
ผู้นำที่ดี ไม่จำเป็นต้องเก่ง แต่ต้องเลือกใช้คนเป็น และตัดสินใจแม่นยำ
สถานการณ์การเมืองไทยในปัจจุบัน กำลังเผชิญกับคำถามสำคัญเกี่ยวกับศักยภาพของผู้นำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจและพลังงาน สังคมเริ่มตั้งข้อสังเกตถึงความสามารถของนายกรัฐมนตรี “อนุทิน ชาญวีรกูล” ว่ามีศักยภาพเพียงพอที่จะนำพาประเทศฝ่าวิกฤตหรือไม่ ?
ข้อสงสัยเหล่านี้มีจุดเริ่มต้นจากภาพจำในการบริหารงานที่ผ่านมา เช่น การรับมือกับวิกฤตโควิด-19 ในช่วงเป็นรัฐมนตรีสาธารณสุข หรือปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ที่ลุกลามกลายเป็นมหาวิกฤต ในยุครัฐบาลอนุทิน 1
จากปรากฏการณ์ดังกล่าว หากวิเคราะห์ผ่านกรอบแนวคิดด้านภาวะผู้นำ จะพบว่าคุณสมบัติของผู้นำระดับชาติอาจไม่ได้วัดกันที่ “ความเก่งกาจส่วนตัว” ในทุกศาสตร์เสมอไป แต่หัวใจสำคัญของการเป็นผู้นำที่ประสบความสำเร็จ คือทักษะในการ “เลือกใช้คนให้ตรงกับงาน” และ “ความแม่นยำในการตัดสินใจ” โดยเแพาะในช่วงเวลาวิกฤต

1. บทเรียนจาก “เล่าปี่” : เลือกใช้คนเป็น ซื้อใจคนเก่ง แต่พลาดเพราะการตัดสินใจ
หากมองย้อนไปในวรรณกรรมสามก๊ก “เล่าปี่” คือตัวอย่างที่สะท้อนทฤษฎีนี้ได้ชัดเจนที่สุด เล่าปี่ไม่ได้มีทักษะการรบที่โดดเด่นเท่า “กวนอู” หรือ “เตียวหุย” และไม่ได้มีสติปัญญาล้ำลึกระดับ “ขงเบ้ง” หรือ “บังทอง” (ซึ่งว่ากันว่าก๊กใดได้ใครคนใดคนหนึ่งไปร่วมงานด้วย ก็มีโอกาสสูงที่จะเป็นเบอร์ 1 แผ่นดิน ซึ่งเล่าปี่ได้ทั้ง 2 คนมาเป็นพวก)
แต่สิ่งที่ทำให้เขาก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำสามก๊กใหญ่ได้ คือทักษะการบริหารคนและศิลปะการซื้อใจ เขาสามารถหลอมรวมสุดยอดคนเก่งมาทำงานให้ในระดับยอมมอบกายถวายชีวิต
อย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุดเล่าปี่ก็ไม่สามารถรวบรวมแผ่นดินจีนได้สำเร็จ สาเหตุไม่ได้มาจากความอ่อนแอของกองทัพ แต่มาจาก “การตัดสินใจที่ผิดพลาด”
หรือการปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือยุทธศาสตร์หลัก เช่น การดันทุรังยกทัพบุก “ง่อก๊ก” จนเสียไพร่พลมหาศาล สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่า ต่อให้มีบุคลากรที่เก่งกาจเพียงใด หากผู้นำตัดสินใจพลาดในระดับนโยบาย ทุกอย่างก็สามารถล้มเหลวได้ในพริบตา

2. ภาพสะท้อนการเมืองไทย : คนเก่งที่พ่ายแพ้ในช็อตสุดท้าย
เมื่อนำแนวคิดนี้มาเทียบเคียงกับการเมืองไทย “ทักษิณ ชินวัตร” เป็นกรณีศึกษาที่สะท้อนให้เห็นภาพได้อย่างชัดเจน หากเปรียบเทียบกับ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” สังคมส่วนใหญ่มักประเมินว่าทักษิณมีวิสัยทัศน์และความสามารถที่โดดเด่นกว่า
แต่จุดอ่อนของทักษิณนั่นก็คือ “มักตัดสินใจผิดพลาดในจังหวะหัวเลี้ยวหัวต่อ” ไม่ว่าจะเป็นการขายหุ้นเทมาเส็ก การผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรม หรือการเปลี่ยนจุดยืนทางการเมืองเพื่อแลกกับอำนาจ การตัดสินใจที่ผิดพลาดในช็อตสำคัญเหล่านี้นำไปสู่ความขัดแย้ง การรัฐประหาร และส่งผลให้พรรคเพื่อไทยที่เคยเป็นพรรคขนาดใหญ่ ต้องลดบทบาทและขนาดลงมาในปัจจุบัน
3. มหาวิบากกรรม : หากมีผู้นำสอบที่ตกทั้ง 3 ด้าน
เมื่อกลับมามองสถานการณ์ปัจจุบัน สังคมจึงจำเป็นต้องตั้งคำถามว่า ภายใต้การนำของรัฐบาลชุดนี้ เรากำลังมีกับผู้นำแบบใด หากผู้นำไม่ได้มีความสามารถโดดเด่น แต่ยังรู้จักดึงผู้เชี่ยวชาญเข้ามาแก้ปัญหา มีการตัดสินใจที่แม่นยำในระดับหนึ่ง ประเทศก็ยังพอเดินหน้าต่อไปได้
แต่หากประเทศต้องอยู่ภายใต้ผู้นำที่ “ไม่เก่ง เลือกใช้คนไม่เป็น และตัดสินใจผิดพลาดซ้ำซาก” ก็ถือว่าเป็น “มหาวิบากกรรม” ที่ประชาชนต้องแบกรับ…ด้วยความเจ็บปวด
Srawut
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →เปิดประวัติ “บิ๊กราญ” พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. คนที่ 16
พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ได้รับการเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คนที่ 16 โดยมีระยะเวลาในตำแหน่งยาวนาน 7 ปี
ทำความรู้จัก “กฤชเทพ สิมลี” เพื่อนสนิทเนวิน “เลขาฯ รมว.คมนาคม คนใหม่”
กฤชเทพ สิมลี ศิษย์เก่า OSK 90 ได้รับแต่งตั้งเป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเนวิน ชิดชอบ
เปเล่ คริสโตเฟอร์ วอชิงตัน : สร้างคอนเทนต์อย่างไรให้คนจดจำ ?
เปเล่ คริสโตเฟอร์ วอชิงตัน สอนวิธีสร้างคอนเทนต์ให้คนจดจำ โดยเน้นการหลีกเลี่ยงการไล่ตามกระแส การค้นหาความแตกต่าง และการกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน
ปฐมบท EP1 : ทำความเข้าใจ รายได้สื่อจากอดีตสู่ปัจจุบัน
ซีรีย์รายได้สื่อ EP1 ย้อนกลับไปเมื่อ 25-30 ปีก่อน เมื่อเรตติ้งเป็นตัววัดมูลค่าสื่อ และรายได้โฆษณาเข้มข้น แต่วันนี้ผู้ชมกระจายตัวไปบนแพลตฟอร์มต่างๆ ทำให้โครงสร้างรายได้เปลี่ยนไป



