ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Live · Breaking
สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทยย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืมจับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?“สามฉากทัศน์ใน ฮอร์มุซ“ เมื่อสหรัฐ ‘คุมทาง’ จีน ‘ต้องใช้ทาง’ และอิหร่าน ‘อยู่บนทาง’”ตะวันออกกลางตึงเครียดอีกครั้ง CENTCOM ประกาศเริ่มปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซสวนนงนุช จัดใหญ่ มหาสงกรานต์ดอกไม้บานรู้จัก CENTCOM หน่วยงานที่ถูกกล่าวถึงมากสุดในเวลานี้สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทยย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืมจับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?“สามฉากทัศน์ใน ฮอร์มุซ“ เมื่อสหรัฐ ‘คุมทาง’ จีน ‘ต้องใช้ทาง’ และอิหร่าน ‘อยู่บนทาง’”ตะวันออกกลางตึงเครียดอีกครั้ง CENTCOM ประกาศเริ่มปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซสวนนงนุช จัดใหญ่ มหาสงกรานต์ดอกไม้บานรู้จัก CENTCOM หน่วยงานที่ถูกกล่าวถึงมากสุดในเวลานี้
The Insight News
ทำไมราคาทองถึงร่วงแรง ! ดิ่งเพื่อผงาดหรือไม่ ?

ทำไมราคาทองถึงร่วงแรง ! ดิ่งเพื่อผงาดหรือไม่ ?

Srawut
Srawut
กองบรรณาธิการ
1 min read

ราคาทองคำร่วงแรงเพราะอะไร? วิเคราะห์เชิงลึกปัจจัยที่ทำให้ทองคำดิ่งจากจุดสูงสุด พร้อมแนวโน้มการกลับมาผงาดในอนาคตอันใกล้

ในช่วงปลายเดือนตุลาคม 2025 ที่ผ่านมา วงการนักลงทุนทองคำ ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่ชวนให้หายใจติดขัด เมื่อราคาทองคำซึ่งเพิ่งทะยานขึ้นไปแตะจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 4,381 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ต้องเจอกับการปรับฐานที่รุนแรงและรวดเร็วที่สุดในรอบกว่าทศวรรษ!

1. สถิติการดิ่งลงที่น่าตกใจ

การปรับฐานครั้งนี้เริ่มต้นอย่างรุนแรงในวันที่ 21 ตุลาคม 2025 ซึ่งเป็นวันที่ราคาทองคำประสบกับการลดลงภายในวันเดียวกว่า 6% (หรือเกือบ 300 ดอลลาร์ต่อออนซ์) ถือเป็นการลดลงรายวันที่หนักที่สุดในเชิงเปอร์เซ็นต์ในรอบ 12 ปี

โดยรวมแล้ว ราคาทองคำได้ปรับตัวลงอย่างต่อเนื่องจากจุดสูงสุดจนถึงจุดต่ำสุดในช่วงเวลานั้นคิดเป็นมูลค่ารวม 6-7% คำถามคือ อะไรเป็นชนวนที่ทำให้สินทรัพย์ปลอดภัยที่ทรงพลังที่สุดในโลกนี้ ราคาตกอย่างฉับพลัน

ปัจจัยที่ 1: “ความสงบ” คือศัตรูตัวฉกาจของ ทองคำ!

ลองนึกภาพว่า ทองคำ คือ “บอดี้การ์ดส่วนตัว” ที่นักลงทุนจ้างมาคุ้มครองพอร์ตในช่วงที่โลกกำลังปั่นป่วน ตลอดปี 2025 ราคาทองคำพุ่งกว่า 60% ก็เพราะโลกเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ทั้งความตึงเครียดทางการค้าสหรัฐฯ-จีน และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

แต่แล้ว ในช่วงปลายเดือนตุลาคม “ข่าวแห่งความหวัง” ก็ปรากฏขึ้นอย่างเหนือความคาดหมาย เมื่อมีรายงานว่า สหรัฐฯ และจีนบรรลุ “ฉันทามติเบื้องต้น” ในการเจรจาการค้า  ซึ่งเปรียบเสมือน “สัญญาณไฟเขียว” ที่บอกให้นักลงทุนเลิกกังวลและกลับเข้าสู่การเสี่ยง ทันใดนั้น บอดี้การ์ด “ทองคำ” ก็ถูกมองว่า “หมดความจำเป็น”  ไปในทันที

ผลลัพธ์คือ: ตลาดเปลี่ยนจากโหมด “หลีกหนีความเสี่ยง” (Risk-off) สู่โหมด “เดินหน้าลุยเสี่ยง” (Risk-on) นักลงทุนรีบเทขายทองคำ เพื่อนำเงินไปไล่ล่าสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงกว่าและให้ผลตอบแทนดีกว่า เช่น หุ้น นี่คือการจัดสรรเงินลงทุนใหม่ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงที่สุด

ปัจจัยที่ 2: การ “ชำระบัญชี” ครั้งใหญ่ของนักเก็งกำไรในตลาด ทองคำ

การดิ่งลงของราคาทองคำอย่างรวดเร็วไม่ได้มาจากปัจจัยพื้นฐานที่แย่ลง แต่มาจาก “การขายทำกำไร”(Profit-taking) ที่เกิดขึ้นพร้อมกันจำนวนมหาศาล

สะสมกำไรสูงเกินไป: ก่อนหน้านี้ราคาทองคำ พุ่งขึ้นอย่างน่าทึ่งกว่า 50-60% ในเวลาไม่ถึง 10 เดือน ทำให้ตลาดอยู่ในภาวะซื้อมากเกินไป (Overbought)

การเร่งตัวของฟิวเจอร์ส: เมื่อมีข่าวดีจากประเด็นการค้าเป็นตัวกระตุ้น และโมเมนตัมเปลี่ยนทิศทาง นักลงทุนที่ถือสถานะซื้อทองคำจำนวนมากโดยเฉพาะในตลาดฟิวเจอร์สที่ใช้เลเวอเรจสูง จึงทำการขายอย่างรุนแรงและรวดเร็วเพื่อชำระบัญชีสถานะ การขายแบบกะทันหันนี้ทำให้เกิดแรงขายทับถมกันเป็นลูกโซ่ และทำให้ราคาทองคำหลุดแนวรับทางจิตวิทยาที่ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลงไปทันที

ปัจจัยที่ 3: แรงกดดันจาก “ค่าเงินดอลลาร์” ต่อ ราคาทองคำ

ในขณะที่ทองคำราคาตก ดอลลาร์สหรัฐฯ กลับมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ซึ่งเป็นแรงกดดันที่ไม่ควรมองข้าม

กฎง่ายๆ: ทองคำมีราคาเป็นดอลลาร์ เมื่อดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ทองคำก็แพงขึ้นสำหรับผู้ที่ถือสกุลเงินอื่น ทำให้ความต้องการลดลง

2. ทองคำร่วงเพราะ “หมดความเสี่ยง” ไม่ใช่ “ดอกเบี้ยขึ้น”

นักลงทุนและนักวิเคราะห์มักเชื่อว่า ราคาทองคำจะเคลื่อนไหวสวนทางกับอัตราดอกเบี้ยเสมอ (เพราะดอกเบี้ยสูงทำให้ถือทองคำขาดทุนโอกาส) แต่สถิติในช่วงที่ราคาทองคำร่วงครั้งนี้ กลับเผยความจริงที่น่าสนใจ

2.1 แรงกดดันจากดอลลาร์สหรัฐฯ: ในช่วงที่มีการเทขายอย่างรุนแรง ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ (DXY) มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ซึ่งเป็นไปตามความสัมพันธ์ปกติที่ราคาทองคำมักจะเคลื่อนไหวสวนทางกับดอลลาร์ การวัดความสัมพันธ์ในรอบ 60 วัน พบว่ายังคงมีความสัมพันธ์ผกผันในระดับปานกลางที่ประมาณ -0.45

นั่นหมายความว่า การแข็งค่าของดอลลาร์มีส่วนเร่งให้ราคาทองคำลดลงต่อเนื่อง แต่ไม่ใช่สาเหตุหลักที่จุดชนวนการขาย

2.2 ดอกเบี้ยที่แท้จริงไม่เกี่ยวโดยตรง: แม้ว่าราคาทองคำจะถูกกำหนดด้วยปัจจัย “ดอกเบี้ยที่แท้จริง” ในระยะยาว แต่การวิเคราะห์ทางสถิติในช่วงที่เกิดการดิ่งเหวนี้ กลับพบว่า การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงมีความสัมพันธ์ต่อการเคลื่อนไหวของราคาทองคำที่อ่อนแอมาก (ค่าสหสัมพันธ์เพียงประมาณ -0.16

2.3 ข้อสรุปจากการวิเคราะห์: ตัวเลขสถิติที่อ่อนแอมากของดอกเบี้ยที่แท้จริง คือเครื่องยืนยันว่า แรงกระแทกครั้งใหญ่ที่ทำให้ราคาทองคำดิ่งเหวนั้น ไม่ได้มาจาก “วิกฤตดอกเบี้ย” ตามปกติ แต่เป็นผลมาจากการคลี่คลายของความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ และการเทขายทำกำไรครั้งใหญ่ของนักเก็งกำไร ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงกว่าพลวัตด้านดอกเบี้ย

3. มุมมองสำหรับนักลงทุน: นี่คือการพักรบของทองคำ ไม่ใช่การแพ้สงคราม

การลดลงของราคาทองคำ ในครั้งนี้ไม่ใช่สัญญาณของการสิ้นสุดแนวโน้มขาขึ้น แต่เป็นการ “พักฐานทางยุทธวิธีที่จำเป็น” ซึ่งช่วยลดภาวะซื้อมากเกินไปในตลาดลงในระยะยาว ปัจจัยที่สนับสนุนทองคำยังคงแข็งแกร่งและรอวันกลับมานำตลาด

3.1 ยักษ์ใหญ่ยังคงซื้อ: ธนาคารกลางทั่วโลก ยังคงเป็นผู้ซื้อทองคำอย่างต่อเนื่อง และมีการซื้อเกิน 1,000 ตันต่อปี ติดต่อกันเป็นปีที่สาม ซึ่งเป็นการสร้างระดับแนวรับเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญให้กับราคาทองคำ

3.2 ดอกเบี้ยเตรียมลด: การคาดการณ์การผ่อนคลายนโยบายการเงินของ Fed ในอนาค (คาดการณ์ลดดอกเบี้ย 2 ครั้งก่อนสิ้นปี 2025) ยังคงเป็นปัจจัยบวกเชิงโครงสร้างมหาศาล เพราะจะช่วยลด “ต้นทุนค่าเสียโอกาส” ในการถือทองคำ

สำหรับนักลงทุนที่เชี่ยวชาญ ช่วงราคาที่ทองคำ ปรับฐานลงมาสู่ระดับใกล้ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จึงอาจเป็น “โอกาสทอง” ในการสะสมสินทรัพย์ปลอดภัยนี้อย่างมีกลยุทธ์ ก่อนที่ตลาดจะกลับมาให้ความสำคัญกับปัจจัยบวกในระยะยาวอีกครั้ง

Srawut
Author

Srawut

แชร์บทความนี้

ช่วยกระจายข่าวเชิงลึกให้คนมากขึ้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูในหมวด Editor

ย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืม

ภาพเฮลิคอปเตอร์อพยพผู้คนจากสถานทูตสหรัฐฯ ในไซง่อนปี 1975 เป็นสัญลักษณ์ความพ่ายแพ้ของอเมริกาในสงครามเวียดนาม บทเรียนจากความหวาดระแวง กลยุทธ์ผิดพลาด และการประเมินคู่ต่อสู้ต่ำเกินไป.

Srawut··1 min read

จับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  

การเจรจารอบ 2 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีความสำคัญต่อเสถียรภาพตะวันออกกลางและเศรษฐกิจโลก โดยมีโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นแกนหลักของความขัดแย้ง

Srawut··1 min read

เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?

สหรัฐอเมริกาประกาศปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ หลังการเจรจากับอิหร่านล้มเหลว สถานการณ์นี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเผชิญหน้าทางทหารและวิกฤตพลังงานโลก

Srawut··1 min read