ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Live · Breaking
สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทยย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืมจับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?“สามฉากทัศน์ใน ฮอร์มุซ“ เมื่อสหรัฐ ‘คุมทาง’ จีน ‘ต้องใช้ทาง’ และอิหร่าน ‘อยู่บนทาง’”ตะวันออกกลางตึงเครียดอีกครั้ง CENTCOM ประกาศเริ่มปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซสวนนงนุช จัดใหญ่ มหาสงกรานต์ดอกไม้บานรู้จัก CENTCOM หน่วยงานที่ถูกกล่าวถึงมากสุดในเวลานี้สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทยย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืมจับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?“สามฉากทัศน์ใน ฮอร์มุซ“ เมื่อสหรัฐ ‘คุมทาง’ จีน ‘ต้องใช้ทาง’ และอิหร่าน ‘อยู่บนทาง’”ตะวันออกกลางตึงเครียดอีกครั้ง CENTCOM ประกาศเริ่มปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซสวนนงนุช จัดใหญ่ มหาสงกรานต์ดอกไม้บานรู้จัก CENTCOM หน่วยงานที่ถูกกล่าวถึงมากสุดในเวลานี้
The Insight News
‘จารไม่ฟัง’ เพลงใหม่ใช้เวลาแต่งวันเดียว จากความอัดอั้นของ ‘TangBadVoice’

‘จารไม่ฟัง’ เพลงใหม่ใช้เวลาแต่งวันเดียว จากความอัดอั้นของ ‘TangBadVoice’

ระวี ตะวันธรงค์
ระวี ตะวันธรงค์
กองบรรณาธิการ
1 min read

หลังจากการเลือกตั้งสิ้นสุดลง กลิ่นความเจริญได้อบอวลอยู่ในบรรยากาศของสังคมไทย ด้วยความหวังที่เราจะได้รัฐบาลที่มาจากเสียงของประชาชนจริงๆ เสียที ทว่ากลิ่นความเจริญนี้กลับคงอยู่ได้เพียงเดือนสองเดือนเท่านั้นก็จางหายไป กลายเป็นสถานการณ์การเมืองที่วุ่นวาย พลิกขั้วกันไปมา เรียกได้ว่าการเมืองไทยก็ยังเป็นการเมืองไทยอยู่วันยังค่ำ

ถ้าเสียงประชาชนไม่ยอมเอียงชัดเจนหนักไปทางใดทางหนึ่งให้เสียงชนะขาดลอย เราก็คงจะได้เห็นบรรยากาศโต้กันไป ระแวงกันมา แขวะกันไม่เลือกหน้าตั้งแต่ต้นเกมแบบนี้ไปเรื่อย ๆ อีกทั้งกระแสข่าว ท่าทีของนักการเมืองคนนั้นคนนี้ หรือเสียงนักวิชาการจริงบ้างเก๊บ้างที่คอยเป่าหูจูงหัวเราไปได้ทุกทิศทางตลอดเวลา ล้วนทำให้บรรยากาศทางการเมืองในทุกฝั่งฝ่ายดูจะยิ่งคุกรุ่นอยู่ตลอดเวลา และคงจะเป็นต่อไปแบบนี้หากไม่มีใครยอมลงรอยกัน

นับตั้งแต่วันชี้ชะตายกแรกเมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่แสนสำคัญของว่าที่นายกฯ ลำดับที่ 1 ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ ที่ผลไม่เป็นดังที่หลาย ๆ คนคาดการณ์ และคาดหวังไว้ ว่าเขาจะได้เป็นนายกฯ สมใจ นำมาซึ่งความเศร้าแกมโมโห โกรธแกมเสียใจของประชาชนมากมาย

หนึ่งในนั้นเลยคือ ‘TangBadVoice’ ศิลปินชื่อดังที่สร้างสรรค์ผลงานทั้งภาพถ่ายสตรีท และเพลงแร็ป เขาใช้เวลาเพียง 1 วัน สร้างเพลงสั้น ๆ จากความอัดอั้นตันใจ จนกลายมาเป็นเพลง ‘จารไม่ฟัง’ ผลงานอันฉุกละหุก แต่ก็สร้างแรงกระเพื่อมให้สังคมบ้างไม่มากก็น้อย วันนี้เราเลยอยากย้อนกลับไปฟังน้ำเสียง ความเห็น หรือมุมมองของตั้งที่สอดแทรกอยู่ในเพลงนี้กัน ก่อนที่เราจะได้เห็นบรรยากาศการเลือกนายกฯ อีกครั้งจากแกนนำคนใหม่อย่างพรรคเพื่อไทย

‘จารไม่ฟัง’ เป็นเพลงลำดับที่ 33 ของ TangBadVoice นับตั้งแต่เขาเพิ่มงานอดิเรกจากการถ่ายภาพ มาเป็นแร็ปเปอร์มือสมัครเล่น ที่ฝีไม้ลายมือในผลงานแต่ละชิ้นล้วนเป็นที่โจษจัน และน่าจับตามองทั้งสิ้น นับตั้งแต่เพลงเซ็ตแรกอย่าง ‘ตั้งอะไร’, ‘เปรตป่ะ’ และ ‘ล้านนึง’ ปล่อยออกมาพร้อมกัน ทำให้เราได้เห็นรูปแบบเพลงแร็ปแนวใหม่ที่เชื่อเลยว่ามาแน่ มีกลิ่นอายของเพลงพูดยุค ‘เพลิน พรหมแดน’ ผสมกับลีลาการใช้ภาษาที่ดิ้นได้ไม่สิ้นสุดของวงการแร็ปในเมืองไทยที่กำลังเฟื่องฟู และกลายเป็นแนวดนตรีกระแสหลักไปแล้วเรียบร้อย

เพลงนี้เล่าเรื่องเสมือนตัวเอกเป็นนักเรียนในห้องเรียนอันแสนกว้างใหญ่ ที่กำลังแอบนินทาอาจารย์อย่างออกรส ซึ่งก็มีทั้งแอบนินทา แขวะต่อหน้า หรือบ่นคนเดียวผสมปนเปกันไปในวิธีการเล่าเรื่อง ซึ่งเต็มไปด้วยความอัดอั้นมากมายที่พร้อมพรั่งพรูออกมาอีกครั้ง เพราะตะโกนดังๆ ออกไปตั้งแต่ต้น แต่จารไม่ยอมฟังกันดี ๆ

“จารไม่ฟัง จารแค่ถามไปงั้นแหละ 

เพื่อนทั้งห้อง จารบอกไม่มีนํ้าหนัก 

ซํ้าชั้น จารจะให้ไปซํ้าอะ 

คนดี จารกินนํ้าส้มคั้นแหละ”

เพลงนี้ใช้เวลาเพียง 1 วัน ในการแต่งเนื้อเพลง เพราะปล่อยในวันถัดมาทันทีหลังการโหวตเลือกนายกฯ ครั้งแรก ฉะนั้นจุดที่สำคัญในการมองเพลงนี้ คือการมองสถานการณ์การเมืองไทยผ่านอารมณ์ หรือชุดความคิดบางอย่างเพียงชั่วขณะเท่านั้น เพราะเราก็เชื่อว่าเวลาเพียงหนึ่งวันอาจทำให้เราตกผลึกทุกอย่างไม่ได้เร็วขนาดนั้น

“ผมไม่แค้น ผมไม่แค้น แต่ว่ากูจะจำ 

ผมแค่แซ๊ด ผมแค่แซ๊ด จารก็ควรระวัง 

เหมือนกับแย้ เหมือนกับแย้ ที่อาจารได้ทำ อ่า

เสียงผมแบ๊ด เสียงผมแบ๊ด เพราะอาจารไม่ฟัง ง่ะ”

ความรู้สึกส่วนใหญ่ของผู้คนในวันนั้นเต็มไปด้วยความโมโห โกรธ และเคียดแค้นกับเกมการเมืองที่ถูกวางแผนมาอย่างครบถ้วน ที่เพียงพอต่อการสกัดกั้นการเมืองใหม่หลังจากการเมืองเก่าที่ผู้คนไม่อยากยอมรับหมดอำนาจลง

เนื้อเพลงชุดแรก ๆ จึงเต็มไปด้วยการล้อเลียนเสียดสีจากทั้งชุดคำที่เลือก และรูปแบบภาษาที่ใช้อย่างผิดหลักไวยากรณ์ (เสมือนกับคำว่า ‘จาร’ ในรีวิวนี้ที่เราจะพิมพ์แบบนี้ด้วยเช่นเดียวกัน) น้ำเสียงที่ใช้ในเนื้อเพลงที่ออกแบบให้ดูต่ำวรรณะกว่าบุคคลที่ 2 หรือ 3 ที่ต้องการพูดด้วย ดุดันบ้างบางจังหวะที่ต้องการเปล่งเสียงให้ดังมากกว่าเดิม ทั้งในแง่ความหมายจริงและความหมายแฝง ที่ถือเป็นวิธีการออกแบบการเล่าที่น่าสนใจจากระยะเวลาที่มีเพียงวันเดียว หรืออาจจะไม่ถึงวันด้วยซ้ำ

“โคดงงให้ เลือกไปทำไม 

ให้เลือกไปเพื่อ อาจารไม่เอาไทย 

ทีนี้เลยก้าว แล้วไปไม่ได้ไกล 

จารใช้โมเดลถุงยาง อนามัย”

อีกจุดที่น่าสนใจในการบันทึกประวัติศาสตร์ผ่าน Pop Culture แบบนี้ คือเป็นการบันทึกเหตุการณ์เพียงชั่วระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น สมัยก่อนการแต่งเนื้อเพลงให้เข้ากับยุคสมัย อาจจะเป็นเรื่องที่อยู่ในกระแสได้นานเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน ๆ แต่ด้วยโลกยุคนี้ที่กระแสมาไวไปไว ทำให้เรื่องราวที่ถูกบรรจุไว้ในงานเหล่านี้ ช่วยให้เรานึกถึงช่วงเวลาของเรื่องราวนั้นได้อย่างเฉพาะเจาะจงมากขึ้น

ดูง่าย ๆ อย่างเนื้อเพลงท่อนนี้ ที่ยังมีคำว่า ‘เพื่อไทย-ก้าวไกล’ อยู่ในชุดสมการเดียวกัน โดยหารู้ไม่ว่าในอีกไม่กี่วันถัดมาแนวคิดสมการทางการเมืองของผู้คนที่คาดเดาไว้จะดูแตกต่างจากตอนนั้นมากน้อยขนาดไหน

“จารงับ เพื่อนเขาแอบด่าจาร เขาว่าจารหน้าด้าน หน้าหนา หน้าผี

แต่ว่าผมนะจาร คิดว่าจาร น่าเอ็นดูหน้าเหมือนหมา เหมือนกับม้า ปลาร้า หน้าหมี

บางทีจารก็เหมือนกิ้งก่า เพราะว่าหันไปอีกทาง ตกใจเพราะอาจารเปลี่ยนสี 

สีเงินสีทองเหมือนกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ถ้าอาจารลอยไป แล้วไม่กลับ ก็ดี”

หลังจากบ่น แล้วก่นด่าลอย ๆ อยู่ครึ่งเพลง วิธีการเล่าเรื่องท่อนหลังของตั้งเลือกใช้วิธีการเขียนแบบพูดซึ่งหน้า แต่ก็ยังแฝงความด้อยกว่าในฐานะผู้พูด โดยอาจมองว่าจารเป็นผู้ใหญ่กว่า แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาในการด่าอ้อม ๆ ต่อหน้าตรง ๆ อยู่ดี ซึ่งคงเป็นสิ่งที่ประชาชนที่รู้สึกแบบเดียวกับตั้ง อยากจะทำเช่นเดียวกัน 

“ดีเยี่ยม ลอยไปจาร เหมือนกะฮีเลี่ยม 

อีเหี้ย เอ้ยโทดที พอดีมันเครียด 

ซีเรียส ไม่เอาจารไม่ต้องซีเรียล 

ผมแค่คิดอะไรเพลิน ๆ แล้ว อีเหี้ย เอ้ย”

มาถึงท่อนท้าย ๆ ของเพลง ที่ไต่ระดับรูปแบบการเล่าหลังจากตะโกนจนคอจะแตกแต่จารไม่ยอมฟัง จนต้องเปลี่ยนมาค่อย ๆ บ่นคนเดียว ขยายเป็นการก่นด่ากับเพื่อน อาจจะวงไม่ใหญ่มาก จนสุดท้ายยอมเดินไปพูดกึ่งแขวะกึ่งด่าต่อหน้า ด้วยท่าทีที่รู้ตัวว่าตัวเองด้อยกว่า

แรก ๆ ก็เชิงฟ้องว่าคนนู้นคนนี้ว่าจาร เพื่ออ้อมมาบอกว่าตัวเองก็อยากด่าจารด้วยเหมือนกัน แล้วก็ก้มหน้าแอบด่า “อีเหี้ย” ด้วยอารามกึ่งแอบนินทา และอยากด่าต่อหน้าแหละแต่ใจไม่กล้าพอ

ตั้งสอดแทรกความไม่พอใจของประชาชนไว้อย่างน่าสนใจ เพราะบางคนก็พร้อมออกมาตะโกนด่าได้อย่างเผ็ดมันอยู่เสมอเวลาเกิดเหตุการณ์ทางการเมืองอะไรก็ตาม แต่ไม่ใช่ทุกคนที่กล้าทำแบบนั้น บางคนก็อยากด่า แต่ก็ไม่กล้าออกหน้ามาด่า หรือพอใจที่จะด่าอยู่ข้างหลังแบบไม่ออกหน้ามากกว่า เพราะเหนื่อยที่จะด่าแล้ว

มองให้ง่ายกว่านั้น คือมวลชนหรือแกนนำในม็อบที่ลงถนนเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา แข็งแรงและมั่นคงมากกว่าม็อบสมัยนี้ ที่ผู้คนส่วนใหญ่อาจเหนื่อยที่จะด่า หรืออยากด่าผ่านช่องทางอื่นมากกว่าการลงถนนแบบเดิม

เพราะ ‘จาร’ ในชีวิตจริงไม่ได้ฟังนักเรียนในห้องเรียนเลยแม้แต่น้อย ซึ่งคงทำให้นักเรียนก่อหวอดแบบเงียบ ๆ แบบนี้อยู่อีกเรื่อย ๆ ในอนาคต และรอวันระเบิดกลายเป็นม็อบใหญ่ที่ปีกกล้าขาแข็งขึ้นมากกว่าเดิม

ระวี ตะวันธรงค์
Author

ระวี ตะวันธรงค์

แชร์บทความนี้

ช่วยกระจายข่าวเชิงลึกให้คนมากขึ้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูในหมวด Editor

ย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืม

ภาพเฮลิคอปเตอร์อพยพผู้คนจากสถานทูตสหรัฐฯ ในไซง่อนปี 1975 เป็นสัญลักษณ์ความพ่ายแพ้ของอเมริกาในสงครามเวียดนาม บทเรียนจากความหวาดระแวง กลยุทธ์ผิดพลาด และการประเมินคู่ต่อสู้ต่ำเกินไป.

Srawut··1 min read

จับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  

การเจรจารอบ 2 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีความสำคัญต่อเสถียรภาพตะวันออกกลางและเศรษฐกิจโลก โดยมีโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นแกนหลักของความขัดแย้ง

Srawut··1 min read

เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?

สหรัฐอเมริกาประกาศปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ หลังการเจรจากับอิหร่านล้มเหลว สถานการณ์นี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเผชิญหน้าทางทหารและวิกฤตพลังงานโลก

Srawut··1 min read