
"วิกฤติเศรษฐกิจไทย" โจทย์ใหญ่ที่ต้องแก้ - สุพันธุ์ มงคลสุธี | Opinion Leader EP.7
“วิกฤติเศรษฐกิจ” ของประเทศ โจทย์ใหญ่ที่ต้องแก้ จากเหตุการณ์สงคราม รัสเซีย-ยูเครน ที่ส่งผลกระทบเรื่องการกีดกันการค้าระหว่างประเทศ และ “หนี้สาธารณะ” ของประเทศที่ไม่มีท่าทีที่จะลดลง
รับชมบทสัมภาษณ์ สุพันธุ์ มงคลสุธี รองหัวหน้า และหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ พรรคไทยสร้างไทย ในเรื่องของวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศ และของโลก
The Modernist : โจทย์ใหญ่ที่ต้องแก้ของประเทศไทยคือ?
สุพันธุ์ : ปัญหาที่เป็นประเด็นใหญ่ที่สุดไม่ว่าจะเป็นโลกตะวันตกหรือตะวันออกคือปัญหาการกีดกันทางด้านการค้าจากผลของสงครามรัสเซีย-ยูเครนจะเห็นได้ว่าเศรษฐกิจโลกเริ่มถดถอยลงเหมือนกัน ทำให้ราคาพลังงานทั่วโลกมีราคาสูงขึ้น จากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้เราขาดดุลการค้าซึ่งเกิดต่อเนื่องมา 3 ปีแล้วและหนี้สาธารณะและหนี้ครัวเรือนไม่สามารถลดได้ อันนี้น่าเป็นห่วง ประกอบกับรัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ ทำให้การทำงานต่างๆ หยุดชะงัก ปล่อยเกียร์ว่างหมด ทำให้การพัฒนาการทางเศรษฐกิจของประเทศช่วงแรกของปีนี้เป็นไปอย่างยากลำบาก
The Modernist : มีความหวังไหม?
สุพันธุ์ : ต้องยอมรับว่าประเทศไทยเราโชคดี มีภูมิชัยภูมิที่ดีและที่โลกสร้างเอาไว้มากมาย ทำให้ทุกคนอยากมาประเทศไทย เพราะฉะนั้นการท่องเที่ยวทุกประเทศเปิดหมด ขั้นตอนง่ายและคาดการณ์ว่านักท่องเที่ยวในปีนี้อาจจะแตะ 25 ล้านคนพร้อมกับการท่องเที่ยวมีคุณภาพ ทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวโดยเฉพาะคนที่อยู่ในภาคการท่องเที่ยวจะได้รับอานิสงฆ์ตรงนี้
The Modernist : ไปต่อยังไง?
สุพันธุ์ : รัฐได้มีการอนุมัติงบประมาณปีแล้ว การที่จะทำให้เกิดการผลันดันงบประมาณ โดยเฉพาะนักการเมืองอยากใช้งบประมาณมาก จะได้มีการขับเคลื่อนอย่างรวดเร็วในครึ่งปีแรก
The Modernist : ท่ามกลางวิกฤตยังมีโอกาส
สุพันธุ์ : ด้านการลงทุน ด้วยเหตุผลทางภูมิ-รัฐศาสตร์จะทำให้สหรัฐและชาติตะวันตกย้ายฐานการผลิตจากจีนมายังภูมิภาคอาเซียน โดยไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีเสน่ห์และน่าลงทุน พร้อมกันตลาดทุนของสิงคโปร์และฮ่องกงอ่อนแอลงอย่างชัดเจนและไทยยังสามารถเป็นตลาดทุนในภูมิภาคนี้ได้ในอนาคต
The Modernist : จุดแข็ง การส่งออก
สุพันธุ์ : food security ในปีที่ผ่านมาการส่งออกทางด้านเกษตรและอาหารเราดีขึ้นอย่างชัดเจน เราได้เปรียบในชัยภูมิและภูมิประเทศ เราเป็นประเทศเกษตรกรรมพร้อมกับสามารถแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรส่งออกได้เยอะมากและเป็นที่ยอมรับของทั่วโลก พร้อมกับภาคเอกชนในประเทศมีความแข็งแกร่งอยู่แล้วทำให้พวกเขาปรับตัวอย่างรวดเร็วและส่งออกสินค้าประเภทนี้ได้มากยิ่งขึ้น
The Modernist : ความหวังหลังการเลือกตั้ง
สุพันธุ์ : ในช่วงต้นปีนี้มีการใช้เงินมากที่สุดในประวัติศาสตร์ และการใช้เงินนี้มีโอกาสเข้าถึงประชาชนโดยชัดเจน หลังการเลือกตั้งจะได้รัฐบาลชุดใหม่มา และรัฐบาลชุดดังกล่าวต้องมีเอกภาพมากกว่าชุดปัจจุบันอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นในช่วง honeymoon period จึงเป็นช่วงที่พรรคต่างๆ งัดนโยบายออกมาเสนอกับประชาชน เพราะฉะนั้นในช่วงครึ่งปีหลังรัฐบาลจะมีเสถียรภาพมากขึ้น การผลักดัน การใช้งบประมาณต่างๆมันก็จะดีขึ้น
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Opinion Leader →ประเทศไทยในวันที่พวกเราจะกลายเป็นแค่ "ผู้เช่า" ในแผ่นดินเกิด!...
ไทยกำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจและการเมืองที่ลึกซึ้ง โดยทุนใหญ่ย้ายฐาน SME ตกงาน และระบบราชการล้าหลัง ตามสัญญาณเตือนจาก IMF และธนาคารโลก
หมากในเกมศึกซักฟอก..เมื่อ 'มารยาท' มันค้ำคอ
บทความวิเคราะห์การอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา โดยเน้นท่าทีและจุดยืนของพรรคการเมืองต่อประเด็นคดีฮั้วเลือกตั้ง ส.ว. และความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย
“ศิริโชค” จี้สอบลึกบ่อน Shuffle สั่งบล็อกคนไทยหนีการตรวจสอบ ! เปิดปมหุ้นบุริมสิทธิ 1 % เชื่อมโยงการเมืองหรือไม่ ?
เว็บพนันออนไลน์ Shuffle ประกาศปิดกั้นผู้เล่นจากไทย ท่ามกลางการตรวจสอบเส้นทางเงินและสัดส่วนหุ้นบุริมสิทธิ 1% ที่เชื่อมโยงกับบุคคลใกล้ชิดนักการเมือง
“ศิริโชค” เปิดปม “ไอเดียร์” บริจาคเงินให้ภูมิใจไทย โยงข้อสงสัยที่มาของทรัพย์สิน
ศิริโชค โสภา ตั้งคำถามเงินบริจาค 150,000 บาทให้พรรคภูมิใจไทยจากสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ท่ามกลางทรัพย์สินรวมเกือบ 2,000 ล้านบาท และข้อสงสัยเรื่องที่มาของความมั่งคั่ง



