ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Live · Breaking
สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทยย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืมจับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?“สามฉากทัศน์ใน ฮอร์มุซ“ เมื่อสหรัฐ ‘คุมทาง’ จีน ‘ต้องใช้ทาง’ และอิหร่าน ‘อยู่บนทาง’”ตะวันออกกลางตึงเครียดอีกครั้ง CENTCOM ประกาศเริ่มปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซสวนนงนุช จัดใหญ่ มหาสงกรานต์ดอกไม้บานรู้จัก CENTCOM หน่วยงานที่ถูกกล่าวถึงมากสุดในเวลานี้สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทยย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืมจับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?“สามฉากทัศน์ใน ฮอร์มุซ“ เมื่อสหรัฐ ‘คุมทาง’ จีน ‘ต้องใช้ทาง’ และอิหร่าน ‘อยู่บนทาง’”ตะวันออกกลางตึงเครียดอีกครั้ง CENTCOM ประกาศเริ่มปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซสวนนงนุช จัดใหญ่ มหาสงกรานต์ดอกไม้บานรู้จัก CENTCOM หน่วยงานที่ถูกกล่าวถึงมากสุดในเวลานี้
The Insight News
The Insight วิเคราะห์ สนามเลือกตั้ง 2569 โค้งแรก

The Insight วิเคราะห์ สนามเลือกตั้ง 2569 โค้งแรก

Srawut
Srawut
กองบรรณาธิการ
3 min read

อินไซต์เลือกตั้ง 69 EP 3 The Insight วิเคราะห์ สนามเลือกตั้ง 69 โค้งแรก น้ำเงินแชมป์เขต ส้มบัญชีรายชื่อ ระวังกระแส “ดร.เชน” ชงแดงแซงเข้าป้าย กทม.-ปริมณฑล สมรภูมิชี้ขาด

The Insight วิเคราะห์สนามเลือกตั้งในภาคใต้ และภาคเหนือ ไปแล้ว 2 ภาค โดยมี “ภูมิใจไทย” และ “เพื่อไทย” เป็นแชมป์ไปพรรคละภาค

ภาคใต้ ภูมิใจไทยน่าจะได้ไม่ต่ำกว่า 35 – 40 เขต ขึ้นอยู่กับความแรงของพรรคกล้าธรรม และพรรคประชาธิปัตย์ว่า จะร้อนแรงขึ้นมาทันวันที่ 8 กุมภาฯหรือไม่

ส่วนภาคเหนือ เพื่อไทยน่าจะได้ 30-35 ที่นั่ง จากจำนวน 68 ที่นั่ง ขึ้นอยู่กับกระแสของ “ดร.เชน – ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” ว่าจะแรงพอจะกลบกระแสส้มลงได้หรือไม่

หากในโค้งสุดท้าย กระแส “ดร.เชน” มาแรง เพื่อไทยก็มีแนวโน้มจะได้พื้นที่คืนจากภูมิใจไทย พลังประชารัฐ และพรรคประชาชนในหลายเขต ยกเว้นเขตเมืองของเชียงใหม่ ลำพูน และลำปาง ที่ยังเป็นหนามยอกอก เพราะผู้ใช้สิทธิ์จำนวนหนึ่งเป็นคนต่างถิ่น เป็นเมืองมหาวิทยาลัย เขตนิคมอุตสาหกรรม และคนพื้นที่ที่ย้ายเข้าไปใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวง แต่ยังมีทะเบียนบ้านอยู่ในพื้นที่ ผู้คนจำนวนนี้ส่วนใหญ่เลือกพรรคส้มแบบมั่นคง และเปลี่ยนแปลงยาก

อีก 3 พื้นที่ ที่The Insight วิเคราะห์ทั้งจากข้อมูลฐานคะแนนเก่าของการเลือกตั้งปี 2566 และตัวผู้สมัครในปี 2569 รวมถึงกระแสของแต่ละพรรคในการหาเสียงรอบนี้ คือ พื้นที่ 7 จังหวัดภาคตะวันออก , 20 จังหวัดภาคกลาง ภาคตะวันตก และปริมณฑลรอบกรุงเทพ และพื้นที่ 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ตะวันออก “ส้ม” เก้าอี้ลด แต่ยังเป็นแชมป์ ลุ้นแคมเปญเลือกทั้งคน เลือกทั้งพรรค

7 จังหวัดภาคตะวันออกรอบนี้ มีที่นั่งให้ช่วงชิงกันทั้งหมด 29 ที่นั่ง เลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาส้มกวาดเกือบยกพื้นที่ โดยได้ 18 จาก 29 ที่นั่ง พลาดไปเพียง 11 ที่นั่ง จากชลบุรี 3 ที่นั่ง ปราจีนบุรี 2 ที่นั่ง สระแก้ว 3 ที่นั่ง และฉะเชิงเทรา 3 ที่นั่ง

รอบนี้ การจับมือของบ้านใหญ่และบ้านใหม่ จังหวัดชลบุรี ระหว่างกลุ่มของ “สนธยา คุณปลื้ม” และ “สุชาติ ชมกลิ่น” ที่ทั้งคู่หันมาสวมเสื้อสีน้ำเงินสังกัดภูมิใจไทย ทำให้พื้นที่ชลบุรี น่าจะเป็นงานหนักของพรรคส้ม จาก 7 ที่นั่งที่ได้จากการเลือกตั้งครั้งก่อน ครั้งนี้ถ้ากระตุ้นกระแสโค้งสุดท้าย ตามแคมเปญเลือกส้มทั้ง 2 ใบ เพื่ออนาคตและความเปลี่ยนแปลงของประเทศ  ไม่สำเร็จ

พรรคประชาชนมีโอกาสเหลือเพียงที่นั่งเดียว ในเขตเลือกตั้งที่ 7 ซึ่งเป็นพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม และท่าเรือแหลมฉบัง หรือเต็มที่ก็ได้เขตเลือกตั้งที่ 6 ที่ “กฤษณิ์ ชีวะธรรมานนท์” ย้ายไปสังกัดพรรคกล้าธรรม ส่วนอีก 8 เขต น่าจะเป็นของพรรคภูมิใจไทยทั้งหมด

ส่วนพื้นที่อื่น ทั้งระยอง จันทบุรี ตราด พื้นที่สำคัญของพรรคประชาชน รอบนี้ก็น่าจะยังคงรักษาพื้นที่ได้ โดยเฉพาะระยอง ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นนิคมอุตสาหกรรม ที่เป็นฐานคะแนนเสียงสำคัญของพรรค

แม้กระทั่งเขตเลือกตั้งที่ 4 ในปราจีนบุรี และ เขตเลือกตั้งที่ 2 ในจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นพื้นที่เขตอุตสาหกรรม ก็ยังเชื่อว่า ฐานคะแนนของกลุ่มผู้ใช้แรงงาน ทั้งในระดับ Blue Collar และ White Collar ก็ยังคงเป็น FC ที่เหนียวแน่นของพรรคประชาชนเช่นเดิม

ยกเว้นจังหวัดสระแก้ว พื้นที่ของตระกูลเทียนทอง พื้นที่นี้ยังยากที่ส้มจะฝ่าฟันเข้าไปได้ แม้คะแนนรวมในระบบบัญชีรายชื่อจะมาเป็นอันดับ 1 โดยมี 118,421 คะแนน ก็ตาม

โดยรวมเลือกตั้ง 2569 ภาคตะวันออก พรรคประชาชนน่าจะยังรักษาเก้าอี้ไว้ได้ประมาณ 12 ที่นั่ง ยกเว้นโค้งสุดท้ายแคมเปญเลือกทั้งพรรค เลือกทั้งคนจะมาแรง โอกาสที่จะรักษาเก้าอี้ครบทั้ง 18 เขตเท่าเดิมก็ยังเป็นไปได้

20 จังหวัดภาคกลาง / ตะวันตก / ปริมณฑล “น้ำเงิน” ชิงดำ “ส้ม” ทิ้ง “แดง” ไม่เห็นฝุ่น

พื้นที่สำคัญอีกพื้นที่ และจะเป็นหนึ่งในพื้นที่ชี้ขาดแชมป์ สส.แบบเขต และอาจส่งผลต่อการเป็นพรรคอันดับ 1 ของพรรคประชาชน และพรรคภูมิใจไทย โดยมีเพื่อไทยเป็นตัวสอดแทรก คือ พื้นที่ 20 จังหวัดภาคกลาง ภาคตะวันตก และจังหวัดปริมณฑลรอบกรุงเทพฯ

พื้นที่นี้มีเก้าอี้ สส. เขตรวมกันถึง 78 ที่นั่ง รองจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การเลือกตั้งในปี 2566 ส้มในนามพรรคก้าวไกล มาเป็นที่ 1 โดยคว้าไปได้ถึง 32 ที่นั่ง รองลงมาเป็นพรรคภูมิใจไทยได้ไป 15 ที่นั่ง เพื่อไทยได้มาเพียง 9 ที่นั่งเท่านั้น และกลายเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ชี้ขาดที่ทำให้พรรคเพื่อไทยแพ้พรรคก้าวไกล และตกไปอยู่เป็นพรรคลำดับ 2 ในการเลือกตั้งครั้งก่อน

เลือกตั้งครั้งนี้ประเมินแล้ว พรรคภูมิใจไทยที่ใช้นโยบายกวาดต้อนบ้านใหญ่ ทั้งจากพรรคชาติไทยพัฒนา  ที่ยกทีมจากสุพรรณบุรี นครปฐม 2 พื้นที่สำคัญเข้ามาร่วม และอดีต สส.จากทั้งพรรคพลังประชารัฐ และพรรครวมไทยสร้างชาติ ทำให้ภูมิใจไทยน่าจะมาเป็นที่ 1 ในพื้นที่นี้

ผลประเมินรอบแรก คาดว่า ภูมิใจไทยจะได้ 32 ที่นั่งจาก 78 ที่นั่ง โดยมีพื้นที่ภาคกลาง และภาคตะวันตก หลักๆ คือ สุพรรณบุรี นครปฐม เพชรบุรี ราชบุรี และจังหวัดในลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่น่าจะกวาดได้ทั้งหมด 

ส่วนพรรคประชาชนจะยังคงรักษาพื้นที่ของตัวเองได้เกือบทั้งหมด คาดว่า จะมาเป็นอันดับ 2 ที่ จำนวน 31 ที่นั่ง โดยพื้นที่สำคัญจะยังคงเป็นพื้นที่ปริมณฑล และเมืองสมุทรทุกสมุทร ซึ่งเป็นพื้นที่อุตสาหกรรม

นนทบุรี คาดว่า ส้มยังแรงทั้ง 8 เขต เช่นเดียวกับปทุมธานีที่น่าจะรักษาเก้าอี้เดิมไว้ได้ 6 เขต สมุทรปราการ แม้จะมีการรวมกันของบ้านใหญ่อัศวเหมและฐานคะแนนของพรรคเพื่อไทย แต่ยังต้านทานฐานคะแนนในพื้นที่อุตสาหกรรมของพรรคส้มไม่ได้แน่นอน เพื่อไทยเต็มที่ก็สู้ได้เขตเดียว คือ เขตเลือกตั้งที่ 6 เขตพระประแดงเท่านั้น ส่วนเขตอื่นรวมคะแนนกันแล้วก็ยังสู้คะแนนดิบ คะแนนเดิมของพลพรรคส้มไม่ได้

รวมทั้งสมุทรสาครที่รอบนี้เพิ่มขึ้นมาเป็น 4 เขต ก็น่าจะเสร็จพรรคส้มทั้งหมด ยกเว้นเขตเลือกตั้งที่ 1 ที่มีอดีตสส.พรรคอนาคตใหม่ “ณมานิตา กลับบ้านเกาะ” หรือชื่อเดิม “จอมขวัญ กลับบ้านเกาะ” ลงสมัคร

เขตเลือกตั้งที่ 1 สมุทรสาคร มีการย่อยพื้นที่ออกเป็น 2 เขต ทำให้ “อดีต สส.ณมานิตา” ที่ครั้งนี้ลงในนามพรรคกล้าธรรม มีโอกาสพลิกกลับมาชนะ “ณัฐพงษ์ สุมโนธรรม” ผู้สมัครจากพรรคประชาชนแชมป์เก่าได้ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่า “วัฒนา แตงมณี” นายกเทศมนตรีเมืองพันท้ายนรสิงห์ ผู้มีฐานคะแนนหลักในพื้นที่นั้นจะเลือกสนับสนุนใคร

โดยรวม ภูมิใจไทยจะได้ 32 ที่นั่ง ส่วนประชาชน 31 ที่นั่ง ลดลง 1 ที่นั่งที่สมุทรปราการและปทุมธานี ส่วนเพื่อไทยตามมาแบบห่างๆ มากที่ 8 ที่นั่งเท่านั้น อาศัยปาฏิหาริย์เหมือนจะยังไม่พอ สำหรับเพื่อไทยในพื้นที่นี้

อีสานเพื่อไทยมาแรง “แดง” ผนึกกำลังสู้ ภูมิใจไทยยังทำได้แค่ “อีสานใต้”

ส่วนพื้นที่ 20 จังหวัดภาคอีสาน พื้นที่สำคัญซึ่งเคยเป็นพื้นที่ชี้ขาดการเลือกตั้งใหญ่ทั่วประเทศ การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยที่คาดว่า กระแสจะตก และจะแพ้ในหลายเขตเลือกตั้งจากกระแส“อังเคิล” บนความขัดแย้งไทย – กัมพูชา กลับกลายเป็นว่า ทันทีที่ “ดร.เชน – ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” เข้ามาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค กระแสของพรรคเพื่อไทยกลับพลิกมาดีวันดีคืน

เลือกตั้งปี 2566 เพื่อไทยได้มาทั้งหมด 73 ที่นั่ง จาก 133 ที่นั่ง โดยพลิกแพ้ให้กับพรรคก้าวไกล พรรคภูมิใจไทย พรรคไทยสร้างไทย ในหลายพื้นที่ ครั้งนั้นมีการประเมินว่า บางพื้นที่เกิดจากความประมาท ไม่ลงพื้นที่ซ้ำในช่วงโค้งสุดท้าย คิดว่ากระแสทักษิณ และอุ๊งอิ๊งค์ แพทองธาร ชินวัตรแรงพอที่จะชนะยกจังหวัดในหลายพื้นที่

แต่ในช่วงที่อดีตนายกแพทองธารลาคลอด กระแสเพื่อไทยก็ถูกตีกลับ จนบางพื้นที่แพ้ทั้งที่ไม่ควรแพ้

รอบนี้กลับตรงกันข้าม เมื่อช่วงต้นที่กระแสความขัดแย้งไทย – กัมพูชายังคงร้อนแรง ส่งผลโดยตรงกับผู้สมัครพรรคเพื่อไทยในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดน ทั้งอุบลราชธานี ศรีษะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์

แต่หลังการลงพื้นที่ของ “ดร.เชน ยศชนัน” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค กระแสเพื่อไทยกลับแรงขึ้น และยิ่งเมื่อกลุ่มคนเสื้อแดงที่แตกกันไปหลายกลุ่ม หลายเส้นทาง รอบนี้กลับมาปรากฏตัวเกือบครบ ทำให้พรรคเพื่อไทยเริ่มเชื่อมั่นในฐานคะนนเสียงเดิมมากขึ้น

การประเมินเบื้องต้น เชื่อว่า พรรคเพื่อไทยจะได้ที่นั่งกลับมาถึง 77 เขต จาก 133 เขต โดยมีภูมิใจไทยเป็นอันดับ 2  จำนวน 38 ที่นั่ง

โคราชเพื่อไทยหวังยก 16 เขตทั้งจังหวัด ผนึกหวังศุภกิจโกศล-ลิปตพัลลภ-จันทรรวงทอง    

พื้นที่หลักรอบนี้ เพื่อไทยมีโอกาสกวาด 16 ที่นั่ง ที่โคราชได้หากฐานเสียงของตระกูลสุวรรณฉวี ไม่แข็งแกร่งพอ ส่วนพลพรรคสีส้มรอบนี้ เมื่อเพื่อไทยรวมกับกลุ่มของ “สุวัจน์  ลิปตพัลลภ” เมื่อวิเคราะห์จากฐานคะแนนของทั้งคู่ ส้มมีแนวโน้มเสียที่นั่งในเขตเมืองกลับมาให้เพื่อไทยทั้ง 3 เขต มีเพียงเขต 3 เท่านั้น ที่อาจจะยังรักษาพื้นที่ไว้ได้

ขอนแก่น และอุดรธานีอีก 2 จังหวัดใหญ่ที่หากส้มไม่รักษาฐานดีๆ ก็มีโอกาสถูกทวงคืนจากเพื่อไทยได้เช่นกัน    โดยเฉพาะอุดรธานีที่เพื่อไทยและคนเสื้อแดงกำลังฮึกเหิมสุดขีดจากการลงพื้นที่ของ “ดร.ยศชนัน” ที่ผ่านมา และมีโอกาสจะชนะยกจังหวัดได้ทั้ง 10 เขต

อีสานใต้น้ำเงินยังแข็ง แดงยังต้องฝ่ากระแสอังเคิล

ส่วนพื้นที่อีสานใต้ ภูมิใจไทยยังยึดบุรีรัมย์ได้ทั้งจังหวัด ทั้ง 10 เขต เพราะความพ่ายแพ้แม้เพียงเขตเดียวในจังหวัดบุรีรัมย์ ย่อมหมายถึงหน้าตาของครูใหญ่ที่จะยอมไม่ได้ แม้แต่เขตเดียว

การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา บุรีรัมย์เป็นจังหวัดเดียวที่ภูมิใจไทยทำคะแนนบัญชีรายชื่อได้เกินแสนคะแนน โดยได้ถึง 165,026 คะแนน มาเป็นอันดับ 3 รองลงจากเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล และเป็น 1 ใน 2 จังหวัดที่คะแนนบัญชีรายชื่อของพรรคภูมิใจไทยขยับขึ้นมาเป็นอันดับ 3 เพราะที่เหลือไม่อยู่อันดับ 4 ก็อันดับ 5 บางจังหวัดในอีสานเหนือ ภูมิใจไทยมีคะแนนบัญชีรายชื่อเพียงหลักพันเท่านั้น

ส่วนศรีสะเกษและสุรินทร์ ที่เพื่อไทยเคยได้ที่นั่ง 10 จาก 17 ที่นั่ง รอบนี้เหนื่อยจากกระแสอังเคิล ที่ทุกพรรคยังหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาโจมตีเพื่อไทยในทุกเวที โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยและพรรคไทยสร้างไทย ที่คำว่า อังเคลิ ดูจะเป็นประเด็นติดปาก สำหรับแกนนำพรรคในการปราศัย หรือดีเบตในแทบจะทุกเวที

อย่างไรก็ตามถ้าประเมินจากฐานคะแนนพรรค จากคะแนนบัญชีรายชื่อ ซึ่งทั้ง 2 จังหวัด พรรคเพื่อไทยมีคะแนนมาเป็นอันดับ 1 โดยที่ศรีสะเกษได้ 390,552 คะแนน ส่วนสุรินทร์ได้ 301,813 คะแนน ขณะที่พรรคภูมิใจไทยมีเพียงหลักหมื่นเท่านั้น ก็ยังประมาทไม่ได้ว่า เพื่อไทยจะพลิกกระแสอังเคิลขึ้นมายึดที่นั่งเดิม 10 ที่นั่งจาก 2 จังหวัดนี้ได้หรือไม่

ประเมินทั้งประเทศยกเว้น กทม. ภูมิใจไทยแชมป์ สส.เขต เฉือนเพื่อไทยหวุดหวิด

เมื่อประเมินจากทุกภาค ทุกเขต ยกเว้นกรุงเทพมหานคร พรรคภูมิใจไทยที่รวมบ้านใหญ่หลายตระกูลหลายพื้นที่ หลายพรรคด้วยกัน มีคะแนนนำมาเป็นที่ 1 โดยคาดว่าจะได้ที่นั่ง สส.ประเภทเขต จำนวน 127 – 135 เขต เพื่อไทย 115 – 120 เขต พรรคประชาชน 68 – 80 เขต พรรคกล้าธรรม 34 – 40 เขต

หากตัวเลขออกมาเช่นนี้ สนามที่จะชี้ขาดความเป็นพรรคอันดับ 1 ยังคงอยู่ที่สนามเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร 33 ที่นั่ง  และสส.แบบบัญชีรายชื่ออีก 100 ที่นั่ง  

เลือกตั้งปี 2566 พรรคประชาชนได้ที่นั่งในกทม. 32 ที่นั่ง และบัญชีรายชื่อ 39 ที่นั่ง รวมเป็น 71 ที่นั่ง เมื่อรวมกับสส.เขตทั่วประเทศที่จะได้ประมาณ 68 – 80 ที่นั่ง การประเมินรอบแรก ถ้าพรรคประชาชนรักษาฐานเดิม ทั้งใน กทม. และบัญชีรายชื่อได้ ก็จะมีสส. 2 ระบบรวมกัน 139-151 ที่นั่ง

พรรคประชาชนจะตกมาเป็นอันดับ 2 ในกรณีที่เสียที่นั่งใน กทม. สมุทรปราการ ให้กับเพื่อไทย และเสียที่นั่งในปทุมธานีให้กับภูมิใจไทย รวมทั้งได้คะแนน สส.ในระบบบัญชีรายชื่อลดลง จากเดิมที่ได้ 14,438,851 คะแนน 

ส่วนเพื่อไทย จะได้ที่นั่ง สส.ทั้ง 2 ระบบอยู่ที่ 144-149 ที่นั่ง หรือหากพลิกชนะใน กทม.มา 5 เขต ตามที่มีการประเมิน และทำคะแนนบัญชีรายชื่อเพิ่มขึ้นมาได้ เพื่อไทยก็มีโอกาสชนะเป็นที่ 1 เช่นกัน

การประเมินรอบแรก ถ้าได้ สส. ต่ำกว่านี้ เพื่อไทยจะพลาดแชมป์ หากเพื่อไทยแพ้ในสนามใหญ่ของอีสานใต้ ทั้งในสุรินทร์ และศรีษะเกษ รวมถึงได้คะแนน สส.ในระบบบัญชีรายชื่อต่ำกว่าเดิม คือ ต่ำกว่า 10,962,522 คะแนน

“กทม.-บัญชีรายชื่อ” การบ้านข้อใหญ่ภูมิใจไทย พลิกไม่ขึ้นอาจพลาดเป็นแกนนำ

ขณะที่ภูมิใจไทย หากทำที่นั่งใน กทม.ไม่ได้ และไม่สามารถดึงคะแนนในระบบบัญชีรายชื่อ ที่มีเพียง 1,138,202 คะแนน โดยได้สส.เพียง 3 คนขึ้นมาได้ โอกาสที่จะชนะที่ 1 เพื่อเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจะมืดมนทันที 

ภูมิใจไทยจะชนะขึ้นเป็นที่ 1 ตามที่มีการประเมินไว้ 150 ที่นั่ง จากการวิเคราะห์ของหลายๆ เกจิทางการเมือง มีเพียวง 2 ปัจจัย คือ ชนะเพื่อไทยในจังหวัดภาคอีสาน โดยเฉพาะศรีสะเกษและสุรินทร์แบบยกจังหวัด รวมทั้งแชร์ที่นั่งในโคราช และขอนแก่นจากเพื่อไทยได้เพิ่มขึ้น

เพราะโอกาสที่ภูมิใจไทยจะได้คะแนนจากระบบบัญชีรายชื่อเป็นกอบ เป็นกำ ถึงขั้นที่จะขยับเข้ามาแทนพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่เป็นตัวแทนพรรคอนุรักษ์นิยม 4,766,408 คะแนน โดยได้ 13 ที่นั่งนั้นเป็นไปได้ค่อนข้างยาก

คะแนนของรวมไทยสร้างชาติ 4,766,408 คะแนน ส่วนใหญ่เป็นฐานคะแนนนิยมของ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ซึ่งผกผันมาจากฐานคะแนนเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ในอดีต โดยส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคใต้ ภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร

ภาคใต้ รวมไทยสร้างชาติ ได้คะแนนบัญชีรายชื่อ 1,814,083 คะแนน กรุงเทพมหานคร 630,997 คะแนน และอีก 1,029,175 คะแนนจากภาคกลาง ภาคตะวันตก

การเลือกตั้งรอบนี้ คะแนนบัญชีรายชื่อของรวมไทยสร้างชาติใน 3 พื้นที่สำคัญ จะถูกแบ่งกลับไปยังพรรคประชาธิปัตย์ค่อนข้างชัด โดยเฉพาะภาคใต้ และ กทม.

The Insight วิเคราะห์น่าจะสวนทางกับเกจิรายอื่นที่มั่นใจกับ 150 ที่นั่งของพรรคภูมิใจไทย และเชื่อว่า พรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทยจะดร็อปลง และเพื่อไทยจะมาเป็นอันดับ 3 เป็นพรรคที่ต่ำร้อย หรือเต็มที่ก็ไม่เกิน 100 ที่นั่ง

โค้งสุดท้ายจึงจะพิสูจน์ว่า ภูมิใจไทยจะมาแรงในพื้นที่ภาคใต้มากกว่าจำนวนที่นั่งที่คาดไว้ จะมาแรงกวาดพื้นที่อีสาน โดยใช้กระแสอังเคิลเบียดเพื่อไทยออกจากใจคนอีสาน และใช้กระแสของความเป็นพรรคอนุรักษ์นิยมเอาชนะใจคนกรุงเทพ เพื่อช่วงชิงที่นั่งใน กทม. รวมถึงดึงฐานเสียงอนุรักษ์นิยมเดิมของรวมไทยสร้างชาติ กลับมาเป็นของพรรคภูมิใจไทยในระบบบัญชีรายชื่อได้หรือไม่

ภายใต้เงื่อนไขสำคัญ คือ ต้องทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ จำเลขบัญชีรายชื่อของพรรคให้ขึ้นใจให้ได้ เพราะความได้เปรียบเสียเปรียบ ของเลข 2 ตัวกับเลขตัวเดียว ก็ยังมีผลสำคัญเช่นกัน

Srawut
Author

Srawut

แชร์บทความนี้

ช่วยกระจายข่าวเชิงลึกให้คนมากขึ้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูในหมวด Editor

ย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืม

ภาพเฮลิคอปเตอร์อพยพผู้คนจากสถานทูตสหรัฐฯ ในไซง่อนปี 1975 เป็นสัญลักษณ์ความพ่ายแพ้ของอเมริกาในสงครามเวียดนาม บทเรียนจากความหวาดระแวง กลยุทธ์ผิดพลาด และการประเมินคู่ต่อสู้ต่ำเกินไป.

Srawut··1 min read

จับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  

การเจรจารอบ 2 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีความสำคัญต่อเสถียรภาพตะวันออกกลางและเศรษฐกิจโลก โดยมีโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นแกนหลักของความขัดแย้ง

Srawut··1 min read

เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?

สหรัฐอเมริกาประกาศปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ หลังการเจรจากับอิหร่านล้มเหลว สถานการณ์นี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเผชิญหน้าทางทหารและวิกฤตพลังงานโลก

Srawut··1 min read