม่สูงถึง 100,000 ชิ้นต่อวัน
การแข่งขันที่ดุเดือดทำให้แพลตฟอร์มเริ่มลดการมองเห็น (Reach) และส่งผลสะเทือนถึงเรทค่าตัวของอินฟลูเอนเซอร์บางกลุ่ม จากที่เคยพุ่งสูงถึง 20,000 กว่าบาทต่อคลิป กลับร่วงหล่นลงมาเหลือเพียง 3,000 บาทภายในเวลาแค่ 2 ปี
ทว่าในวิกฤตก็ยังมีโอกาส เพราะเม็ดเงินในตลาด Influencer Marketing ยังคงสะพัดสูงถึง 1-2 หมื่นล้านบาท เมื่อแบรนด์ใหญ่เริ่มโยกงบโปรดักชันภาพยนตร์โฆษณาแบบเดิม มาอัดฉีดให้ช่องทางดิจิทัลและตัวครีเอเตอร์โดยตรงแบบครึ่งต่อครึ่ง

2. พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ : สมาธิสั้นลง แต่ค้นหาความจริงลึกขึ้น
ความท้าทายไม่ได้มีแค่เรื่องคู่แข่งที่เพิ่มขึ้น แต่พฤติกรรมของผู้บริโภคยุคปัจจุบันก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง สมาธิในการจดจ่อของมนุษย์ลดลงอย่างน่าตกใจ จาก 8 วินาทีในอดีต เหลือเพียง 3 วินาที วิดีโอสั้นจึงกลายเป็นผู้ชนะในยุคนี้
ขณะเดียวกัน กลุ่มผู้บริโภค Gen Z ได้สร้างบรรทัดฐานใหม่ด้วยการใช้ TikTok เป็นเครื่องมือค้นหาข้อมูลแทน Google และกว่า 40% ของผู้ใช้งานให้ความสำคัญกับการอ่านคอมเมนต์เพื่อตรวจสอบมุมมองของผู้อื่น
นอกจากนี้ ผู้บริโภคยุคใหม่ยังไม่ได้คล้อยตามคำโฆษณาง่ายๆ อีกต่อไป แต่กลายร่างเป็น “ผู้บริโภคสายพันธุ์นักวิทยาศาสตร์” ที่ต้องการข้อมูลเชิงประจักษ์และการอ้างอิงที่เชื่อถือได้
3. ถอดรหัส Algorithm : กุญแจสู่ความไวรัลที่ไม่ได้วัดแค่ยอดติดตาม
โครงสร้างการนำเสนอคอนเทนต์ในปัจจุบัน ถูกย้ายจาก Social Graph (เห็นคอนเทนต์จากเพื่อนหรือเพจที่ติดตาม) มาเป็น Interest Graph (เห็นคอนเทนต์ตามความสนใจ) อย่างเต็มรูปแบบ จำนวนผู้ติดตามหลักล้านอาจไร้ความหมาย หากคอนเทนต์ไม่ตอบโจทย์ความสนใจของผู้ชม
เบื้องหลังการกระจายคอนเทนต์ถูกควบคุมด้วย “Algorithm Point” โดยระบบจะทดสอบกับผู้ดู 300 คนแรก ซึ่งการกดไลก์ได้เพียง 1 คะแนน การคอมเมนต์ได้ 2 คะแนน และการแชร์ได้ 3 คะแนน
แต่สิ่งที่อัลกอริทึมให้ค่าสูงสุดคือ “การดูจนจบ” (4 คะแนน) และ “การดูซ้ำ” (5 คะแนน) คอนเทนต์ที่สามารถสะกดให้คนหยุดดูและวนดูซ้ำได้ จึงจะถูกเปิดประตูสู่ความไวรัลอย่างแท้จริง

4. กลยุทธ์ 3I และการก้าวสู่ “Community Leader”
เพื่อเอาชนะความสนใจที่แสนสั้นและตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการความจริง ครีเอเตอร์ต้องงัดกลยุทธ์ 3I ออกมาใช้ ได้แก่
Interpreter (นักแปลเรื่องยาก) : ต้องสามารถย่อยข้อมูลที่ซับซ้อนให้กลายเป็นภาษาที่คนทั่วไปเข้าใจได้ง่าย
Illustrator (นักเล่าเรื่องให้เห็นภาพ) : นำเสนอข้อมูลผ่านภาพประกอบหรือวิดีโอที่ดึงดูดสายตา
Interactor (นักสร้างปฏิสัมพันธ์) : ต้องเข้าไปพูดคุยและสร้างบทสนทนาในช่องคอมเมนต์เพื่อสะสมคะแนนอัลกอริทึม
ท้ายที่สุดแล้ว ท่ามกลางกระแสการพัฒนาของเทคโนโลยี AI ที่เริ่มเข้ามาจัดการงานแมนนวล หรือแม้กระทั่งการสร้าง AI Avatar เพื่อถ่ายคลิปแทนมนุษย์ สิ่งที่เทคโนโลยียังไม่สามารถลอกเลียนแบบได้คือ ความเชื่อใจ (Trust), ความสัมพันธ์ (Relationship) และความคิดสร้างสรรค์ (Ideas)
เป้าหมายสูงสุดและทางรอดของครีเอเตอร์ในอนาคต จึงไม่ใช่แค่การปั่นยอดวิวฉาบฉวย แต่คือการยกระดับตัวเองสู่การเป็น “Community Leader” หรือ “หัวหน้าเผ่า” ที่มีแฟนคลับสายแข็งคอยสนับสนุนอย่างเหนียวแน่นนั่นเอง

ที่มา : การจัดอบรม “The Creators #2” โครงการอัพสกิลนักสร้างสรรค์เนื้อหาเพื่อส่งเสริมศักยภาพบุคลากรในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ละคร ซีรีส์ สารคดี และแอนิเมชัน ณ JAL City Bangkok Hotel โดยสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ (RTBPF) และได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม โดยกระทรวงวัฒนธรรม
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →สัมพันธ์ไทย - จีน ยุคใหม่ และทิศทางการค้าและการลงทุน
บรรยายพิเศษเกี่ยวกับความสัมพันธ์ไทย-จีนในยุคใหม่ และทิศทางการค้าการลงทุนระหว่างสองประเทศ โดยเน้นบทบาทของไทยในห่วงโซ่อุปทานโลก
ทำความรู้จัก ชัยชนะ เดชเดโช หลังถูกกล่าวหา ตบบ้องหูนายตำรวจ
ชัยชนะ เดชเดโช ถูกกล่าวหาตบบ้องหูนายตำรวจ บทความนี้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลดังกล่าว
ศาลสั่งจำคุก “อภิรักษ์ โกฎธิ” กับพวก 49,110 ปี คดี Forex 3D ยกฟ้องพิ้งกี้และครอบครัว
ศาลสั่งจำคุกอภิรักษ์ โกฎธิ และพวก 49,110 ปี ในคดีฉ้อโกงแชร์ Forex 3D ยกฟ้องพิ้งกี้และครอบครัว
ถอดบทเรียน 5 ข้อคิด ชีวิต “ฉลอง เรี่ยวแรง” จากนักการเมืองรอบจัด สู่ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรม
ถอดบทเรียนชีวิตการเมืองของฉลอง เรี่ยวแรง จากนักการเมืองรอบจัดนนทบุรีสู่ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรม ผ่าน 5 ข้อคิดเกี่ยวกับอำนาจ ผลประโยชน์ และความไม่แน่นอนของชีวิต




