นครราชสีมา หรือ “โคราช” เปรียบเสมือนเมืองหลวงของภาคอีสาน และเป็นสมรภูมิเลือกตั้งที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ หากเราย้อนกลับไปดูผลการเลือกตั้งปี 2566 หลายคนอาจจดจำภาพชัยชนะที่เด็ดขาดของ “พรรคเพื่อไทย” แต่เมื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาทาบทับกับ “ผลสำรวจนิด้าโพล” ล่าสุด (28 ธันวาคม 2568) เรากลับพบสัญญาณความเปลี่ยนแปลงี่น่าสนใจ
1. เพื่อไทย : อันดับดีที่สุด แต่ความนิยมอยู่ในเกณฑ์ลดต่ำ เมื่อเทียบกับผลเลือกตั้งปี 2566
ในการเลือกตั้งปี 2566 พรรคเพื่อไทยประกาศศักดาด้วยการกวาดเก้าอี้ สส. เขตไปถึง 12 จาก 16 ที่นั่ง สร้างภาพจำว่าเป็นพรรคที่ครองใจคนโคราชอย่างเบ็ดเสร็จ แต่ผลโพลล่าสุดกลับฉายภาพที่ต่างออกไป
เมื่อถามคนโคราชว่า “วันนี้ท่านมีแนวโน้มจะเลือก สส. แบบแบ่งเขตจากพรรคใด?” คำตอบที่ได้คือ พรรคเพื่อไทยได้รับความนิยม 22.40 % แม้จะเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในบรรดาพรรคการเมืองที่ติดอันดับ (อันดับ 1 ยังไม่ตัดสินใจ 34.86 %) แต่เมื่อเทียบกับความสำเร็จในอดีตที่เคยกวาดที่นั่งไปเกือบ 80% ของจังหวัด ตัวเลข 22% นี้คือสัญญาณเตือนภัย
สิ่งที่น่าขบคิดคือ “ตัวบุคคล” ที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย กลับได้รับคะแนนนิยมต่ำที่ถือว่ายังต่ำมาก โดยชื่อของ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ได้คะแนนเพียง 5.81 % (อันดับ 4) สะท้อนว่า คนโคราชยังศรัทธาใน “แบรนด์เพื่อไทย” แต่ยังขาด “ผู้นำ” ที่จะดึงคะแนนเสียงได้เหมือนในอดีต

2. ภูมิใจไทย : มวยรองที่ต้องจับตา
หากเพื่อไทยคือยักษ์ใหญ่ที่กำลังสะดุด “พรรคภูมิใจไทย” คือมวยรองที่น่าจับตามอง โดยในการเลือกตั้งปี 2566 ภูมิใจไทยเจาะไข่แดงได้เพียง 1 ที่นั่ง (เขต 9) เท่านั้น
แต่ในผลโพลล่าสุด เกิดปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ อนุทิน ชาญวีรกูล ได้คะแนนนิยมที่ดีที่สุดของผู้ที่ติดอับดับ (อันดับ 2) ในฐานะบุคคลที่คนโคราชอยากให้เป็นนายกฯ (อันดับ 1 : ยังไม่ตัดสินใจ : 40.58 %) ด้วยคะแนน 13.59 % แซงหน้าแคนดิเดตจากทุกพรรคการเมือง
3. พรรคประชาชน: คะแนนนิยมทรงตัว
พรรคก้าวไกล (พรรคประชาชน) เคยสร้างแรงสั่นสะเทือนด้วยการคว้า 3 ที่นั่ง ในเขตเมือง (เขต 1, 2, 3) ในการเลือกตั้งปี 2566
ผลโพลปัจจุบัน พรรคประชาชน มีคะแนนนิยมแบบบัญชีรายชื่อ 17.43 % (อันดับ 3) และแบบแบ่งเขตที่ 16.40 % (อันดับที่ 3) ซึ่งเป็นตัวเลขที่สอดคล้องกับฐานเสียงคนรุ่นใหม่และชนชั้นกลางในเขตเมือง
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลนี้ชี้ให้เห็น “เพดานการเติบโต” ตัวเลข 16-17% นี้ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้พรรคประชาชนขยายอิทธิพลออกไปยังเขตชนบทอีก 13 เขตที่เหลือ ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของเพื่อไทยและบ้านใหญ่ภูมิใจไทยได้ หากไม่มีจุดเปลี่ยนสำคัญ “สีส้ม” อาจจะยังคงจำกัดวงอยู่แค่เขตเมือง

4. พลังเงียบ : “ผู้ชนะ” ตัวจริงในสนามเลือกตั้ง 69
สถิติที่ทรงพลังและน่ากลัวที่สุด ไม่ใช่คะแนนของพรรคการเมืองใด แต่คือเสียงของความเงียบ ที่ยังไม่ตัดสินจะเลือกใครหรือพรรคใดในวันนี้
40.58 % ระบุว่า “ยังหาคนที่เหมาะสมเป็นนายกฯ ไม่ได้” (อันดับ 1)
34.86 % ระบุว่า “ยังไม่ตัดสินใจ” ว่าจะเลือก สส. เขตพรรคไหน (อันดับ 1)
31.01 % ระบุว่า “ยังไม่ตัดสินใจ” ว่าจะเลือก สส. บัญชีรายชื่อพรรคไหน (อันดับ 1)
นี่คือ “สุญญากาศทางการเมือง” ขนาดมหึมา คนโคราชอาจกำลังรอคอยบางสิ่ง ที่ยังไม่มีคำตอบอย่างชัดเจนในวันนี้
เมื่อเปรียบเทียบผลการเลือกตั้งปี 2566 กับผลโพลปลายปี 2568 ข้อสรุปที่ชัดเจนที่สุดคือ “ความไม่แน่นอน”
พรรคเพื่อไทยอาจมีแต้มต่อในฐานะแชมป์เก่า แต่ชัยชนะ 12 ที่นั่งในอดีตไม่ได้การันตีอนาคต ท่ามกลางกระแสความนิยมส่วนบุคคลของนายอนุทิน และกระแสพรรคที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะ
ดังนั้นผู้ที่จะกำหนดการเลือกตั้งปี 2569 คือกลุ่มพลังเงียบกว่า 40% ที่ยังไม่เทใจให้ใคร พรรคใดที่สามารถไขรหัสลับในใจของคนกลุ่มนี้ได้ พรรคนั้นคือผู้ที่จะครองเมืองหลวงแห่งอีสานอย่างแท้จริง
ข้อมูลอ้างอิง:
1. ข้อมูลสถิติผลการเลือกตั้งปี 2566 จ.นครราชสีมา
2. นิด้าโพล เรื่อง “เลือกตั้ง 69 ของคนโคราช” สำรวจระหว่างวันที่ 18-22 ธันวาคม เผยแพร่ 28 ธันวาคม 2568
Srawut
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทย
สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เพื่อเติมสีสันให้กับการท่องเที่ยวไทย
ย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืม
ภาพเฮลิคอปเตอร์อพยพผู้คนจากสถานทูตสหรัฐฯ ในไซง่อนปี 1975 เป็นสัญลักษณ์ความพ่ายแพ้ของอเมริกาในสงครามเวียดนาม บทเรียนจากความหวาดระแวง กลยุทธ์ผิดพลาด และการประเมินคู่ต่อสู้ต่ำเกินไป.
จับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์
การเจรจารอบ 2 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีความสำคัญต่อเสถียรภาพตะวันออกกลางและเศรษฐกิจโลก โดยมีโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นแกนหลักของความขัดแย้ง
เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?
สหรัฐอเมริกาประกาศปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ หลังการเจรจากับอิหร่านล้มเหลว สถานการณ์นี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเผชิญหน้าทางทหารและวิกฤตพลังงานโลก




