เอ้า… สภากำลังจะเปิดวิกสาดโคลน… เอ้ย! เปิดเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจกันอีกแล้วนะครับท่านผู้อ่านที่รัก!
พอได้ยินคำว่าอภิปรายไม่ไว้วางใจ เสียงถอนหายใจจากสภากาแฟก็ดังเฮือก… “อภิปรายไปทำไมให้เปลืองน้ำลาย สุดท้ายพวกมากลากไป รัฐบาลก็กอดคอกันโหวตผ่านฉลุย เปลี่ยนอะไรไม่ได้หรอก!”
ใจเย็นๆ ครับพี่น้อง… กองเชียร์อย่าเพิ่งถอดใจม้วนเสื่อกลับบ้าน!
จริงอยู่ หากเรากางหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ไม่เคยมีนายกฯ หรือรัฐมนตรีคนไหน “ตกเก้าอี้” เพราะแพ้โหวตคาสภาเลยสักคนเดียว แต่ความขลังของญัตติซักฟอก… มันไม่ได้อยู่ที่ “ผล” แต่มันอยู่ที่ “แผล” หลังการโหวตต่างหาก!
หลายครั้งในอดีต ต่อให้มือในสภาจะลากให้รอดตายมาได้ แต่ถ้าตอบคำถามแบบดำน้ำขุ่นๆ สีข้างถลอก ผลที่ตามมาคือแรงกดดันทางสังคมที่บีบบังคับให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้เอง ทั้งการถูกปรับพ้น ครม. ในรอบถัดไป หรือทนพิษบาดแผลไม่ไหวต้องชิงลาออกไปเอง มากหรือน้อย… ก็ขึ้นอยู่กับความ “ดื้อ” และความ “หนา” ของแต่ละท่านนั่นแหละครับ

แต่ที่น่าจับตาจนห้ามกะพริบตาในการอภิปรายรอบนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องเนื้อหาที่จะสับกันในสภาหรอกครับ… มันอยู่ที่ “ท่าทีและจุดยืน” ของคนกันเองนี่แหละ!
โดยเฉพาะท่าทีของ “พรรคเพื่อไทย” ต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจ “พรรคภูมิใจไทย” ในครั้งนี้
จับตาดูกันให้ดีนะครับ โดยเฉพาะประเด็นเผือกร้อนเรื่อง “คดีฮั้วเลือกตั้ง ส.ว.”
จำกันได้ไหมครับ… ย้อนกลับไปเมื่อช่วงต้นถึงกลางปี 2568 ที่ผ่านมา ใครกันล่ะครับที่ออกโรง “ไล่บี้” ขยี้เรื่องนี้อย่างเอาเป็นเอาตาย? ก็พรรคเพื่อไทยนี่แหละครับ บี้กันจนสภาแทบแตก ขบเหลี่ยมกันหนัก จนต่อมาพรรคภูมิใจไทย ประกาศถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลไปเองเมื่อช่วงเดือนมิถุนายน 2568 โดยบอกว่ารับเรื่องคลิปเสียง “อังเคิล” ไม่ได้
แต่อนิจจา… มาถึงวันนี้ พอผู้สื่อข่าวเอาไมค์ไปจ่อปากถามนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ถึงท่าทีพรรคต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ นายประเสริฐตอบว่า “ได้อ่านญัตติดูแล้ว เป็นญัตติกว้าง ๆ ส่วนถ้อยคำรุนแรงหรือไม่นั้น ก็ดูรุนแรง เข้าใจว่าเป็นการเขียนญัตติ ส่วนเรื่องข้อกล่าวหาต่าง ๆ ก็ต้องไปฟังในที่ประชุมสภาอีกครั้งว่ามีน้ำหนักมากน้อยเพียงใด”
แล้วเรื่องท่าทีพรรคเพื่อไทยต่อ นายกฯ นายประเสริฐตอบว่า “พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาล เราเข้าใจดีเรื่องมารยาททางการเมือง และสิ่งที่พรรคเพื่อไทยอยากเห็น คือประเทศไทยเดินหน้า เป็นวาระที่สำคัญ”

ส่วนคำถามสำคัญเรื่อง คดีฮั้ว ส.ว.ที่ถูกนำมาเป็นประเด็นในการอภิปรายฯ ครั้งนี้ด้วยนั้น นายประเสริฐ บอกว่า “คดีฮั้ว สว. อยู่ในอีกกระบวนการอยู่แล้ว เป็นเรื่องที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง พิจารณาอยู่แล้ว เรื่องนี้หลุดจากขั้นตอนหนึ่งไปแล้ว”
…ตบท้ายด้วยคำว่า “มารยาททางการเมืองในการร่วมรัฐบาล” !!!!
ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะเราอาจมองได้ว่าเป็นเรื่องธรรมดาของคนลงเรือลำเดียวกัน รัฐบาลไหนๆ เขาก็เป็นกัน ถ้าเป็นการร่วมรัฐบาลจากหลายพรรคการเมือง แต่ในสายตาประชาชน มันอดคิดไม่ได้จริงๆ ครับ
จริงอยู่… “มารยาท” เป็นสิ่งที่ควรมีในวิญญูชน แต่กับบางกรณีที่สังคมกำลังตั้งคำถามกันอย่างหนักหน่วง และคำถามที่สังคมสงสัย มันก็ “ไม่ต่าง” กับตอนที่พรรคเพื่อไทยเคยหยิบมาไล่บี้เขาเอาไว้เอง
การแสดง “จุดยืนที่ชัดเจน” และรักษาบรรทัดฐานเดิมเอาไว้ น่าจะดู “สง่างาม” กว่าการหยิบยกเอามารยาททางการเมืองมาใช้ … ว่าไหมครับ?
ในท้ายที่สุดแล้ว… แม้ทุกคนจะรู้ดีว่าผลโหวตจะออกมาเป็นอย่างไร แต่เราอาจไม่ได้เห็นแค่วาทกรรมน้ำท่วมทุ่งในสภา แต่เราอาจจะได้เห็น หมากการเมืองที่เหล่ากุนซือผู้เชี่ยวชาญ วางค่ายกลไว้ และการแสวงหาอำนาจต่อรองของพรรคร่วมรัฐบาลที่อาจโผล่มากดดันกันในนาทีสุดท้าย
จับตาดูให้ดีเถอะครับ… การเมืองถ้าดูให้เห็นถึงกลไกลึกๆ มันจะสนุกขึ้นมาทันทีละครับท่านผู้อ่านที่รัก….
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →ประเทศไทยในวันที่พวกเราจะกลายเป็นแค่ "ผู้เช่า" ในแผ่นดินเกิด!...
ไทยกำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจและการเมืองที่ลึกซึ้ง โดยทุนใหญ่ย้ายฐาน SME ตกงาน และระบบราชการล้าหลัง ตามสัญญาณเตือนจาก IMF และธนาคารโลก
“ศิริโชค” จี้สอบลึกบ่อน Shuffle สั่งบล็อกคนไทยหนีการตรวจสอบ ! เปิดปมหุ้นบุริมสิทธิ 1 % เชื่อมโยงการเมืองหรือไม่ ?
เว็บพนันออนไลน์ Shuffle ประกาศปิดกั้นผู้เล่นจากไทย ท่ามกลางการตรวจสอบเส้นทางเงินและสัดส่วนหุ้นบุริมสิทธิ 1% ที่เชื่อมโยงกับบุคคลใกล้ชิดนักการเมือง
“ศิริโชค” เปิดปม “ไอเดียร์” บริจาคเงินให้ภูมิใจไทย โยงข้อสงสัยที่มาของทรัพย์สิน
ศิริโชค โสภา ตั้งคำถามเงินบริจาค 150,000 บาทให้พรรคภูมิใจไทยจากสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ท่ามกลางทรัพย์สินรวมเกือบ 2,000 ล้านบาท และข้อสงสัยเรื่องที่มาของความมั่งคั่ง
“นงนุช เวิลด์ พัทยา” จับมือ Ctrip รุกตลาดโลก ชู Family Destination หนุนท่องเที่ยวไทย
นงนุช เวิลด์ พัทยา ลงนามบันทึกความเข้าใจกับ Ctrip เพื่อขยายการตลาดผ่าน Trip.com และเพิ่มโอกาสเข้าถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติในตลาดนานาชาติ




