ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Live · Breaking
สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทยย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืมจับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?“สามฉากทัศน์ใน ฮอร์มุซ“ เมื่อสหรัฐ ‘คุมทาง’ จีน ‘ต้องใช้ทาง’ และอิหร่าน ‘อยู่บนทาง’”ตะวันออกกลางตึงเครียดอีกครั้ง CENTCOM ประกาศเริ่มปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซสวนนงนุช จัดใหญ่ มหาสงกรานต์ดอกไม้บานรู้จัก CENTCOM หน่วยงานที่ถูกกล่าวถึงมากสุดในเวลานี้สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทยย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืมจับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?“สามฉากทัศน์ใน ฮอร์มุซ“ เมื่อสหรัฐ ‘คุมทาง’ จีน ‘ต้องใช้ทาง’ และอิหร่าน ‘อยู่บนทาง’”ตะวันออกกลางตึงเครียดอีกครั้ง CENTCOM ประกาศเริ่มปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซสวนนงนุช จัดใหญ่ มหาสงกรานต์ดอกไม้บานรู้จัก CENTCOM หน่วยงานที่ถูกกล่าวถึงมากสุดในเวลานี้
The Insight News
ถอดรหัสท่าทีนานาชาติ หลังปฏิบัติการเด็ดหัวผู้นำอิหร่าน

ถอดรหัสท่าทีนานาชาติ หลังปฏิบัติการเด็ดหัวผู้นำอิหร่าน

Srawut
Srawut
กองบรรณาธิการ
1 min read

ถอดรหัสท่าทีนานาชาติ หลังปฏิบัติการเด็ดหัวผู้นำอิหร่าน

เหตุการณ์ช็อกโลกในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2026 เมื่อสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารเพื่อลอบสังหาร “อายาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุดแห่งอิหร่าน ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์ที่สั่นคลอนระเบียบโลก

การกระทำที่ข้ามเส้นบรรทัดฐานระหว่างประเทศครั้งนี้ เผยให้เห็น “ธาตุแท้” และ “ผลประโยชน์แอบแฝง” บนกระดานภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งสามารถจำแนกท่าทีของผู้นำระดับโลกออกเป็นกลุ่มต่างๆ ได้ดังนี้

1. ความคิดเห็นและท่าทีของรัสเซียและจีน

สำหรับขั้วอำนาจตรงข้าม นี่คือจังหวะสำคัญในการตอกย้ำภาพลักษณ์ก้าวร้าวของสหรัฐฯ โดย “ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน” แห่งรัสเซีย ประณามอย่างดุเดือดว่านี่คือ “การฆาตกรรมที่เย้ยหยัน” ซึ่งละเมิดบรรทัดฐานทางศีลธรรมและกฎหมายระหว่างประเทศทุกฉบับ

ขณะที่ทางการจีนก็ระบุว่า เหตุการณ์นี้คือ “การรุกรานประเทศอธิปไตยอย่างหน้าด้านๆ” และประณามการปลุกปั่นให้เกิดการเปลี่ยนระบอบ

ท่าทีที่เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันนี้ เป็นการส่งสัญญาณเตือนว่าขั้วตะวันออกจะไม่ยอมรับบรรทัดฐานใหม่ ที่มหาอำนาจตะวันตกสามารถลอบสังหารประมุขแห่งรัฐใดก็ได้ตามอำเภอใจ

2. ความคิดเห็นและท่าทีของชาติตะวันตก

แม้ภาพจำของชาติตะวันตก คือการยึดมั่นในระเบียบโลกที่อิงตามกฎเกณฑ์ แต่ปฏิกิริยาที่ออกมากลับเต็มไปด้วยความย้อนแย้งและสะท้อนความแตกแยกในพันธมิตรอย่างชัดเจน

 (1) สหภาพยุโรป (EU) และเยอรมนี

“คาจา คัลลาส” หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศ และ “อัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน” ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป มองว่าแม้นี่จะเสี่ยงต่อความรุนแรงระดับภูมิภาค แต่ก็เป็น “ความหวังใหม่” สำหรับชาวอิหร่าน

ที่ตรงไปตรงมาที่สุดคือ “นายกรัฐมนตรี ฟรีดริช แมร์ซ” แห่งเยอรมนี ที่ออกมายอมรับถึง “ความคลุมเครือทางกฎหมาย” ของปฏิบัติการสหรัฐฯ แต่ก็ระบุว่ารัฐบาลเยอรมนีรู้สึกโล่งใจที่ระบอบมุลเลาะห์กำลังเดินมาถึงจุดจบ นี่คือการยอมรับว่า เป้าหมายทางความมั่นคงสำคัญกว่าวิธีการ

(2) สหราชอาณาจักร (อังกฤษ)

“นายกรัฐมนตรี คีร์ สตาร์เมอร์” เลือกเดินเกมอย่างระมัดระวัง โดยยืนกรานที่จะไม่เข้าร่วมการโจมตีเชิงรุกกับสหรัฐฯ และอิสราเอล เนื่องจากประเมินแล้วว่า “ไม่มีพื้นฐานทางกฎหมายรองรับ” สำหรับปฏิบัติการนี้

อย่างไรก็ตาม อังกฤษยังคงอนุญาตให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพของตนในไซปรัสได้ แต่จำกัดเฉพาะจุดประสงค์ในการป้องกัน เช่น สกัดกั้นขีปนาวุธเท่านั้น พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายกลับคืนสู่โต๊ะเจรจา

(3) สเปน

“นายกรัฐมนตรี เปโดร ซานเชซ” ยืนหยัดในหลักการอย่างแข็งกร้าว โดยประณามปฏิบัติการของสหรัฐฯ และอิสราเอลว่าเป็น “การแทรกแซงทางทหารที่ไม่ชอบธรรมและอันตราย” ยิ่งไปกว่านั้น สเปนยังสั่งห้ามสหรัฐฯ ใช้ฐานทัพทหารในสเปน เป็นฐานบินเพื่อไปโจมตีอิหร่านอย่างเด็ดขาด

จุดยืนที่ขัดใจพันธมิตรนี้ สร้างความโกรธแค้นให้ “ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์” จนถึงขั้นประกาศขู่ว่าจะตัดความสัมพันธ์ทางการค้าและคว่ำบาตรสเปน

3. ความคิดเห็นและท่าทีของรัฐอาหรับในตะวันออกกลาง

กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ (GCC) อาทิ ซาอุดีอาระเบีย ยูเออี และบาห์เรน ตกอยู่ในสภาวะจำยอม เมื่ออิหร่านเปิดฉากยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ในอาณาเขตของพวกเขา ทำให้ประเทศอาหรับต้องออกมาประณาม “อิหร่าน” ว่าละเมิดอธิปไตยอย่างโจ่งแจ้ง ขณะเดียวกันก็หลีกเลี่ยงที่จะวิจารณ์สหรัฐฯ โดยตรง

ที่น่าจับตามองอย่างยิ่งคือ ซีเรีย ซึ่งรัฐบาลชุดใหม่หลังยุคการปกครองของอัสซาด ได้ออกแถลงการณ์ประณามการโจมตีตอบโต้ของอิหร่านต่อรัฐอาหรับ ถือเป็นการปิดฉากการเป็นมิตรแท้ที่เคยพึ่งพากันมาอย่างยาวนาน

ส่วนรัฐสุลต่านโอมาน ผู้รับบทพ่อพระนักเจรจา ได้แสดงความ “ผิดหวังอย่างยิ่ง” ที่สหรัฐฯ เลือกใช้กำลังทหารในขณะที่โอมานกำลังเป็นตัวกลางจัดการเจรจาสันติภาพอยู่

4. ความคิดเห็นและท่าทีเอเชียใต้ (อินเดียและปากีสถาน)

“นายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี” แห่งอินเดีย เลือกใช้ “ความเงียบทางยุทธศาสตร์” โดยปฏิเสธที่จะออกแถลงการณ์ประณามการลอบสังหารผู้นำอิหร่าน แต่กลับยกหูโทรศัพท์เพื่อให้กำลังใจผู้นำรัฐอ่าวอาหรับที่ถูกอิหร่านโจมตี

ท่าทีนี้สะท้อนว่า อินเดียให้ความสำคัญกับความมั่นคงด้านพลังงานและสวัสดิภาพของแรงงานอินเดียนับล้านคนในอ่าวอาหรับ มากกว่าการรักษาน้ำใจกับประเทศอิหร่าน

ด้านปากีสถานแม้จะวิจารณ์การกระทำของสหรัฐฯ ว่าละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ก็รีบต่อสายตรงเพื่อแสดงความสมานฉันท์และยืนหยัดเคียงข้างรัฐอาหรับที่ถูกรุกรานเช่นกัน

5. จุดจบระเบียบโลกเดิม ?

เมื่อนำจิ๊กซอว์ทางความคิดของผู้นำประเทศต่างๆ มาประกอบเข้าด้วยกัน ข้อสังเกตที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตศรัทธาต่อกฎหมายระหว่างประเทศขั้นรุนแรง

การใช้กำลังทหารลอบสังหารผู้นำสูงสุดในยามที่ยังไม่ได้มีการประกาศสงคราม ถือเป็นการฉีกบรรทัดฐานเรื่อง “ความคุ้มกันประมุขแห่งรัฐ” (Head of State Immunity) ทิ้งอย่างไม่ใยดี

ปฏิกิริยาของประเทศต่างๆ แสดงให้เห็นว่า โลกของเรากำลังถูกขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์แห่งชาติ รัฐที่ได้รับประโยชน์ทางการเมืองก็พร้อมจะหลับตาข้างหนึ่งให้กับความผิดปกติทางกฎหมาย รัฐที่พยายามสงวนท่าทีก็ต้องอ้างเหตุผลด้านการป้องกันตัวเพื่อรักษาพันธมิตร

ในขณะที่รัฐซึ่งยืนกรานจะปกป้องหลักกฎหมายระหว่างประเทศอย่างสเปน กลับต้องเผชิญกับคำขู่กรรโชกทางเศรษฐกิจแทน

หากมหาอำนาจที่มีเทคโนโลยีทางการทหารเหนือกว่า สามารถขีดเส้นชะตากรรมของผู้นำประเทศใดก็ได้ตามอำเภอใจ สิ่งนี้ย่อมบีบให้เราต้องตั้งคำถามว่า กติกาที่ตกลงกันไว้ในสหประชาชาติยังมีผลผูกพันอยู่หรือไม่ ?

หรือแท้จริงแล้ว โลกของเรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคอนาธิปไตยแห่งขั้วอำนาจ ที่หลักการโบราณอย่าง “ผู้แข็งแกร่งคือผู้กำหนดความถูกต้อง” ได้กลับมาเป็นกติกาอีกครั้ง

Srawut
Author

Srawut

แชร์บทความนี้

ช่วยกระจายข่าวเชิงลึกให้คนมากขึ้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูในหมวด Editor

ย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืม

ภาพเฮลิคอปเตอร์อพยพผู้คนจากสถานทูตสหรัฐฯ ในไซง่อนปี 1975 เป็นสัญลักษณ์ความพ่ายแพ้ของอเมริกาในสงครามเวียดนาม บทเรียนจากความหวาดระแวง กลยุทธ์ผิดพลาด และการประเมินคู่ต่อสู้ต่ำเกินไป.

Srawut··1 min read

จับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  

การเจรจารอบ 2 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีความสำคัญต่อเสถียรภาพตะวันออกกลางและเศรษฐกิจโลก โดยมีโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นแกนหลักของความขัดแย้ง

Srawut··1 min read

เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?

สหรัฐอเมริกาประกาศปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ หลังการเจรจากับอิหร่านล้มเหลว สถานการณ์นี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเผชิญหน้าทางทหารและวิกฤตพลังงานโลก

Srawut··1 min read