ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Live · Breaking
น่าสงสารประเทศ! มีเงินใต้พรมสี่ล้านล้าน ไม่ใช้ แต่ดันกล้าไปขอกู้ใหม่มาเพิ่ม ทำไมน้อ ?สรุปการแถลงของ “สนธิ ลิ้มทองกุล” ทวงคืนประเทศไทยหมดเวลาเรียน AI เดิมๆ AI Agent อัปเกรดเป็น Astra = JARVISผลโพลเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ. นนทบุรี ! “นฤพนธ์” ยืนหนึ่ง แบรนด์ผึ้งหลวง ยังทรงพลังประชุมบอร์ด Data Center นัดแรก ! เร่งจัดระเบียบ ปิดช่องโหว่กฎหมายสื่อระดับโลก กล่าวถึง “สวนนงนุช” ภาพลักษณ์พัทยาในมุมใหม่"ดาต้าเซ็นเตอร์" กลางกรุง เมื่อกฎหมายไดโนเสาร์ ตามไม่ทันโลกอนาคตมหากาพย์ “ฮั้ว สว.” กับวิชาตัวเบาของ กกต. เมื่อพ่อครัวยืนยันว่าผ้ากันเปื้อนสะอาด แต่ไม่ตอบว่าแกงบูดไหม?น่าสงสารประเทศ! มีเงินใต้พรมสี่ล้านล้าน ไม่ใช้ แต่ดันกล้าไปขอกู้ใหม่มาเพิ่ม ทำไมน้อ ?สรุปการแถลงของ “สนธิ ลิ้มทองกุล” ทวงคืนประเทศไทยหมดเวลาเรียน AI เดิมๆ AI Agent อัปเกรดเป็น Astra = JARVISผลโพลเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ. นนทบุรี ! “นฤพนธ์” ยืนหนึ่ง แบรนด์ผึ้งหลวง ยังทรงพลังประชุมบอร์ด Data Center นัดแรก ! เร่งจัดระเบียบ ปิดช่องโหว่กฎหมายสื่อระดับโลก กล่าวถึง “สวนนงนุช” ภาพลักษณ์พัทยาในมุมใหม่"ดาต้าเซ็นเตอร์" กลางกรุง เมื่อกฎหมายไดโนเสาร์ ตามไม่ทันโลกอนาคตมหากาพย์ “ฮั้ว สว.” กับวิชาตัวเบาของ กกต. เมื่อพ่อครัวยืนยันว่าผ้ากันเปื้อนสะอาด แต่ไม่ตอบว่าแกงบูดไหม?
The Insight News
Call me by our (country) name โปรดเรียกประเทศเรา (?) ด้วยนามอันแท้จริง

Call me by our (country) name โปรดเรียกประเทศเรา (?) ด้วยนามอันแท้จริง

adisak.mha
กองบรรณาธิการ
1 min read

แม้การประชุมสุดยอดผู้นำ G20 ที่ประเทศอินเดียได้จบลงไปแล้ว หากสิ่งที่เป็นที่ฮือฮาที่สุดในการประชุมครั้งนี้ไม่ใช่ข้อตกลงที่ได้จากการประชุม แต่เป็นบัตรเชิญเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำในวันประชุม

ซึ่งสิ่งที่แปลกไปคือชื่อประเทศที่กลายเป็นประเทศ “ภารัต” (Bharat)

แนวคิดเรื่องการเปลี่ยนชื่อประเทศอินเดียสอดคล้องกับความขัดแย้งทางการเมืองในรัฐบาลกลางอินเดียอย่างชัดเจน กล่าวคือผู้นำทางจิตวิญญาณของพรรคบีเจพี (พรรคภารติยะชนตะ) ได้กล่าวก่อนที่บัตรเชิญนี้จะได้รับการเผยแพร่ 2 วันว่า ประเทศอินเดียสมควรที่จะมีชื่อว่า “ภารต” เนื่องจากชื่ออินเดียมีไว้สำหรับสื่อสารกับชาวต่างประเทศ แต่อีกนัยหนึ่งเราอาจมองได้ว่านี่อาจเป็นวิธีการหลีกเลี่ยงความขัดแย้งเมื่อกลุ่มพรรคฝ่ายค้านรวมกลุ่มกันในนาม “Indian National Development Inclusive Alliance” หรือเรียกย่อ ๆ ว่า “INDIA” เช่นเดียวกับชื่อประเทศ และดูราวกับว่า นี่ไม่ใช่ความพยายามครั้งแรกที่จะเปลี่ยนชื่อทางการของประเทศเป็น “ภารัต” ด้วย เนื่องจากมีการฟ้องร้องหลายครั้งถึงชื่อประเทศนี้

อันที่จริงชื่อ “ภารัต” หรือ “ภารต” นี้ก็ไม่ได้ห่างไกลจากความรับรู้ของคนไทยต่ออินเดียเลย ในเมื่อคำที่เกี่ยวข้องกับอินเดียในภาษาไทยก็มีคำว่า “ภารต” ประกอบอยู่แล้ว และมากไปกว่านั้น คนอินเดียเองก็คุ้นเคยกับคำ ๆ นี้เช่นกัน นับตั้งแต่ชื่อประเทศในภาษาฮินดีอย่าง “ภารตคณราชย” หรือแม้กระทั่งวรรณคดีมหากาพย์อย่าง “มหาภารตะ” ซึ่งเกี่ยวข้องกับเทพเจ้าในศาสนาฮินดูโดยตรง และเป็นที่มาของหลาย ๆ เทศกาลในประเทศอินเดีย ความเชื่อมโยงทางความรู้สึกเช่นนี้จึงทำให้เราไม่แปลกใจว่า จะมีคนที่อยากเปลี่ยนชื่อประเทศอินเดียไปตามคำที่เคยเรียกตัวและคุ้นเคย

ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว ประเทศตุรกี ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “ตุรเคีย” ด้วยเหตุผลสำคัญหนึ่งคือ ความเป็น “มีม” ของชื่อที่อาจขัดกับความเชื่อของประชาชน และ “ศักดิ์ศรี” ของคนในชาติ กล่าวคือ คำว่า “Turkey” ในภาษาอังกฤษแปลว่า ไก่งวง ซึ่งมักจะเป็นมีม เชื่อมโยงกับอาหารในเทศกาลขอบคุณพระเจ้าในศาสนาคริสต์ และอาจเชื่อมโยงได้ถึงสแลงที่แปลว่า “คนเซ่อ” “คนโง่” อันมีนัยเหยียดเชื้อชาติอีกด้วย จะเห็นได้ว่าเหตุผลที่รองรับการเปลี่ยนชื่อประเทศตุรเคียเป็นเรื่องของจิตสำนึกร่วมกันในชาติอย่างชัดเจน 

นอกเหนือจากนี้ เมื่อปี 2562 เนเธอร์แลนด์ยังเคยประกาศถอดชื่อเล่น “ฮอลแลนด์” เนื่องจากป้องกันความเข้าใจผิด เพราะดินแดนของเนเธอร์แลนด์ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ฮอลแลนด์เหนือ และฮอลแลนด์ใต้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวอย่างชัดเจน

ถึงแม้ว่าการเปลี่ยนชื่อประเทศจะดูเป็นเรื่องใหญ่ แบบที่สหประชาชาติต้องให้การรับรอง แต่เมื่อย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์แล้วจะพบว่าเกิดการเปลี่ยนชื่อประเทศหลายต่อหลายครั้ง หรือแม้กระทั่งประเทศไทยเองที่เราเปลี่ยนชื่อประเทศจาก “สยาม” เป็น “ไทย”​ ใน พ.ศ. 2484 ด้วยเหตุผลที่ว่า ไม่ต้องการให้ชนชาติอื่นใดเข้ามาเคลมประเทศในภายหลัง ถึงแม้ว่าในยุคต่อมาการนำชื่อชนชาติใดชนชาติหนึ่งมาตั้งเป็นชื่อประเทศจะถูกวิจารณ์ว่าเป็นการกีดกันชาติพันธุ์อื่น ๆ ที่อาศัยร่วมประเทศด้วย ในทางกลับกัน ประเทศเพื่อนบ้านอย่าง “เมียนมา”เปลี่ยนชื่อประเทศจากพม่าซึ่งเป็นชื่อชาติพันธุ์ใหญ่ที่สุดในดินแดน ด้วยเหตุผลสำคัญคือความขัดแย้งระหว่างชนชาติที่ต้องการเป็นอิสระจากเมียนมา ซึ่งเกิดขึ้นเรื่อย ๆ ภายใต้ร่มเงาของรัฐบาลเผด็จการทหาร แง่หนึ่ง การเปลี่ยนชื่อประเทศจึงอาจมองได้ว่าเป็นเรื่องที่สอดคล้องกับนโยบายของเชื้อชาติอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ ในขณะเดียวกัน 

จากตัวอย่างที่เรายกมาอย่างอินเดียและตุรเคีย เหตุผลเบื้องหลังสำคัญของการ (อยาก) เปลี่ยนชื่อประเทศคือเรื่องของ “ศักดิ์ศรี” ของประชาชนในประเทศด้วย แม้อาจมีเสียงสะท้อนว่าการเปลี่ยนชื่อประเทศมันเป็นแค่ปลายเหตุในการสร้างศักดิ์ศรีหรือการไม่มองข้ามหัวคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เอาเวลาไปโฟกัสกับนโยบายจริง ๆ ดีกว่า แต่ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าชื่อก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้คนยอมรับและเรียกขานบนเวทีโลกด้วย

ว่าแต่ ทำไมแค่ “ชื่อประเทศ” ทำไมถึงสำคัญกับประชาชนขนาดนี้

แน่นอนว่าโลกคือสังคม ๆ หนึ่ง ประกอบไปด้วยชุมชนย่อย ๆ ถ้าเราลองนึกดูว่าเราสนิทกับคนรอบตัวเราได้ด้วยอะไร การก่อตัวของชุมชนต่าง ๆ บนโลกก็มีลักษณะเช่นกัน โดยธรรมดาแล้วชุมชนจะอยู่รวมกันด้วยสิ่งที่มีร่วมกันบางอย่าง สิ่งเชื่อมโยงเหล่านี้ได้กลายมาเป็นนิยามของคนกลุ่มนี้ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติ ความเชื่อ หรือแม้กระทั่งสิ่งที่ชอบ การเรียกตนว่าตนเป็นใครจึงยึดโยงกับนิยามนี้อย่างชัดเจน การรวมกลุ่มเหล่านี้ขยายตัวใหญ่ขึ้นจนวันหนึ่งได้กลายเป็น “รัฐชาติ” ในที่สุด

แน่นอนว่าเมื่อมีคำว่ารัฐชาติเข้ามาแล้ว สิ่งที่ตามมาติด ๆ กันนั่นก็คือแนวคิด “ชาตินิยม” ซึ่งก็คือการปลุกจิตสำนึกว่าเราเป็นกลุ่มเดียวกัน เป็นคนใน “ชาติ” เดียวกัน คืออยู่ในแผ่นดินเดียวกัน มีระบอบการปกครอง หรือเชื่อในสิ่งเดียวกัน ลองยกตัวอย่างง่าย ๆ  อย่างการร้องเพลงชาติ การมีอาหารประจำชาติ เป็นต้น แม้กระทั่งความรู้สึกร่วมกันเวลาชมกีฬาที่มีผู้เข้าแข่งขันเป็นคนไทย หรือเวลาไอดอลคนไทยไปเดบิวต์ที่ต่างประเทศ ก็นับรวมว่าเป็นผลพวงจากแนวคิดชาตินิยมเช่นกัน ซึ่งกว่าจะเป็นแนวคิดแบบนี้ได้ต้องผ่านกระบวนการที่เรียกว่า “การประกอบสร้าง” ความเชื่อตรงนี้ขึ้นมาก่อน เพราะชาติไม่ได้เกิดขึ้นแค่การรวมกันของอิฐหินปูนทราย แต่ยังหมายรวมถึงการหลอมคนร้อยพ่อพันแม่มาอยู่ในพิมพ์เดียวกันด้วย

มิเชล ฟูโกต์ (Michael Foucault) นักทฤษฎีคนสำคัญได้กล่าวถึง “วาทกรรม” (discourse) ไว้ว่า เป็นชุดคำที่ผ่านการสร้าง ให้คุณค่า และนิยามตัวตนของเราไว้ โดยเราอาจสังเกตได้ว่า ในช่วงเวลาหนึ่ง ๆ จะมีโควตบางโควตที่ทำงานกับความคิดของคนแบบที่ทำให้เชื่อ และทำให้สิ่งต่าง ๆ รันไปตามความเชื่อนั้น (อย่างสุดหัวใจ) ในระยะหลังมานี้เราจึงได้ยินคำว่า “วาทกรรม” ในการเมืองไทยบ่อยครั้งมากขึ้น หากเราเอากรอบความคิดเรื่องวาทกรรมมาปรับใช้กับ “ชาติ” แล้ว แน่นอนว่าความคิดนี้แนบสนิทกับคำว่าชาติทีเดียว เรื่องของ “ชื่อ” ประเทศจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ชื่อที่เรียกขานเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างคุณค่าและความหมายต่อสังคมที่เรายึดโยงตัวเองอยู่อีกด้วย

นอกเหนือจากนี้ ลูอิส อัลธูแซร์ (Louis Althusser) ยังนำวาทกรรมไปต่อยอดเป็นแนวคิดที่เรียกว่า Interpellation คือ การเรียกขานใครสักคน หรือคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการกำหนดตัวตนของบุคคล หรือกลุ่มสังคมนั้น ๆ โดยตัวตนของปัจเจกจะเชื่อมโยงเข้ากับหน่วยทางสังคมที่ใหญ่กว่า โดยอ้างอิง และผันแปรไปตามหน่วยสังคมนั้น ๆ เช่น หากเราจะเรียกเพื่อนชื่อ “เอ” เราเรียกเขาว่า เอ ก็เป็นการเรียกเขาตามปกติ แต่ว่าหากเขามีสถานะเป็นประธานนักเรียน การเรียกเอว่า “ประธาน” แล้วเขาหันมาตอบรับ ก็แสดงถึงความยึดโยงระหว่างเขาเองกับหน้าที่ในฐานะประธานนักเรียนด้วย

ด้วยเหตุนี้เอง การที่ใครสักคนเรียกเราด้วยชื่อที่เราไม่ยินดีจะให้เรียกจึงเป็นการ “ด้อยค่า” เราลงไปด้วย แนวคิดทฤษฎีทั้งสองแนวคิดนี้จึงทำให้เราเห็นว่า “ชื่อ” นั้นสำคัญไฉน ยิ่งเป็นชื่อประเทศหรือชื่อเชื้อชาติแล้วก็ยิ่งสะท้อนตัวตนอย่างชัดเจน ประเด็นการเหยียดเชื้อชาติและการเข้าใจผิดเกี่ยวกับชาตินั้น ๆ จึงกลายเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่อาจมองข้ามผ่านการเรียกชื่อ

และหากพิจารณามากไปกว่านั้น เราอาจมองได้ว่าความเคลื่อนไหวในการเปลี่ยนชื่อประเทศก็อาจเกิดจาก “ผู้คน” ที่ต้องการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับตัวตนของตนให้กับคนทั่วโลก เรื่องใหญ่อย่างชื่อประเทศนี้เองที่ไปเกี่ยวข้องกับ “รัฐ” อย่างตรงไปตรงมา และรัฐมีสิทธิที่จะเบรก หรือสนับสนุนความเคลื่อนไหวเหล่านี้ เช่นเดียวกับความเคลื่อนไหวในสังคมอื่น ๆ ที่มุ่งเรียกร้องไปที่เรื่องใหญ่และกระทบกับตัวตนของคน เราไม่อาจบอกได้ว่าประเด็นทางสังคมอื่น ๆ จะกระทบต่อรัฐมากน้อยเพียงไร แต่หากเรามีรัฐที่ใจกว้าง อย่างน้อยเสียงของคนในรัฐก็จะไม่ถูกด้อยค่า และเมื่อนั้น เสียงที่เปล่งเรียกประเทศของเรานั้นย่อมสะท้อนว่าเราเป็น “เรา” อย่างแท้จริง

แหล่งอ้างอิง : bbc / prachatai / bbc / silpa-mag / tuicakademi / archive / ditp

แชร์บทความนี้

ช่วยกระจายข่าวเชิงลึกให้คนมากขึ้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูในหมวด Editor

หมดเวลาเรียน AI เดิมๆ AI Agent อัปเกรดเป็น Astra = JARVIS

AI agent ASTRA ยุคใหม่เปลี่ยนวิธีการสร้างเนื้อหา ความน่าเชื่อถือและคุณค่าต่อสังคมกลายเป็นตัวชี้วัดสำคัญแทนความเร็วการผลิต

Srawut··1 min read

ผลโพลเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ. นนทบุรี ! “นฤพนธ์” ยืนหนึ่ง แบรนด์ผึ้งหลวง ยังทรงพลัง

นนทบุรีเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ. โพลล่าสุดแสดง "นฤพนธ์" นำด้วย 37.27% จากแบรนด์ผึ้งหลวง ขณะ "เดชรัต" ของพรรคประชาชนได้ 27.55%

Srawut··1 min read

ประชุมบอร์ด Data Center นัดแรก ! เร่งจัดระเบียบ ปิดช่องโหว่กฎหมาย

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานประชุมคณะกรรมการนโยบายดาต้าเซ็นเตอร์แห่งชาติ ครั้งที่ 1 เพื่อจัดระเบียบและปิดช่องโหว่กฎหมายในการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์

Srawut··1 min read

สื่อระดับโลก กล่าวถึง “สวนนงนุช” ภาพลักษณ์พัทยาในมุมใหม่

สำนักข่าว AP เผยแพร่รายงานเกี่ยวกับสวนนงนุชพัทยา สะท้อนภาพลักษณ์ใหม่ของพัทยาเป็นจุดหมายท่องเที่ยวสำหรับครอบครัว

Srawut··1 min read