ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Live · Breaking
สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทยย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืมจับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?“สามฉากทัศน์ใน ฮอร์มุซ“ เมื่อสหรัฐ ‘คุมทาง’ จีน ‘ต้องใช้ทาง’ และอิหร่าน ‘อยู่บนทาง’”ตะวันออกกลางตึงเครียดอีกครั้ง CENTCOM ประกาศเริ่มปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซสวนนงนุช จัดใหญ่ มหาสงกรานต์ดอกไม้บานรู้จัก CENTCOM หน่วยงานที่ถูกกล่าวถึงมากสุดในเวลานี้สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทยย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืมจับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?“สามฉากทัศน์ใน ฮอร์มุซ“ เมื่อสหรัฐ ‘คุมทาง’ จีน ‘ต้องใช้ทาง’ และอิหร่าน ‘อยู่บนทาง’”ตะวันออกกลางตึงเครียดอีกครั้ง CENTCOM ประกาศเริ่มปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซสวนนงนุช จัดใหญ่ มหาสงกรานต์ดอกไม้บานรู้จัก CENTCOM หน่วยงานที่ถูกกล่าวถึงมากสุดในเวลานี้
The Insight News
มันตลกมาก ที่ต้องมาเล่นตามกติกาของคนทำ “รัฐประหาร” – จอห์น วิญญู | Opinion Leader EP.03

มันตลกมาก ที่ต้องมาเล่นตามกติกาของคนทำ “รัฐประหาร” – จอห์น วิญญู | Opinion Leader EP.03

ระวี ตะวันธรงค์
ระวี ตะวันธรงค์
กองบรรณาธิการ
1 min read

Opinion Leader สัปดาห์นี้ ชวนพูดคุยกับ “จอห์น – วิญญู วงศ์สุรวัฒน์” John Winyu พิธีกรและดีเจหนุ่มชื่อดัง ที่พลิกผันชีวิตมาสู่การทำสื่ออิสระ เพื่อขับเคลื่อนประเด็นเชิงสังคมและการเมือง ภายใต้ชื่อ SpokeDark TV และ Daily Topics

กับบทสนทนาเหตุบ้านการเมืองตลอดช่วง 8 ปี นับตั้งแต่การรัฐประหารครั้งล่าสุดเมื่อปี 2557 ทั้งเรื่องรัฐธรรมนูญ อำนาจ ส.ว. ความพร้อมของประชาธิปไตย และการเลือกตั้งครั้งใหม่ที่จะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้

จอห์น : สวัสดีครับ ผมจอห์น วิญญูครับ จาก SpokeDark TV หลายคนอาจจะคุ้นเคยกันจาก Daily Topics และ เจาะข่าวตื้นครับ

The Modernist : อดีตไทยคือเสือตัวที่ 5 ปัจจุบันคือลูกเสือ?

จอห์น : อันนี้ใจดีมาก ใช้คำว่าลูกเสือ ถ้าเป็นสื่ออื่นๆในช่วงที่ผ่านมาเขาเรียกกันว่าเป็นเห็บสุนัขอะไรแบบนี้ มันก็มี มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้าเหมือนกันที่เรามาถึงจุดนี้ได้ เพราะอย่างล่าสุดตอนนี้มาเลเซีย GDP จะโตสูงไปกว่าเราไปอีก และอินโดนีเซียก็ข้ามเราไปเพราะเป็นประชาธิปไตย เวียดนามถึงแม้จะไม่ใช่ประชาธิปไตยก็มีเสถียรภาพทางการเมืองมาก เพราะฉะนั้นไม่แปลกใจที่นักลงทุนต่างชาติไปที่นั่นเยอะ ไทยเราก็หนักครับ ในยุคสมัยที่รัฐบาลเราทำรัฐประหาร คณะรัฐประหารที่สืบทอดอำนาจมาจาก คสช. ก็ชัดเจนครับ ความสามารถก็ไม่มี ผลประโยชน์ของประชาชนก็ไม่ได้มาเป็นอันดับ 1 ใน agenda ของพวกเขา น่าจะเป็นการรักษาอำนาจมากกว่า อีกอันหนึ่งก็คงเป็นนักลงทุนไม่มีความเชื่อมันอยู่แล้วที่จะมาลงทุนในประเทศที่มีการทำรัฐประหารเกินกว่า 10 ครั้งและก็สำเร็จเกิน 10 ครั้งด้วยก็ไม่น่าแปลกใจ ถือเป็นเรื่องที่น่าเศร้าสำหรับคนไทย

The Modernist : วาทกรรมเลือกตั้ง = ประชาธิปไตย

จอห์น : ถ้าคนที่สนับสนุนเผด็จการ หรือเห็นดีเห็นงามในการทำรัฐประหาร ก็คงจะมองอย่างงั้นอยู่แล้ว เอ้ามีการเลือกตั้งแล้ว ก็เป็นประชาธิปไตยแล้วไง ซึ่งมันไม่ใช่อยู่แล้ว มันมีหลายปัจจัยที่เราจะต้องคำนึงถึง การมีส่วนร่วมของประชาชน ร่างรัฐธรรมนูญที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง จะมาบอกว่าการทำประชามติถือเป็นการมีส่วนร่วมของประชาชนแล้วมันไม่ใช่ จริงๆแล้วถ้าจะนับหรือได้รับการยอมรับมันควรมาจาก สสร.หรือคนที่เป็นตัวแทนของประชาชนมาร่วมร่างจริงๆ และก็ยังมีเรื่องที่จับคนโหวต NO ต่างๆก็มีด้วยเหมือนกัน เพราะฉะนั้นความเป็นประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญปี 60 มันก็ชัดเจนว่ามันไม่เป็นประชาธิปไตยเท่าไหร่

The Modernist : คิดอย่างไรกับอำนาจของ สว.

จอห์น : แน่นอนอยู่แล้ว ในเมื่อ สว. ไม่ได้มาจากประชาชน ถึงแม้จะมีการอ้างว่า สว.คือส่วนหนึ่งระบอบนี้หรือเป็นส่วนหนึ่งของระบอบประชาธิปไตย เพราะประชาชนก็ผ่านประชามติให้มี สว. ซึ่งมันก็ฟังดูไม่ขึ้น ถ้าใช้ศัพท์วัยรุ่นก็คือแถ มันดู แถ ไปนิดนึง และก็เป็นการเถียงกันที่มันไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของประชาธิปไตยอยู่แล้วแหล่ะ การมีอยู่ของ สว. และการที่อำนาจของ สว. ในการโหวตนายกฯ ยังคงมีอยู่ก็ไม่ใช่ประชาธิปไตย อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของการขัดขวางการเป็นประชาธิปไตยและก็ขัดขวางเจตจำนงค์ของประชาชนที่แท้จริง

The Modernist : มองอย่างไรกับคำว่า “ประเทศไทยไม่พร้อมสำหรับประชาธิปไตย”

จอห์น : ผมมองว่าคนที่ไม่พร้อมคือคนที่กุมอำนาจไว้มากกว่า ไม่ว่าจะเป้นอำนาจระดับไหนก็ตาม จะสูงสุดลงมาข้างล่าง แค่จะปลายน้ำเอาเพราะที่เราอยู่ในวงวน 8-9 ปีผมว่าผู้มีอำนาจจากบนสุดลงมาจนถึงคนที่มีอำนาจเล็กน้อยต่างๆ บางทีหลายๆคนกังวลที่จะปล่อยอำนาจนั้นไป ผมว่าประชาชนพร้อมล่ะครับ และก็พร้อมมานานแล้วด้วย เพียงแต่ว่าคนที่กุมอำนาจไว้และคนที่ได้มาซึ่งอำนาจอย่างไม่ถูกต้องเนี่ย น่าจะเป็นคนที่ไม่พร้อมที่จะปล่อยอำนาจไว้มากกว่า

The Modernist : หลังเลือกตั้งจะเปลี่ยนไหม?

จอห์น : ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผลการเลือกตั้งครั้งนี้ผลมันจะออกมาเป็นอย่างไร ก็มีการพูดถึงการแลนด์สไลค์ บอกคนก็บอกว่าตั้งตอกเสาเข็ม บางคนก็บอกว่ามี สว. 250 คนอยู่ มันมีหลายสูตรเหลือเกิน ผมไม่กล้าฟังธงหรอก ผมว่า 8 ปีที่ผ่านมาและหลังการเลือกตั้งปี 62 มันก็เป็นการแสดงให้เห็นค่อนข้างชัดพอสมควรว่าคนที่มีบทบาทในเรื่องของการเมือง ไม่ว่าจะมาจากพรรคไหน จากกองทัพ จากส่วนไหนอะไรก็ตาม มันมีการเปลือยให้เห็นกันไปแล้วในระดับหนึ่งว่า คนเหล่านี้เป็นคนแบบไหน คนพูดมีความน่าเชื่อถือขนาดไหน หรือว่าความกลับกรอ หรือว่าคำแบบว่า เล่นเกมเก่ง อะไรแบบนี้ คนที่วางตัวเก่ง ผมว่าประชาชนก็เรียนรู้ครับ ถ้าประชาชนยังจะเอาแบบเดิมเราก็ไม่รู้จะยังไง สำหรับผมค่อนข้างมีความหวังและมีความศรัทธาในประชาชนคนไทยที่จะไม่อยู่กันแบบนี้กันต่อไปเพราะตอนนี้มันแย่มากๆ ผมคิดว่าคนส่วนใหญ่มากกว่าด้วยซ้ำ ผมคิดว่าคน 1% สบายแต่ 99% ลำบาก ไม่ลุกขึ้นทำอะไรสักอย่าง ไม่ออกมาแสดงพลัง ไม่ออกมาเลือกตั้ง ไม่ออกมาขับไล่ความย่ำแย่นี้ออกไปมันก็ไม่รู้จะทำอย่างไรครับ แต่อย่างที่ผมบอก คนเราคิดได้กันอยู่แล้วล่ะ โดยพาะคนไทยนะ

The Modernist : มีความหวังไหม?

จอห์น : ความหวังแรก ผมคิดว่าคือการที่เราจะได้เลือกตั้ง ผมเองก็หวังเพราะผมก็อยากเลือกตั้ง ผมรู้สึกว่ามันต้องเลือกตั้งแล้ว ทั้งๆที่มันตลกมากเลยนะที่เราต้องมาเล่นตามกติกาของคนที่ทำรัฐประหาร ซึ่งแม้เขาจะอ้างว่ามาจากประชามติ มันก็มาตามครรลองนู่นนั่นนี้ ศาลรัฐธรรมนูญด้วย อันนั่นด้วย อันนี้ด้วย แต่จะไม่พูดถึงที่มาที่ไป การต่ออายุอะไรกันเลยเนอะ โอเค ไม่พูดเรื่องนั้นก็ได้ ความหวังแรกของผมก็คืออยากเลือกตั้ง อันดับต่อมาของผมก็คือ อำนาจการบริหารอะไรต่างๆก็เป็นของรัฐบาลที่มีเสียงที่เข้มแข็ง ช่วงที่ผ่านมาเราเห็นค่อนข้างชัดเจนว่า รัฐบาลที่มีพรรคร่วมมากมายแบบนี้มันสร้างความวุ่นวายขนาดไหน และก็ประเทศชาติแบบว่าเคลื่อนที่หรือพัฒนาได้อย่างแบบอืดมากเหมือนหอยทาก แทบไม่ไปไหนเลย มันไม่ได้ทำให้ประชาชนรู้สึกถึงความหวังหรือว่าความพัฒนาของประเทศเลยอะไรแบบนี้

The Modernist : ฝากอะไรกับคนรุ่นใหม่

จอห์น : เมื่อสังคมมันเป็นประชาธิปไตย เศรษฐกิจมันก็จะดีขึ้น ต่างชาติมีความเชื่อมั่นในเรามากขึ้น เขาก็มาเที่ยวในประเทศเรามากขึ้น เขาเอาเงินมาลงทุนในประเทศเรามากขึ้น เขาหอบหิ้วอะไรต่างๆมาลงทุนในประเทศ เอาโรงงานมาตั้งในประเทศเรามากขึ้น เศรษฐกิจหมุนเวียนเงินจับจ่ายอะไรต่างๆมากยิ่งขึ้น ทุกคนที่อู้ฟู่ขึ้น บริษัทต่างๆก็รวยมากขึ้น คนมีความเท่าเทียมมากขึ้น ประชาชนก็มีความอยู่ดีกินดีมากขึ้น อิ่มท้องมากขึ้น โอกาสต่างๆก็มีมากขึ้น จากพวกพี่ทำรายการทีวีเมื่อก่อนอาจจะมีก่อนรัฐประหารโอกาสมีมากมาย หลังรัฐประหารคือหดลดลง เหลือแค่อยู่ไม่กี่คนที่เข้าถึงผู้มีอำนาจ เข้าถึงโอกาสได้ แต่เมื่อเป็นประชาธิปไตย โอกาสมันมีถ้วนหน้ามากยิ่งขึ้น ทุกคนก็มีโอกาสมากขึ้น น้องทำรายการ น้องทำงานวิจัย น้องอยากทำธุรกิจ น้องอยากจะเดินตามฝันเรื่องนั้นเรื่องนี้ น้องจะมีโอกาสมากยิ่งขึ้น

ระวี ตะวันธรงค์
Author

ระวี ตะวันธรงค์

แชร์บทความนี้

ช่วยกระจายข่าวเชิงลึกให้คนมากขึ้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูในหมวด Opinion Leader

ย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืม

ภาพเฮลิคอปเตอร์อพยพผู้คนจากสถานทูตสหรัฐฯ ในไซง่อนปี 1975 เป็นสัญลักษณ์ความพ่ายแพ้ของอเมริกาในสงครามเวียดนาม บทเรียนจากความหวาดระแวง กลยุทธ์ผิดพลาด และการประเมินคู่ต่อสู้ต่ำเกินไป.

Srawut··1 min read

จับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  

การเจรจารอบ 2 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีความสำคัญต่อเสถียรภาพตะวันออกกลางและเศรษฐกิจโลก โดยมีโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นแกนหลักของความขัดแย้ง

Srawut··1 min read

เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?

สหรัฐอเมริกาประกาศปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ หลังการเจรจากับอิหร่านล้มเหลว สถานการณ์นี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเผชิญหน้าทางทหารและวิกฤตพลังงานโลก

Srawut··1 min read

“สามฉากทัศน์ใน ฮอร์มุซ“ เมื่อสหรัฐ ‘คุมทาง’ จีน ‘ต้องใช้ทาง’ และอิหร่าน ‘อยู่บนทาง’”

สหรัฐเริ่มสกัดกั้นเรือเข้า-ออกท่าเรืออิหร่านผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะจีนประกาศต้องการเข้าถึงพลังงาน สร้างเกมมหาอำนาจสามเหลี่ยมที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง

Srawut··1 min read