“ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน” (Masoud Pezeshkian) แห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ส่งสารถึงชาวอเมริกัน โดยมีจุดประสงค์เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและเรียกร้องให้ชาวอเมริกันอย่าเชื่อข้อมูลที่ถูกบิดเบือน
ประธานาธิบดีเปเซชเคียน ระบุว่า อิหร่านเป็นอารยธรรมที่เก่าแก่และไม่เคยมีประวัติศาสตร์การเป็นผู้เริ่มสงคราม การล่าอาณานิคม หรือการขยายอำนาจในยุคสมัยใหม่ แม้จะมีแสนยานุภาพทางทหารที่เหนือกว่า แต่การตอบโต้ของอิหร่านต่อชาติต่างๆ ล้วนเป็นไปเพื่อการป้องกันตนเองอย่างชอบธรรม
พร้อมย้ำว่าประชาชนชาวอิหร่านไม่ได้เป็นศัตรูกับชาวอเมริกัน และการสร้างภาพให้อิหร่านเป็นภัยคุกคามนั้น เป็นเพียงการเสกสรรปั้นแต่งเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองและเศรษฐกิจของผู้มีอำนาจ

สารดังกล่าวยังชี้ให้เห็นถึงรอยร้าวในอดีต โดยระบุว่าความสัมพันธ์ที่บาดหมางมีจุดเปลี่ยนสำคัญมาจากการที่สหรัฐฯ เข้าแทรกแซงการทำรัฐประหารในปี ค.ศ. 1953 รวมถึงการที่สหรัฐฯ สนับสนุน “ระบอบของชาห์” สนับสนุน “ซัดดัม ฮุสเซน” ในทศวรรษที่ 1980 และการดำเนินมาตรการคว่ำบาตรที่ยาวนาน
อย่างไรก็ตาม ผู้นำอิหร่านเน้นย้ำว่า แม้จะเผชิญความกดดันอย่างหนัก แต่อิหร่านกลับแข็งแกร่งขึ้นในหลายมิติ เช่น อัตราการรู้หนังสือที่เพิ่มจาก 30% เป็นกว่า 90% ตลอดจนมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและสาธารณสุขอย่างก้าวกระโดด
ถึงกระนั้น ผลกระทบอันไร้มนุษยธรรมจากการคว่ำบาตรและการโจมตีทางทหารก็ได้สร้างความเสียหายต่อชีวิตและบ้านเรือน ซึ่งเป็นเรื่องที่ชาวอิหร่านไม่อาจนิ่งเฉยได้
นอกจากนี้ ประธานาธิบดีอิหร่านยังตั้งคำถามเชิงวิพากษ์ต่อพฤติกรรมของรัฐบาลสหรัฐฯ ว่า การสังหารผู้บริสุทธิ์ การทำลายโรงงานผลิตยา หรือการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานนั้น ได้ก่อให้เกิดผลประโยชน์อันใดต่อชาวอเมริกัน ?
พร้อมทั้งกล่าวหาว่า สหรัฐฯ กำลังทำหน้าที่เป็นตัวแทนให้แก่อิสราเอล โดยระบุว่าอิสราเอลพยายามสร้างภาพ “ภัยคุกคามจากอิหร่าน” ขึ้นมา เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของโลก จากอาชญากรรมที่กระทำต่อชาวปาเลสไตน์

ผู้นำอิหร่านยังตั้งคำถามทิ้งท้ายถึงนโยบาย “อเมริกาต้องมาก่อน” (America First) ว่ายังคงเป็นสิ่งที่รัฐบาลสหรัฐฯ ให้ความสำคัญอยู่หรือไม่ หรือแท้จริงแล้วอิสราเอลกำลังใช้ทหารและเงินภาษีของชาวอเมริกันเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ที่ไม่ชอบธรรมของตนเอง
ในช่วงท้ายของสาร ผู้นำอิหร่านเรียกร้องให้ชาวอเมริกันค้นหาความจริงด้วยตนเอง ผ่านการพูดคุยกับผู้ที่เคยไปเยือนอิหร่าน หรือสังเกตจากความสำเร็จของชาวอิหร่านในต่างประเทศ เพื่อลบล้างภาพลักษณ์ที่ถูกบิดเบือน
พร้อมย้ำเตือนว่า โลกกำลังอยู่บนทางแยก การเลือกเส้นทางแห่งการเผชิญหน้านั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงและไร้ประโยชน์ ในขณะที่อิหร่าน ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปี ได้ยืนหยัดต่อสู้ผู้รุกรานมามากมาย และจะยังคงดำรงอยู่อย่างทรหด มีเกียรติ และภาคภูมิใจสืบไป
Srawut
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทย
สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เพื่อเติมสีสันให้กับการท่องเที่ยวไทย
ย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืม
ภาพเฮลิคอปเตอร์อพยพผู้คนจากสถานทูตสหรัฐฯ ในไซง่อนปี 1975 เป็นสัญลักษณ์ความพ่ายแพ้ของอเมริกาในสงครามเวียดนาม บทเรียนจากความหวาดระแวง กลยุทธ์ผิดพลาด และการประเมินคู่ต่อสู้ต่ำเกินไป.
จับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์
การเจรจารอบ 2 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีความสำคัญต่อเสถียรภาพตะวันออกกลางและเศรษฐกิจโลก โดยมีโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นแกนหลักของความขัดแย้ง
เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?
สหรัฐอเมริกาประกาศปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ หลังการเจรจากับอิหร่านล้มเหลว สถานการณ์นี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเผชิญหน้าทางทหารและวิกฤตพลังงานโลก




