Partnership with Thailand Talks 2022
ความเห็นเป็นเรื่องของเรื่องราวความคิด
ก่อนอื่นเราต้องแยะแยะและสร้างความเข้าใจในประเด็นก่อนว่า “เข้าใจความต่าง” กับ “เข้าใจความเห็นต่าง” ไม่เหมือนกัน
การคิดไม่เหมือนกัน การคิดต่างกันเป็นเรื่องปกติและเกิดขึ้นได้โดยธรรมชาติ ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพราะคนเรามีความเห็นแตกต่างกัน เแต่เป็นเพราะคนเราความคาดหวังว่าคนอื่นจะต้องคิดเหมือนกัน ซึ่งเป็นไปได้ยาก เพราะแม้แต่ตัวเราเองยังคิดไม่เหมือนเดิม กาลเวลาเปลี่ยนไป สถานการณ์ต่างไปจากที่เคย เราเองก็พร้อมจะเปลี่ยนแปลงการคิดความเชื่อ
ความเห็นเกิดจากการเลี้ยงดู ประสบการณ์ชีวิต การศึกษา ประเพณี วัฒนธรรม จารีต ค่านิยมในสังคมที่ต่างกันเป็นตัวหล่อหลอม แม้ในสังคมเดียวกันวัฒนธรรมประเพณีแบบเดียวกัน ก็ยังมีความแตกต่างกัน ด้วยความหลากหลายด้านอื่นๆมาเป็นตัวแปร เช่น เพศ อายุ ลักษณะของครอบครัว นี่คือที่มาของความเห็นที่แตกต่างของคนทั้งในสังคมเดียวกันและต่างสังคม
มนุษย์มีความอยากรู้ อยากเห็น การได้รู้ได้เห็นไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ชีวิต หรือการเรียนรู้จากตำรา ล้วนเป็นจุดเริ่มต้นของความเชื่อและให้ความคิดเห็นในสิ่งที่ตนเชื่อ การทำความเข้าใจกับตนเอง เป็นสิ่งสำคัญที่ทำได้ง่ายกว่าจะกล่าวว่าเราเข้าใจคนอื่น หรือเรารู้จักคนอื่น เพราะฉนั้นคนแต่ละคนที่มูลเหตุของการเกิดความคิดเห็นที่แตกต่างกัน และไม่ว่าจะเป็นความเห็นพ้องหรือความเห็นต่าง ล้วนเป็นธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้ และยากที่จะหาเหตุผลมาปฏิเสธความเห็นต่างไม่ให้เกิดขึ้น หรือเหตุผลที่จะเลือกยอมรับแต่ความเห็นพ้องก็ไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ง่าย
ความคาดหวังที่จะให้มนุษย์ทั้งโลกเข้าใจความเห็นต่าง เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก เพราะมนุษย์แต่ละคนเป็นสาเหตุของความแตกต่าง มนุษย์แต่ละคนจึงมีความเข้าใจ มีความเชื่อที่ตนเองรับรู้ได้เป็นหลัก
การทำความเข้าใจว่าความแตกต่างเป็นเรื่องธรรมชาติที่ต้องยอมรับให้ได้ ถือเป็นขั้นแรกที่จะนำไปสู่ความเข้าในความเห็นต่าง เพราะในความเข้าใจเรื่องความเห็นต่าง เป็นเรื่องของความแตกต่างระหว่างอะไรกับอะไร
ความเห็นต่าง มักจะต้องมีสิ่งเปรียบเทียบ
ความเห็นต่าง ต้องมีการเปรียบเทียบ เหมือนเห็นในสิ่งเดียวกันแต่มันมีความแตกต่างที่จะต้องพิจารณา ยกตัวอย่างเช่น มีความเห็นต่างในเรื่องที่ว่า เราต้องเข้าใจผู้ว่าจ้างในเรื่องการขึ้นค่าแรง กับ เราต้องเข้าใจผู้ถูกจ้างว่าค่าแรงที่ได้รับมันไม่พอต่อการดูแลตนเองและครอบครัว จึงจะสามารถมองเห็นตัวแปรความแต่าง และทิศทางของการแก้ไขปัญหา
กว่าที่มนุษย์คนนึงจะเชื่อมั่นในสิ่งใดๆอย่างหนักแน่นมั่นคง ได้ผ่านการเลี้ยงดูปลูกฝังจากสังคมหน่วยที่เล็กที่สุดเรียกว่า ครอบครัว ประกอบด้วย พ่อแม่ พี่น้อง ปู่ย่า ตายาย ในขณะที่ร่างกายและความคิดค่อยๆเจริญเติบโตก็จะค่อยๆซึมซับเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตแต่ละวันเป็นประสบการณ์ชีวิต ก่อนจะถูกหล่อหลอมโดยค่านิยมของกลุ่มคนในสังคม ที่มีค่านิยม ประเพณี วัฒนธรรมในถิ่นที่เจริญเติบโต
วิธีการที่จะเข้าใจความต่าง เริ่มจากเรียนรู้และให้ความเข้าใจองค์ประกอบ
- ตัวเราเองต้องเข้าใจก่อนว่าความเห็นเกิดจากอะไร
- เข้าใจคนอื่นด้วยว่า คนอื่นก็มีประสบการณ์เรียนรู้ในแบบของเขา
- เข้าใจว่า ความเห็น กับ ความเห็นต่างเป็นคนละเรื่องเดียวกัน
- ฝึกสมองให้คิดด้วย Divergent thinking เมื่อเรามีความเห็นไปในทิศทางใด ลองคิดในทางกลับกัน
- ฝึกบุคลิกภาพเมื่อต้องเผชิญกับสถานการที่มีความเห็นต่าง
- วางเป้าหมายของการพูดคุยให้ชัดเจน
- ฝึกทักษะการปิดการสนทนาที่ราบรื่น ขอบคุณและขอโทษ ซึ่งกันและกัน
ระวี ตะวันธรงค์
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด POLITICS →ย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืม
ภาพเฮลิคอปเตอร์อพยพผู้คนจากสถานทูตสหรัฐฯ ในไซง่อนปี 1975 เป็นสัญลักษณ์ความพ่ายแพ้ของอเมริกาในสงครามเวียดนาม บทเรียนจากความหวาดระแวง กลยุทธ์ผิดพลาด และการประเมินคู่ต่อสู้ต่ำเกินไป.
จับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์
การเจรจารอบ 2 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีความสำคัญต่อเสถียรภาพตะวันออกกลางและเศรษฐกิจโลก โดยมีโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นแกนหลักของความขัดแย้ง
เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?
สหรัฐอเมริกาประกาศปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ หลังการเจรจากับอิหร่านล้มเหลว สถานการณ์นี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเผชิญหน้าทางทหารและวิกฤตพลังงานโลก
“สามฉากทัศน์ใน ฮอร์มุซ“ เมื่อสหรัฐ ‘คุมทาง’ จีน ‘ต้องใช้ทาง’ และอิหร่าน ‘อยู่บนทาง’”
สหรัฐเริ่มสกัดกั้นเรือเข้า-ออกท่าเรืออิหร่านผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะจีนประกาศต้องการเข้าถึงพลังงาน สร้างเกมมหาอำนาจสามเหลี่ยมที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง




