ในสายตาของคอภาพยนตร์ ชื่อของ Hayao Miyasaki น่าจะดึงดูดความสนใจได้ทุกครั้ง เพราะนอกจากผลงานการกำกับภาพยนตร์แอนิเมชันระดับตำนาน ในนาม Studio Ghibli อย่าง My Neighbor Totoro , Spirited Aaway , The Wind Rises และ Princess Mononoke แล้ว ผู้กำกับวัย 81 ปี ผู้นี้ยังสร้างกระแสฮือฮาในสื่อ จากการประกาศ “เกษียณอายุ” หลายครั้ง ทว่าหลังจากการประกาศ เขาก็กลับมากำกับภาพยนตร์อีก
การกลับมาครั้งนี้ก็เช่นกัน Hayao Miyazaki มาพร้อมกับ “How Do You Live?” ผลงานแอนิเมชันเรื่องล่าสุด และว่ากันว่าเป็นเรื่องสุดท้ายในชีวิตของผู้กำกับมือทองคนนี้
การประกาศเกษียณอายุการทำงานครั้งแรกของ Miyazaki สร้างแรงสั่นสะเทือนไม่น้อย และหลังจากนั้น ผลงานอย่าง Spirited Away ก็คว้ารางวัลออสการ์สาขาแอนิเมชั่นยอดเยี่ยมในปี 2003
10 ปีต่อมา Miyazaki ประกาศเกษียณอายุอีกครั้ง พร้อมปล่อยตัวอย่าง The Wind Rises ภาพยนตร์แอนิเมชันว่าด้วยเรื่องราวของ Jiro Hirokoshi ที่ทุ่มเทสร้างเครื่องบินรบทั้งชีวิต แต่สุดท้าย สิ่งที่เขาทุ่มเทกลับย้อนมาทำร้ายตัวเขาเอง สะท้อนถึงจิตใจของ Miyazaki ที่เจ็บปวดจากการทำแอนิเมชั่น ดังเช่นข้อความตอนหนึ่งในภาพยนตร์ ที่บอกว่า “เพราะลมแรงกล้า เราจึงอยู่ท้าแรงลม”
ในการประกาศเกษียณอายุ พร้อมเปิดตัว The Wind Rises นั้น บรรดาแฟนภาพยนตร์เชื่อสนิทใจว่า Miyazaki คงไม่กลับมาสร้างหนังอีก จนกระทั่งไม่กี่ปีที่ผ่านมามีกระแสข่าวว่า Miyazaki กำลังสร้างหนังเรื่อง How Do You Live? (君達はどう生きのか?)นำไปสู่คำถามที่ว่า “ไหนว่าเกษียณแล้วไง” หรือ “ทำไมถึงกลับมาอีก” ทว่า Miyazaki ได้ให้สัมภาษณ์กับ New York Times ว่า “ก็แค่อยากทำหนังเรื่องนี้ และใครที่มาว่าไหนว่าเกษียณแล้วไงผมก็คงบอกว่าหุบปากไปซะ”
How Do You Live? นั้นมีจุดเริ่มต้นแสนน่ารัก เพราะ Miyazaki อยากสร้างหนังให้หลานชายของเขา และเป็นวิธีการบอกกับหลานเป็นนัยว่า “คุณปู่กำลังจะไปโลกหน้าแล้วนะ แต่ปู่สร้างผลงานเรื่องนี้ไว้เป็นตัวแทนของปู่ให้อยู่กับหลานต่อไป” นี่คือเหตุผลหลักที่ Toshio Suzuki โปรดิวเซอร์ Ghibi Studio ได้กล่าวถึง Miyazaki และทำให้เขาต้องกลับมาสร้างภาพยนตร์อีกครั้ง แต่คงเป็นครั้งสุดท้ายของการกำกับหนังจริงๆ แล้ว ด้วยอายุที่เกินเลข 8 และสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงไป จนอาจจะไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก หากต้องทุ่มเททั้งแรงกายและใจเพื่อสร้างผลงานออกมา
ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจจากนิยายชื่อเดียวกันของ Genzaburo Yoshino ว่าด้วยเรื่องของเด็กหนุ่มอายุ 15 ปีที่สูญเสียพ่ออย่างกระทันหัน และเขาต้องก้าวผ่านวัยที่ว้าวุ่นเหล่านี้ด้วยตัวเอง ซึ่งการเรียบเรียงเนื้อเรื่องที่เข้าใจง่ายมากขึ้น และลายเส้นที่วาดด้วยมือ ในรูปแบบแอนิเมชัน 2 มิติ เชื่อแน่ว่าผู้ชมต้องคิดถึงยุครุ่งเรืองของ Ghibli อย่างแน่นอน
สำหรับการที่ค่ายไม่โปรโมตภาพยนตร์เรื่องนี้แม้แต่นิดเดียว Toshio ให้เหตุผลว่า “ในฐานะที่ผมอยู่ที่นี่มานาน ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สตูดิโอจิบลิมีความต้องการอยากให้คนมาดูหนังที่เราสร้างให้มากที่สุดในรูปแบบที่แตกต่างกันไป แต่ครั้งนี้เรากลับไม่อยากทำแบบทุกครั้งที่ผ่านมา…การทำสิ่งเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า คุณจะเริ่มเบื่อมัน เราเลยอยากลองทำอะไรที่มันแตกต่างดู” และ แอนิเมชันภายในเรื่องจะออกมาสไตล์ไหน Miyazaki กล่าวว่า“การรับชมและสังเกตตนเอง การรู้แจ้งในสิ่งทั้งปวงนี้ รวมถึงตัวตนต่างๆ เหล่านั้นที่ทับซ้อนอยู่ภายในใจ” และในวันที่ 14 กรกฎาคม 2023 ที่ภาพยนตร์ออกฉาย จะเป็นการปิดฉากอย่างสวยงามของ Hayao Miyazaki หลังจากที่ผู้คนได้พิสูจน์ ดื่มด่ำ และตราตรึงด้วยตัวเอง
ที่มา : Vogue / brandthink / hollywoodreporter
adisak.mha
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →JAS ได้ลิขสิทธิ์บอลโลก ชมครบทุกแมทช์ ผ่านแพ็กเกจรายปี 5,999 บาท
JAS ได้ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 โดยเสนอแพ็กเกจ Monomax Sports Premium ราคา 5,999 บาทต่อปี พร้อมแมตช์ 50% ผ่านฟรีทีวี
เปิดเหตุผลฝ่ายหนุน และฝ่ายตั้งข้อกังขา ! TH-AI Passport ควรไปต่อ หรือพอแค่นี้ ?
บทความนี้เปิดเหตุผลของฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายตั้งข้อกังขาเกี่ยวกับ TH-AI Passport ว่าควรดำเนินการต่อหรือหยุดไว้เพียงเท่านี้
“ชัชชาติ” อันดับ 1 ผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่มีเอนเกจเมนต์มากที่สุดในโซเชียล
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ครองอันดับ 1 ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. 2569 ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดบนโซเชียลมีเดีย ด้วยเอนเกจเมนต์ 5.34 ล้าน จากการวิเคราะห์ข้อมูลระหว่างพฤษภาคม-มิถุนายน 2569
ระบอบอากง ไม่ส่งผลกระทบ ! โพลชี้ “ชัชชาติ” ยังนำห่าง 67.30 %
โพลสำรวจชี้ว่าระบอบอากงไม่ส่งผลกระทบต่อความนำของ “ชัชชาติ” ซึ่งยังคงนำห่างอยู่ที่ 67.30 %




