ระวัง!!!! เมื่อสงครามไม่ใช่แค่อาวุธแต่ สงครามข้อมูล รบกันในพื้นที่การรับรู้ของโลก…อย่าเชื่อในสิ่งที่เห็น
งานวิจัยหลายชิ้นที่ศึกษา framing และ media bias ในความขัดแย้งอิสราเอล–ปาเลสไตน์ เราจะเห็นว่า นี่ไม่ใช่การรายงานข่าวธรรมดา แต่มันคือการออกแบบ “ชุดคำอธิบาย” เพื่อกำหนดว่าใครคือเหยื่อ ใครคือผู้ร้าย และใครควรได้รับความชอบธรรมในการใช้กำลัง
⸻
1. สื่อกระแสหลักตะวันตก: ตั้งตัวเป็นโครงสร้างที่กำหนดกรอบความจริง
สื่ออย่าง CNN, BBC News และ The New York Times ถูกวิจารณ์ซ้ำ ๆ ว่ามีการ “decontextualize” หรือถอดบริบททางประวัติศาสตร์ออกจากการรายงาน
เมื่อรายงานเหตุการณ์ความรุนแรง มักวางกรอบผ่านคำว่า “self-defense”, “counter-terrorism”, หรือ “clashes” ซึ่งทำให้ภาพความขัดแย้งดูเหมือนเป็นการปะทะกันระหว่างสองฝ่ายที่มีศักยภาพเท่าเทียมกัน
ในเชิงภาษาศาสตร์ นี่คือการใช้ “Passive Voice” เพื่อทำให้ผู้กระทำเลือนหายไป เช่น…
– “Palestinians die” แทนที่จะเป็น “killed by Israeli airstrikes”
ภาษากลายเป็นเครื่องมือเบี่ยงเบนความรับผิดชอบอย่างแนบเนียน
ในเชิงประสบการณ์ทำงาน ผมเห็นชัดว่า การเลือกคำ (word choice) สำคัญยิ่งกว่าข้อเท็จจริงเสียอีก เพราะคำเดียวสามารถกำหนดอารมณ์คนดูทั้งประเทศ
⸻
2. กระแสย้อนกลับจากโลกมุสลิม
การเกิดขึ้นของ Al Jazeera Channel – قناةالجزيرة เปลี่ยนภูมิทัศน์ข่าวโลก
Al Jazeera และ TRT World ใช้ framing ที่ต่างออกไปอย่างชัดเจน เช่น….
– Occupation “การยึดครอง”
– Siege “การปิดล้อม”
– Aggression “การรุกราน“
– Humanitarian catastrophe “หายนะด้านมนุษยธรรม”
สื่อเหล่านี้ไม่เพียงรายงาน แต่พยายามสร้าง “ฉันทามติทางศีลธรรม” ในโลกมุสลิม
งานวิจัย comparative framing ระหว่าง CNN กับ TRT World ชี้ว่าการเลือกแหล่งข่าวแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ฝั่งตะวันตกเน้นเจ้าหน้าที่รัฐอิสราเอล ฝั่งตะวันออกกลางเน้นเสียงพลเรือนและองค์กรสิทธิมนุษยชน
สิ่งที่น่าสนใจคือ นี่ไม่ใช่เรื่อง “ใครโกหก” แต่เป็นเรื่อง “ใครกำหนดความจริง”
⸻
3. Hasbara: เครื่องจักรสื่อสารของอิสราเอล
อิสราเอลพัฒนายุทธศาสตร์ที่เรียกว่า Hasbara มายาวนาน (คำอธิบายในคอมเม้นต์)
หน่วยงานอย่าง Israel Defense Forces มีทีมโฆษกที่ทำงานแบบเรียลไทม์ ผลิตคอนเทนต์หลายภาษา และเข้าใจ logic ของแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างลึกซึ้ง
หลังเหตุการณ์ 7 ตุลาคม ภาพและวิดีโอถูกเผยแพร่ผ่านโฆษณาแบบเสียเงินใน YouTube และ X อย่างเป็นระบบ
นี่คือการทำ Information Dominance แบบครบวงจร
– สร้างภาพเหยื่อ
– ตอกย้ำภัยคุกคาม
– สร้างความชอบธรรมในการตอบโต้
ในแง่มืออาชีพ ผมมองว่านี่คือ crisis communication ที่มีวินัยสูงมาก แม้จะมีคำถามด้านจริยธรรม ตามมา
⸻
4. อิหร่าน และปฏิบัติการอิทธิพลแบบไฮบริด
ฝั่งอิหร่านไม่ได้เล่นเกมนี้แบบเปิดหน้า แต่ใช้ hybrid tactics
ปฏิบัติการไซเบอร์ เช่น Charming Kitten (ที่ถูกกล่าวถึงในหลายรายงานความมั่นคง) ผสานกับเครือข่ายสื่อและ influencer proxy
สิ่งที่เปลี่ยนเกมจริง ๆ คือ AI
Deepfake
Voice cloning
LLM-generated narratives
เรากำลังเข้าสู่ยุคที่ “ความจริงสังเคราะห์” มีพลังพอจะจุดชนวนความขัดแย้งข้ามพรมแดนได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง
สิ่งที่อันตรายที่สุดไม่ใช่ fake news
แต่คือ “Liar’s Dividend” — เมื่อทุกฝ่ายสามารถปฏิเสธความจริงได้ด้วยข้ออ้างว่าเป็น AI
⸻
5 อัลกอริทึม: ผู้เล่นที่ไม่ออกสื่อ
แพลตฟอร์มอย่าง Facebook, Instagram, X และ TikTok ไม่ได้เป็นแค่ช่องทาง แต่เป็นผู้กำกับเวที
Algorithmic Censorship
Shadow Banning
Echo Chambers
การออกแบบระบบเพื่อ maximize engagement ทำให้เนื้อหาที่กระตุ้นอารมณ์ถูกขยายมากกว่าเนื้อหาที่อธิบายบริบท
ผลลัพธ์คือโลกแบ่งขั้วเร็วขึ้นกว่าที่การทูตจะตามทัน
ในฐานะคนทำสื่อ ผมเห็นชัดว่า วันนี้เราไม่ได้แข่งกันที่ความถูกต้อง แต่แข่งกันที่ attention span
⸻
6. ผลกระทบที่ลึกกว่าสงคราม
งานวิจัยเกี่ยวกับ Islamophobia และการรับรู้ของคนรุ่นใหม่ในสหรัฐ ชี้ว่าภาพจำของ “มุสลิม = ความรุนแรง” ถูกตอกย้ำผ่าน framing แบบยาวนาน
ขณะเดียวกัน คนรุ่นใหม่ที่เสพข้อมูลผ่าน TikTok กลับมีแนวโน้มเห็นใจปาเลสไตน์มากกว่าคนรุ่นก่อนที่ดูโทรทัศน์
นี่คือความแตกแยกภายในสังคมตะวันตกเอง
สงครามข้อมูลจึงไม่ได้ทำลายแค่ศัตรู
แต่มันกัดกร่อนความเชื่อมั่นในสถาบัน
——-
เราควรเสพสื่ออย่างไร???
ในมุมของผม การรู้เท่าทัน framing สำคัญที่สุด
เวลาคุณอ่านข่าว ลองถามตัวเองสามข้อ…
– ใครเป็นแหล่งข่าวหลัก
– ใครถูกทำให้เงียบ
– คำไหนถูกใช้แทนคำไหน
เพราะในสงครามยุคนี้
กระสุนอาจหยุดที่ชายแดน
แต่ narrative ไม่มีพรมแดน
และในโลกที่ทุกคนเป็นทั้งผู้เสพและผู้ผลิตข่าว
ความรับผิดชอบจึงไม่ได้อยู่ที่สำนักข่าวอย่างเดียว
แต่อยู่ที่นิ้วของเราด้วย…
———-
บทความโดย ระวี ตะวันธรงค์
ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสื่อสารมวลชน กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
กรรมการจริยธรรม สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ
ที่ปรึกษา สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์
Srawut
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทย
สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เพื่อเติมสีสันให้กับการท่องเที่ยวไทย
ย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืม
ภาพเฮลิคอปเตอร์อพยพผู้คนจากสถานทูตสหรัฐฯ ในไซง่อนปี 1975 เป็นสัญลักษณ์ความพ่ายแพ้ของอเมริกาในสงครามเวียดนาม บทเรียนจากความหวาดระแวง กลยุทธ์ผิดพลาด และการประเมินคู่ต่อสู้ต่ำเกินไป.
จับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์
การเจรจารอบ 2 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีความสำคัญต่อเสถียรภาพตะวันออกกลางและเศรษฐกิจโลก โดยมีโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นแกนหลักของความขัดแย้ง
เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?
สหรัฐอเมริกาประกาศปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ หลังการเจรจากับอิหร่านล้มเหลว สถานการณ์นี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเผชิญหน้าทางทหารและวิกฤตพลังงานโลก




