“ทำไมการตรวจสอบประธานองค์กรระดับประเทศ ถึงยังไร้ความคืบหน้า ?” นี่คือคำถามที่สังคมกำลังจับตามอง จากกรณีการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของ “ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์” ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่ยืดเยื้อมาเป็นเวลานาน
สาเหตุสำคัญไม่ได้อยู่ที่ความซับซ้อนของข้อกฎหมาย แต่อยู่ที่กลไกการสืบสวน เมื่อหน่วยงานต้นสังกัดซึ่งถือครอง “กุญแจสำคัญ” ปฏิเสธการให้ความร่วมมือกับวุฒิสภา
1. ปฐมบทการตรวจสอบ : กฎหมายเหล็ก “ทำงานเต็มเวลา”
เพื่อให้เห็นภาพรวม ต้องย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นนับตั้งแต่ “ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ” เข้าดำรงตำแหน่งประธาน กสทช. เมื่อเดือนเมษายน 2565
พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 บัญญัติกฎเหล็กไว้ชัดเจนว่า กรรมการ กสทช. ต้องปฏิบัติงานแบบ “เต็มเวลา” ห้ามดำรงตำแหน่งเป็นพนักงาน ลูกจ้าง หรือรับค่าตอบแทนจากการประกอบอาชีพอื่นใด เพื่อให้ผู้ดำรงตำแหน่งทุ่มเทเวลาในการกำกับดูแลกิจการมูลค่ามหาศาลของประเทศ และป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน
แต่หลังจากรับตำแหน่ง การทำงานของประธาน กสทช. กลับถูกตั้งข้อกังขานำมาสู่การร้องเรียนว่า ประธาน กสทช. อาจยังคงแบ่งเวลาไปปฏิบัติหน้าที่แพทย์และรับตรวจรักษาคนไข้ตามโรงพยาบาล ซึ่งหากเป็นจริง ย่อมถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายอย่างชัดเจน
2. แหล่งข่าว เผย ต้นสังกัดเดิมของ ประธาน กสทช. ไม่ให้ความร่วมมือ
เมื่อกระบวนการตรวจสอบดำเนินมาถึง “โค้งสุดท้าย” ในชั้นของคณะกรรมการสรรหา กสทช. แหล่งข่าวระดับสูงจากวุฒิสภาเปิดเผยว่า คณะกรรมการสรรหาฯ ได้ทำหนังสือเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยพุ่งเป้าไปที่ มหาวิทยาลัยมหิดล ต้นสังกัดเดิมของ ประธาน กสทช.
โดยมีการเชิญผู้บริหารระดับสูงสุด 2 ราย ได้แก่ “ศ.นพ.บรรจง มไหสวริยะ” (อดีตอธิการบดี) และ “ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา” (อธิการบดีคนปัจจุบัน) เข้าให้ข้อมูล แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหิดลทั้งสองราย ปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือ
ท่าทีเพิกเฉยนี้สร้างแรงกระเพื่อมอย่างหนัก แหล่งข่าวในวุฒิสภาตั้งข้อสังเกตตรงไปตรงมาว่า การปฏิเสธให้ข้อมูลเช่นนี้ คือความพยายามร่วมกันปกปิดข้อมูลในเรื่องที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ?
พร้อมตั้งคำถามไปยังผู้บริหารมหาวิทยาลัยว่า คุ้มค่าแล้วหรือที่จะนำชื่อเสียงและเกียรติภูมิอันยาวนานของมหาวิทยาลัยมาเสี่ยง เพื่ออุ้มคนเพียงคนเดียว ?
นอกจากนั้น แหล่งข่าวยังระบุว่า ในเว็บไซต์ของโรงพยาบาลรามาฯ ยังมีรูปประธาน กสทช. อยู่ในแผนกโรคหัวใจ
3. เปิดหลักฐานภาพถ่าย ที่โรงพยาบาลเอกชน
แม้ต้นสังกัดจะปิดประตูใส่คณะผู้ตรวจสอบ แต่ความจริงไม่สามารถถูกปิดบังได้มิด เมื่อทีมข่าวได้ “หลักฐานภาพถ่าย” ที่สวนทางกับข้ออ้างของประธาน กสทช. อย่างสิ้นเชิง
ทีมข่าวได้รับหลักฐานเป็นไฟล์ภาพถ่ายจำนวน 2 ภาพ ซึ่งเป็นภาพหน้าจอมอนิเตอร์แสดงคิวการตรวจรักษาผู้ป่วยในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง เมื่อซูมดูรายละเอียดบนหน้าจอมอนิเตอร์ พบข้อมูลดังนี้
(1) ระบุวันเวลาชัดเจน: ระบบแสดงวันที่ 22 มิถุนายน 2567 เวลา 10:37 น.(ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ “ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ” ดำรงตำแหน่งประธาน กสทช.)
(2) ระบุตัวตนและห้องตรวจ: ปรากฏชื่อ “ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ” ประจำห้องตรวจที่ 2 (Room 2) โดยมีกรอบเวลาออกตรวจระบุชัดเจนคือ 09:30 – 11:30 น.
(3) มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาจริง: บนหน้าจอมีการรันหมายเลขคิวของผู้ป่วยที่กำลังรอรับการตรวจ (เช่น 0526, 0534, 0539, 0571) เป็นการยืนยันถึงพฤติการณ์การประกอบวิชาชีพเวชกรรมในโรงพยาบาลเอกชนอย่างปฏิเสธไม่ได้
4. คำถามที่ยังรอคำตอบ
เมื่อการพิจารณาคุณสมบัติประธาน กสทช. เดินทางเข้าสู่ช่วงสุดท้าย ข้อมูลจากแหล่งข่าวและหลักฐานต่างๆ ที่ปรากฏออกมา ทำให้เกิดคำถามสำคัญมากมาย
(1) เหตุใดมหาวิทยาลัยมหิดลจึงไม่ได้ส่งผู้แทนเข้าให้ข้อมูลต่อคณะกรรมการสรรหาฯ ?
(2) ข้อมูลที่ยังปรากฏในภาพถ่ายเมื่อปี 2567 มีที่มาและหมายความว่าอย่างไร ?
(3) หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีคำชี้แจงต่อข้อเท็จจริงที่ปรากฏหรือไม่ ?
คำถามเหล่านี้ยังคงรอคำตอบจากหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้อง ขณะที่การพิจารณาของคณะกรรมการสรรหา กสทช. กำลังเข้าสู่ช่วงสุดท้าย และผลการพิจารณา เป็นประเด็นสำคัญที่สังคมกำลังจับตาอย่างใกล้ชิด

Srawut
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →โค้งสองเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เรตติ้งชัชชาติแรงกระฉูด ! ติ่งแซงส้ม ขึ้นที่ 2
นิด้าโพลสำรวจโค้งสองเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เผยชัชชาติ สิทธิพันธุ์นำด้วย 72.35% ขณะที่มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข แซงขึ้นอันดับ 2
5 นักเตะที่อายุมากที่สุด ในศึกฟุตบอลโลก 2026
ฟุตบอลโลก 2026 จะมีนักเตะวัย 40+ ลงเล่น โดยเคร็ก กอร์ดอน อายุ 43 ปี เป็นผู้เล่นอายุมากที่สุด ตามด้วยคริสเตียโน โรนัลโด อายุ 41 ปี
เปิด MOU ยุติสงคราม สหรัฐฯ – อิหร่าน ! ใครได้ใครเสีย ?
สหรัฐฯ และอิหร่านลงนาม MOU 14 ข้อเพื่อยุติสงคราม โดยครอบคลุมการหยุดปฏิบัติการทหาร ยกเลิกคว่ำบาตร และฟื้นฟูเศรษฐกิจ
ไทยมี News Creator เพิ่มขึ้นอันดับ 1 ของโลก แต่ความน่าเชื่อถือลดลง
ไทยอันดับ 1 ของโลกในการรับข่าวจาก Creator แต่ความเชื่อมั่นลดลงจาก 55% เป็น 47% ในปี 2026 เนื่องจากข้อมูลมหาศาล




