Partnership with Thailand Talks 2022
ก่อนอื่นผู้เขียนต้องขอเกริ่นก่อนว่า การอธิบายถึงศาสนาในบทความนี้ จะไม่ได้อธิบายถึงนิยาม ความหมาย องค์ประกอบของศาสนา ดังเช่นแหล่งความรู้อื่นๆ บทความนี้จะเป็นบทความปริทัศน์ เพื่อประมวลผลความรู้ที่เกิดขึ้นกับตัวผู้เขียน และชวนให้ผู้อ่านได้คิดตามไปพร้อมๆกัน
ศาสนา ในทัศนะของผู้เขียน หมายถึงเครื่องมือทางความเชื่อที่เป็นนามธรรม แต่นำไปสู่การกำหนดพฤติกรรมการดำเนินชีวิตที่เป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความรู้สึกปลอดภัยให้กับตนเองและสังคมที่มีความเชื่อในแบบเดียวกัน อาจจะกล่าวได้ว่า ศาสนาเป็นหนึ่งวัฒนธรรมทางความเชื่อที่ทำให้ผู้คนในสังคมเดียวกันเกิดความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
และด้วยความที่ธรรมชาติของมนุษย์มีความหลากหลายถิ่นฐาน หลายสังคมสังคม ความเชื่อทางศาสนาจึงมีความหลากหลาย แต่เมื่อพิจารณาถึงเป้าหมายของศาสนาต่างๆแล้ว ล้วนเป็นเรื่องที่ต้องการให้เกิดความสงบสุขของคนในสังคมทั้งสิ้น
ศาสนา มีความสัมพันธ์กับภูมิประเทศ ดาวดาว สายน้่ำ สายลม ภูเขา แผ่นดิน ที่โอบล้อมวิถีความเป็นอยู่การดำเนินชีวิตของมนุษย์ตั้งแต่เกิดจนกระทั่งตาย บางศาสนาจึงนับถือสายน้ำ นับถือดิน นับถือลม ดวงดาวบนท้องฟ้า นับถือสิ่งที่คิดว่ามีความเชื่อมโยงกับความเหนือธรรมชาติ แต่สามารถกำหนดการเป็นไปของชีวิตได้
ในบางศาสนา มีพัฒนาการจากความเชื่อในศาสดา ผู้ก่อตั้ง ผู้นำศาสนา ที่เชื่อมโยงกับความรู้สึกภายในของคนแต่ละคนให้เกิดความรู้สึกปลอดภัย มั่นใจ มั่นคง ไม่สั่นคลอน มาเป็นความรู้ สามารถทดสอบและหาคำอธิบาย และเกิดความเข้าใจได้ด้วยความเป็นมนุษย์ธรรมดาๆ
ยกตัวอย่างเช่น คำอธิบายถึงการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่มีผู้ใดหลีกลี้หนีพ้นไปได้ ด้วยเหตุนี้จงอย่าเสียอกเสียใจจนไม่เป็นอันทำประโยชน์แก่ตนและสังคม หรือ ในคำอธิบายของบางศาสนาที่ว่าด้วย ความรักเป็นสิ่งที่จะนำสันติสุขมาสู่มวลมนุษย์ มนุษย์จึงควรอยู่ร่วมกันด้วยความรักและปรารถนาดีซึ่งกันและกัน เป็นต้น
มนุษย์ต่างหากที่ใช้ประโยชน์จากศาสนา ศาสนาไม่ได้ควบคุมบงการมนุษย์
ผู้เขียนมีความเข้าใจว่าศาสนาเป็นเพียงเครื่องมือทางการคิดที่มนุษย์ใช้รับมือกับความรู้สึกภายในในสภาวะที่เกิดความรู้สึกไม่มั่นคง
ศาสนา เป็นเพียงสิ่งที่ทำให้มนุษย์เกิดความเชื่อ ด้วยการถูกจับไปเชื่อมโยงกับสิ่งต่างๆเพื่อสร้างความรู้สึกปลอดภัย ศาสนาเองไม่ได้มีการก่อตัวเป็นองค์กรหรือกลุ่มคนที่จะอยู่เหนือธรรมชาติ มนุษย์เองต่างหากที่จัดตั้งศาสนาขึ้นมาเพื่อรวบรวมผู้คนที่มีความเชื่อเหมือนกัน ให้เกิดความปลอดภัยในการอยู่ร่วมกัน และมีผู้ที่ได้รับการสถาปณาเป็นผู้รู้ ผู้เผยแพร่ เป็นสาวก ในลักษณะเดียวกับการสร้างอาณาจักร
ศาสนาแห่งอาณาจักร
กาลเวลาผ่านไป สังคมมนุษย์เข้าสู่การอยู่ร่วมกันเป็นอาณาจักร มีระบบการปกครอง มีองค์ความรู้ที่เรียกว่าศาสตร์ ซึ่งก็ถูกทดลองและพัฒนามาจากความเชื่อในอดีต แต่ผู้ครองอาณาจักรก็ยังคงจะใช้ ความเชื่อทางศาสนาเป็นเครื่องมือในการยึดครองหัวใจผู้คน ศาสนาและอาณาจักรจึงได้เติบโตคู่ขนานกันตลอดมา
ศาสนา คือ โภชนาการทางความรู้สึก
ผู้เขียนมีมิตรสหายที่มีความหลากหลายทางความเชื่อ ถามว่าเราได้คุยกันเรื่องความเชื่อทางศาสนาหรือไม่ ก็เคยนะ จะด้วยอานิสงส์แห่งศาสนาหรือจะด้วยความรู้ความเข้าใจในศาสนาสมัยใหม่ ทำให้ผู้เขียนและมิตรสหายเข้าใจวัตถุประสงค์ที่จะคุยกัน ไม่เป็นไปเพื่อการอวดข่ม ไม่ได้ตัดสินประเมินคุณค่าว่าศาสนาหรือความเชื่อของใครดีกว่ากัน แต่เป็นไปเพื่อแสวงหาจุดร่วมในความเป็นมนุษย์ เหมือนที่เราเข้าใจว่าคนไทยต้องกินข้าว(เรามีความเชื่ออีกแบบหนึ่ง) ในขณะที่ฝรั่งกินขนมปัง(ซึ่งก็เป็นความเชื่ออีกแบบหนึ่ง) แต่ไม่ว่าจะข้าวและขนมปัง ต่างก็ให้ประโยชน์กับร่างกายมนุษย์ด้วยคุณค่าสารอาหารชนิดเดียวกัน ให้ความอิ่มที่เหมือนกัน มีชีวิตอยู่รอดได้เหมือนกัน เพียงแค่วิธีการกินให้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน
เมื่อต่างศาสนา ต่างลัทธิ ต้องทำอย่างไรเมื่อต้องคุยกัน
อาจจะดูเป็นการท้าทายนะครับ แต่เป็นการท้าทายที่ผู้อ่านจะพบกับแนวทางในแบบของตนเอง ผู้อ่านอาจจะต้องลองตอบตัวเองว่า เวลาที่เราไปทำความรู้จัก พูดจากับผู้ในบนโลกใบนี้ เราพิจารณาจากอะไรก่อน รูปร่าง หน้าตา มารยาท ชวนให้เป็นมิตร แน่นอนว่าถ้ารู้สึกไม่เป็นมิตรตัวเราคงจะไม่เปิดโอกาสให้มีการสนทนาทำความรู้จักแน่นอน อีกทั้งสังคมที่ทำให้ผู้คนพบเจอกันมีเรื่องราวที่ทำให้คนที่มีความสนใจเหมือนกันมาเจอกัน
คงจะไม่มีใครเปิดประเด็นสื่อสารด้วยการซักถามถึงความเชื่อทางศาสนาว่า ศาสนาคุณดีอย่างไร ศาสนาของคุณมีส่วนผลักดันให้คุณมาสู่การพบปะกันในครั้งนี้อย่างไร แม้กระทั่งการพบปะกับผู้คนที่การแต่งกายบ่งบอกถึงความเชื่อทางศาสนาก็ตาม มีเหตุผลมากมายที่จะทำให้เรามองข้ามความเชื่อทางศาสนา เข้าไปทักทายพูดจาปราศัยในเรื่องที่เป็นความสนใจอย่างเดียวกัน เรื่องอัญมณี เรื่องการตลาด การเงิน การเมือง
นั่นเป็นเพราะว่า มนุษย์ในสังคมปัจจุบันมีความเข้าใจในธรรมชาติการดำเนินชีวิตที่มีความสอดคล้องกับความเป็นอาณาจักร ให้คุณค่ากับศาสตร์สมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ มากกว่าจะเอาเรื่องความแตกต่างแห่งศาสนจักร ซึ่งเป็นโลกภายในออกมาอวดข่ม ตัดสิน ประเมินค่าซึ่งกันและกัน
แล้วปัญหาระหว่างคนต่างศาสนา คืออะไร
ถ้าเรามองจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นจากสังคมทุกมุมโลก จะเห็นว่าปัญหาของพวกเขามีไม่กี่เรื่อง
- แดนแดน ที่เป็นอาณาจักร
- งบประมาณของอาณาจักร
- ความเชื่อทางศาสนาที่ไม่เป็นไปเพื่อความปลอดภัยและสงบสุข แต่เป็นไปเพื่อการทำลายเข่นฆ่ากันของคนในศาสนาเดียวกันเอง
ศาสนจักร จึงควรจะเป็นอาณาจักรภายในเนื้อตัวร่างกาย โลกกว้างทางการคิดและความเชื่อของบุคคล อาณาจักร เป็นโลกภายนอกที่พ้นจากเนื้อตัวร่างกาย เป็นเรื่องของกฎหมาย ข้อบังคับที่ให้คุณให้โทษแก่ผู้ที่ละเมิดและเป็นภัยต่อสังคม เมื่อไรก็ตามที่มนุษย์ไม่แยกแยะว่าเครื่องมือใดต้องใช้อย่างไร ใช้กันมั่วไปหมด นอกจากจะไม่เกิดประโยชน์แล้วยังทำให้เกิดโทษมหันต์แก่ผู้ใช้ ตลอดจนสังคมที่เราอยู่ร่วมกัน
ระวี ตะวันธรงค์
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด POLITICS →ระบอบอากง ไม่ส่งผลกระทบ ! โพลชี้ “ชัชชาติ” ยังนำห่าง 67.30 %
โพลสำรวจชี้ว่าระบอบอากงไม่ส่งผลกระทบต่อความนำของ “ชัชชาติ” ซึ่งยังคงนำห่างอยู่ที่ 67.30 %
หนี้ภาษีหุ้นชินคอร์ป ทักษิณจะดึงเกม ยอมจ่าย หรือเลือกล้มละลาย ?
ทักษิณ ชินวัตร เผชิญหนี้ภาษีหุ้นชินคอร์ป 1.76 หมื่นล้านบาท และต้องเลือกระหว่างการจ่ายหนี้ ยืดเวลา หรือเสี่ยงต่อการล้มละลาย
รู้จัก “พนัส ไทยล้วน” ผู้ที่เรียกตัวเองว่า “พ่อมดประกันสังคม”
บทความวิเคราะห์เกี่ยวกับ “พนัส ไทยล้วน” ผู้ที่เรียกตัวเองว่า “พ่อมดประกันสังคม” และอิทธิพลของเขาในระบบแรงงานไทย
รู้จัก “ต่อศักดิ์ โชติมงคล” กุนซือชัชชาติ ที่มาวาทกรรม “ระบอบอากง”
บทความวิเคราะห์เกี่ยวกับ “ต่อศักดิ์ โชติมงคล” กุนซือผู้ว่าฯ กทม. และวาทกรรมการเมือง “ระบอบอากง” ที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งปี 2569




