ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Live · Breaking
“ชัชชาติ” อันดับ 1 ผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่มีเอนเกจเมนต์มากที่สุดในโซเชียลระบอบอากง ไม่ส่งผลกระทบ ! โพลชี้ “ชัชชาติ” ยังนำห่าง 67.30 %หนี้ภาษีหุ้นชินคอร์ป ทักษิณจะดึงเกม ยอมจ่าย หรือเลือกล้มละลาย ?“สามารถ” ผ่าเบื้องลึก รถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน กลายเป็นฝันค้างรู้จัก “พนัส ไทยล้วน” ผู้ที่เรียกตัวเองว่า “พ่อมดประกันสังคม”รู้จัก “ต่อศักดิ์ โชติมงคล” กุนซือชัชชาติ ที่มาวาทกรรม “ระบอบอากง”TH-AI Passport ระเบิดเวลาภูมิใจไทย ! หาก “ไชยชนก” ดันทุรัง“สุรพล นิติไกรพจน์” อดีต สนช. สู่กุนซือทีมผู้ว่าฯ พรรคประชาชน“ชัชชาติ” อันดับ 1 ผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่มีเอนเกจเมนต์มากที่สุดในโซเชียลระบอบอากง ไม่ส่งผลกระทบ ! โพลชี้ “ชัชชาติ” ยังนำห่าง 67.30 %หนี้ภาษีหุ้นชินคอร์ป ทักษิณจะดึงเกม ยอมจ่าย หรือเลือกล้มละลาย ?“สามารถ” ผ่าเบื้องลึก รถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน กลายเป็นฝันค้างรู้จัก “พนัส ไทยล้วน” ผู้ที่เรียกตัวเองว่า “พ่อมดประกันสังคม”รู้จัก “ต่อศักดิ์ โชติมงคล” กุนซือชัชชาติ ที่มาวาทกรรม “ระบอบอากง”TH-AI Passport ระเบิดเวลาภูมิใจไทย ! หาก “ไชยชนก” ดันทุรัง“สุรพล นิติไกรพจน์” อดีต สนช. สู่กุนซือทีมผู้ว่าฯ พรรคประชาชน
The Insight News
เปิดเบื้องหลัง จุดเริ่มต้นสงครามอิหร่าน

เปิดเบื้องหลัง จุดเริ่มต้นสงครามอิหร่าน

Srawut
Srawut
กองบรรณาธิการ
1 min read

โจนาธาน สวอน และ แม็กกี้ ฮาเบอร์แมน สองนักข่าว นิวยอร์คไทมส์ ประจำทำเนียบขาว ร่วมกันนำเสนอรายงานชิ้นสำคัญที่ระบุถึงเบื้องหลัง ปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน

ทั้งคู่ระบุในบทความชิ้นนี้ว่า นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮู คือ จุดเริ่มต้นของปฏิบัติการช็อกโลกครั้งนี้ เมื่อเขาเดินมานำเสนอแผนโจมตี และโค่นล้มรัฐบาลอิหร่านต่อประธานาธิบดีทรัมป์ ด้วยตนเองในห้องลับของทำเนียบขาว เมื่อต้นปีที่ผ่านมา

และนี่ คือ ทั้งหมดของรายงานชิ้นนี้ของทั้งคู่

1. ภายในห้อง Situation Room: เส้นทางสู่การตัดสินใจที่พาสหรัฐฯ เข้าสู่สงคราม

ในการประชุมหลายครั้งภายในห้อง Situation Room ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องชั่งน้ำหนักระหว่าง “สัญชาตญาณของตนเอง” กับ “ความกังวลลึกๆ ของรองประธานาธิบดี” และ “บทวิเคราะห์ข่าวกรองที่มองโลกในแง่ร้าย”

นี่คือเรื่องราวเบื้องหลัง—ว่าการตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์นั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร

รถเอสยูวีสีดำที่นำตัวนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู มาถึงทำเนียบขาวในเวลาเกือบ 11 โมงเช้าของวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ผู้นำอิสราเอล—ซึ่งผลักดันมาหลายเดือนให้สหรัฐฯ เห็นชอบกับการโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ ถูกพาเข้าสู่อาคารอย่างเงียบงัน หลีกเลี่ยงสายตาสื่อ

เขากำลังจะเข้าสู่หนึ่งในช่วงเวลาที่เดิมพันสูงที่สุดในชีวิตทางการเมืองของตน

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มรวมตัวกันในห้อง Cabinet Room ก่อนที่เนทันยาฮูจะลงไปยัง “เวทีหลัก”

ห้อง Situation Room พื้นที่ลับสุดยอดซึ่งแทบไม่เคยใช้ต้อนรับผู้นำต่างชาติแบบเผชิญหน้า

ทรัมป์นั่งลง—แต่ไม่ใช่ตำแหน่งหัวโต๊ะตามปกติ

เขาเลือกนั่งด้านข้าง หันหน้าไปยังจอขนาดใหญ่ที่ติดเรียงรายบนผนัง

ฝั่งตรงข้ามคือเนทันยาฮู

บนจอภาพด้านหลังนายกรัฐมนตรีอิสราเอล ปรากฏภาพของเดวิด บาร์เนีย ผู้อำนวยการมอสสาด พร้อมเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูง

ภาพที่จัดวางนั้น—แทบจะเป็น “ฉากของผู้นำยามสงคราม” ที่ยืนอยู่ท่ามกลางทีมยุทธศาสตร์ของตน

การประชุมครั้งนี้ถูกจำกัดวงอย่างจงใจ

เพื่อลดความเสี่ยงของการรั่วไหล

แม้แต่รัฐมนตรีบางคนก็ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้น

และรองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ ก็ไม่อยู่—เพราะติดภารกิจต่างประเทศ

สิ่งที่เนทันยาฮูนำเสนอในหนึ่งชั่วโมงถัดมา

จะกลายเป็น “จุดตั้งต้น” ของเส้นทางที่พาสหรัฐฯ และอิสราเอล

มุ่งหน้าเข้าสู่ความขัดแย้งทางทหารครั้งใหญ่ในภูมิภาคที่เปราะบางที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

2. เกมข้อมูลข่าวกรอง vs สัญชาตญาณผู้นำ

เนทันยาฮูเสนอภาพ “ชัยชนะที่แทบจะแน่นอน”

– โครงการขีปนาวุธของอิหร่านจะถูกทำลายในไม่กี่สัปดาห์

– รัฐบาลจะอ่อนแอจนไม่สามารถปิดช่องแคบฮอร์มุซได้

– ความเสี่ยงต่อผลประโยชน์สหรัฐฯ อยู่ในระดับต่ำ

มากกว่านั้น—มอสสาดเชื่อว่า

การประท้วงภายในอิหร่านจะปะทุขึ้นอีกครั้ง

และหากผนวกกับการโจมตีทางอากาศอย่างเข้มข้น

ก็อาจนำไปสู่ “การล้มระบอบ”

ถึงขั้นมีการเปิดวิดีโอ

นำเสนอ “ผู้นำใหม่” ที่อาจขึ้นแทน

รวมถึง เรซา ปาห์ลาวี บุตรของอดีตกษัตริย์อิหร่าน

ทรัมป์ตอบสั้นๆ

“ฟังดูดีสำหรับผม”

สำหรับเนทันยาฮู—นั่นแทบไม่ต่างจาก “ไฟเขียว”

3. เมื่อข่าวกรองสหรัฐฯ บอกว่า “มันเพ้อฝัน”

วันถัดมา หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ประเมินข้อมูลทั้งหมด

พวกเขาแยกแผนออกเป็น 4 ส่วน

 1. สังหารผู้นำสูงสุด

 2. ทำลายศักยภาพทางทหาร

 3. จุดชนวนการลุกฮือ

 4. เปลี่ยนระบอบ

ข้อสรุปคือ

สองข้อแรก “ทำได้จริง”

แต่สองข้อหลัง—“ห่างไกลความจริง”

ผู้อำนวยการ CIA ใช้คำเดียวสรุป:

“เพ้อฝัน” (farcical)

รัฐมนตรีต่างประเทศเสริมตรงๆ:

“พูดง่ายๆ คือ… ไร้สาระ”

4. เสียงเตือนที่ดังที่สุด—แต่เบาที่สุดในห้อง

เจ.ดี. แวนซ์ คือคนที่คัดค้านหนักที่สุด

เขาเตือนว่า

สงครามจะนำไปสู่ความโกลาหล

สูญเสียมหาศาล

และอาจทำลายฐานการเมืองของทรัมป์เอง

เขามองว่า

สหรัฐฯ อาจติดหล่มในสงครามที่ควบคุมไม่ได้

และไม่มีหลักประกันว่าจะสร้าง “อิหร่านใหม่” ได้จริง

ที่สำคัญ—หากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด

ผลกระทบทางเศรษฐกิจจะรุนแรงทันที

แต่สุดท้าย เขาพูดกับทรัมป์ว่า:

“ผมคิดว่านี่เป็นความคิดที่แย่

แต่ถ้าคุณจะทำ ผมจะสนับสนุน”

5. นายพลที่ไม่เคยพูดว่า “อย่าทำ”

พลเอกแดน เคน ไม่เคยบอกว่าควรหรือไม่ควร

เขาทำเพียงสิ่งเดียว

อธิบาย “ความเสี่ยง”

คลังอาวุธสหรัฐฯ อาจร่อยหรอ

เส้นทางลำเลียงพลังงานโลกอาจถูกตัด

สงครามอาจยืดเยื้อเกินคาด

เขาถามคำถามเดิมซ้ำๆ:

“แล้วหลังจากนั้นล่ะ?”

แต่ทรัมป์มักได้ยินเฉพาะสิ่งที่เขาอยากได้ยิน

6. เมื่อการตัดสินใจไม่ได้อยู่ที่ข้อมูล แต่อยู่ที่ “ความเชื่อ”

สำหรับทรัมป์

อิหร่านคือศัตรูที่ “ต้องจัดการ”

เขาเชื่อในศักยภาพกองทัพสหรัฐฯ

เชื่อว่าสงครามจะ “เร็วและเด็ดขาด”

และลึกลงไป—ยังมีแรงจูงใจส่วนตัว

จากแผนลอบสังหารที่อิหร่านเคยถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลัง

ในห้องประชุม

ไม่มีใครขวางเขา

ทุกคนเพียง “ให้ข้อมูล”

แล้วปล่อยให้สัญชาตญาณผู้นำเป็นผู้ตัดสิน

7. วินาทีสุดท้ายก่อนสงคราม

ปลายเดือนกุมภาพันธ์

ข่าวกรองใหม่เข้ามา

ผู้นำสูงสุดของอิหร่านจะปรากฏตัว “กลางแจ้ง”

เป็นโอกาสโจมตีที่หาได้ยาก

ขณะเดียวกัน การเจรจาล้มเหลว

อิหร่านปฏิเสธข้อเสนอทั้งหมด

ในห้อง Situation Room ครั้งสุดท้าย

ทรัมป์ถามความเห็นทุกคน

ไม่มีใครพูดว่า “หยุด”

และสุดท้าย เขากล่าวว่า:

“ผมคิดว่าเราต้องทำ”

8. คำสั่งที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์

บ่ายวันถัดมา

บนเครื่อง Air Force One

ก่อนเส้นตายเพียง 22 นาที

ทรัมป์ส่งคำสั่ง:

“Operation Epic Fury ได้รับอนุมัติ

ไม่มีการยกเลิก

ขอให้โชคดี”

9. เดิมพันครั้งสำคัญ

นี่ไม่ใช่แค่การตัดสินใจทางทหาร

แต่มันคือภาพสะท้อนของ “วิธีคิดของอำนาจ”

เมื่อข้อมูล ข่าวกรอง และคำเตือน

สุดท้ายต้องพ่ายให้กับ

สัญชาตญาณ ความเชื่อ และเดิมพันทางประวัติศาสตร์ของผู้นำเพียงคนเดียว

Srawut
Author

Srawut

แชร์บทความนี้

ช่วยกระจายข่าวเชิงลึกให้คนมากขึ้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูในหมวด Editor

หนี้ภาษีหุ้นชินคอร์ป ทักษิณจะดึงเกม ยอมจ่าย หรือเลือกล้มละลาย ?

ทักษิณ ชินวัตร เผชิญหนี้ภาษีหุ้นชินคอร์ป 1.76 หมื่นล้านบาท และต้องเลือกระหว่างการจ่ายหนี้ ยืดเวลา หรือเสี่ยงต่อการล้มละลาย

Srawut··1 min read

รู้จัก “พนัส ไทยล้วน” ผู้ที่เรียกตัวเองว่า “พ่อมดประกันสังคม”

บทความวิเคราะห์เกี่ยวกับ “พนัส ไทยล้วน” ผู้ที่เรียกตัวเองว่า “พ่อมดประกันสังคม” และอิทธิพลของเขาในระบบแรงงานไทย

Srawut··1 min read