ในแวดวงการเมืองไทย เรามักคุ้นชินกับภาพ “บ้านใหญ่” ที่คุมฐานเสียงตามหัวเมืองต่างๆ ผ่านเครือข่ายหัวคะแนนและระบบอุปถัมภ์ที่หยั่งรากลึก แต่หากขยับแว่นขยายมาส่องดูการเมืองในสมรภูมิแรงงาน เราจะพบกับโครงสร้างอำนาจที่ซับซ้อนไม่แพ้กัน
และ ณ ใจกลางของโครงข่ายอำนาจนั้น มีคนผู้หนึ่งที่ยืนตระหง่านมานานกว่าครึ่งศตวรรษ เขาคือ “พนัส ไทยล้วน” ผู้ที่เรียกขานตัวเองว่า “พ่อมดประกันสังคม”
หากจะถอดรหัสความคิดผู้ชายคนนี้ เราต้องทิ้งภาพจำของผู้นำแรงงานที่ผูกผ้าโพกหัว ตะโกนผ่านโทรโข่งหน้าทำเนียบรัฐบาล เพราะบนกระดานหมากรุกแห่งอำนาจ “พนัส” คือ “เสนาธิการ” ที่ถนัดการเดินเกมหลังม่านมากกว่าการออกไปปะทะตรงๆ
1. จากนักกลยุทธ์ สู่ผู้คุมกระดานสภาแรงงาน
ย้อนกลับไปก่อนเหตุการณ์ 6 ตุลาคม ปี 2519 ในขณะที่ผู้นำแรงงานหลายคนเลือกเส้นทางมวลชน “พนัส” ซึ่งเริ่มต้นจากสหภาพแรงงานการรถไฟแห่งประเทศไทย เลือกที่จะเป็นนักวางกลยุทธ์ เขาเข้าใจดีว่าการจะกุมอำนาจเบ็ดเสร็จ ไม่ใช่แค่การมีมวลชนเยอะ แต่คือการคุมเกมในสภา
ผลงานชิ้นโบแดงที่ทำให้คนในวงการต้องจดจำ คือการจับมือกับกลุ่มอิทธิพลแรงงานในยุคนั้นอย่าง “กลุ่มสวัสดิ์-อาหมัด” โค่นล้มขั้วอำนาจเก่าของ “ไพศาล ธวัชชัยนันท์” ลงได้สำเร็จ การรัฐประหารเงียบในสภาแรงงานครั้งนั้น คือจุดเริ่มต้นของตำนานที่พิสูจน์ให้เห็นว่า “พนัส” เข้าใจศิลปะแห่งการสถาปนาอำนาจอย่างถ่องแท้
และเมื่อจังหวะเวลาสุกงอม “พนัส” ได้ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในฐานะ “ประธานสภาองค์การลูกจ้างแรงงานแห่งประเทศไทย” กุมเครือข่ายสหภาพแรงงานกว่า 286 แห่งทั่วประเทศ เปลี่ยนสถานะจากนักเคลื่อนไหว สู่ตัวแทนผู้ใช้แรงงานระดับชาติ ที่นั่งเจรจากับรัฐมนตรี และบินไปเวทีระดับโลกอย่าง “องค์การแรงงานระหว่างประเทศ” ที่เจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

2. บอร์ดประกันสังคม 8 สมัย
แต่ตำแหน่งในสภาแรงงานยังไม่ทรงพลังเท่ากับพื้นที่จัดสรรผลประโยชน์อย่าง “คณะกรรมการประกันสังคม”
โดยบอร์ดประกันสังคมทำงานภายใต้ระบบ “ไตรภาคี” (รัฐ 6 เสียง ตัวแทนลูกจ้าง 7 เสียง ตัวแทนนายจ้าง 7 เสียง) “พนัส” ได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนฝ่ายผู้ประกันตนในบอร์ดประกันสังคมถึง 8 สมัย การนั่งในบอร์ดที่คุมเม็ดเงินกองทุนระดับ “ล้านล้านบาท” ทำให้เขามีอำนาจกำหนดทิศทางการใช้งบประมาณ นี่คือจุดเริ่มต้นของฉายาที่เขาตั้งให้กับตัวเองว่า “พ่อมดประกันสังคม”
เวทมนตร์ของเขาไม่ใช่คาถาอาคม แต่คือการใช้งบประมาณบริหารจัดการ แปลงเป็นความรู้สึกผูกพันของมวลชน นโยบายที่ดูเรียบง่ายอย่างการแจกปฏิทิน แจกของขวัญ หรือจัดงานวันแรงงาน คือกลไกชั้นยอดในการสร้างระบบอุปถัมภ์ที่จับต้องได้
3. แพ้เลือกตั้ง แต่ยังทรงอิทธิพล
อำนาจของ “พนัส” ถึงคราวสั่นคลอนในการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ปี 2566 เมื่อกระแสการเมืองระดับชาติพัดพา “ทีมประกันสังคมก้าวหน้า” เข้ามากวาดที่นั่งฝ่ายลูกจ้างไปได้ถึง 6 จาก 7 ที่นั่ง ส่งผลให้ “พนัส” หลุดจากกระดานอำนาจในเชิงนิตินัย
แม้ปัจจุบัน “พนัส” จะไม่มีสิทธิโหวตในบอร์ดประกันสังคม แต่ในเชิงพฤตินัย จากการดำรงตำแหน่ง “ประธานสภาองค์การลูกจ้างแรงงานแห่งประเทศไทย” ก็ยังคงทำให้เขาเป็นผู้ทรงอิทธิพลในระบบแรงงานไทย
อีกทั้งสายสัมพันธ์ที่แนบชิดกับข้าราชการระดับสูงในกระทรวงแรงงาน และสามารถยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐมนตรีได้โดยตรง การเคลื่อนไหวของเขาสามารถปลุกระดมฐานเสียงผู้ประกันตนที่รู้สึกสูญเสียผลประโยชน์ยิบย่อย ให้ลุกขึ้นมาตั้งคำถาม และกดดันการทำงานของบอร์ดชุดปัจจุบันได้อย่างมีนัยยะ
4. ศึกปฏิทิน ระหว่างอำนาจเก่า VS อำนาจใหม่
เมื่อขั้วอำนาจใหม่เข้ามาบริหาร “งบทำปฏิทินแจกผู้ประกันตน” กลับกลายเป็นชนวนแตกหัก โดยทีมบอร์ดชุดปัจจุบันมองว่า งบทำปฏิทินตลอด 20 ปี ผลาญเงินไปนับพันล้านบาท ควรตัดทิ้งแล้วนำไปเพิ่มสิทธิประโยชน์พื้นฐาน อย่างค่าทำฟัน หรือเงินสงเคราะห์บุตร ฯลฯ
แต่สำหรับ “พนัส” นี่คือการทุบหม้อข้าวและรื้อถอนเครือข่ายที่เขาสร้างมา เขาเปิดหน้าชนทันที โดยใช้หมวกประธานสภาองค์การลูกจ้างฯ ออกมาตอบโต้อย่างดุเดือดว่า ปฏิทินต้นทุนแค่ 10 บาท คือการคืนกำไรให้กับผู้ประกันตน
พร้อมประกาศกร้าวว่า “สิงโตเดินหน้า ไม่เคยหันมามองเวลาหมาเห่า” และเตรียมชูนโยบายทวงคืนปฏิทิน เพื่อสู้ศึกเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมในเดือนกันยายน ปี 2569

5. ข้อสังเกตทิ้งท้าย
ปรากฏการณ์ความขัดแย้งนี้ชวนให้ขบคิดว่า ท้ายที่สุดแล้วการเมืองของผู้ใช้แรงงานไทยกำลังเดินไปในทิศทางใด?
นี่คือ “สงครามตัวแทน” ที่ชัดเจนที่สุด ระหว่าง “ระบบอุปถัมภ์แบบจับต้องได้” ที่ให้ผลประโยชน์เฉพาะหน้าตรงถึงมือ กับ “สวัสดิการเชิงโครงสร้าง” ที่มุ่งผลระยะยาว แต่อาจดูไกลตัว
ศึกเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมปี 2569 จึงไม่ใช่แค่การชี้ชะตาว่า “พนัส ไทยล้วน” จะกลับมาทวงคืนเก้าอี้บอร์ดประกันสังคมได้หรือไม่ แต่มันคือบททดสอบครั้งสำคัญของสังคมไทย ว่าระหว่างการเมืองระบบ “บ้านใหญ่สายแรงงาน” ที่หยั่งรากลึก กับ “อุดมการณ์ใหม่” ที่พยายามรื้อถอนโครงสร้างเดิม… ฝ่ายใดจะสามารถครองใจแรงงานไทย…ได้มากกว่ากัน
บทความโดย ศราวุธ เอี่ยมเซี่ยม
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →สรุปการแถลงของ “สนธิ ลิ้มทองกุล” ทวงคืนประเทศไทย
สนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แถลงข่าวใหญ่เพื่อทวงคืนประเทศไทยภายใต้แนวคิด "เอาประเทศไทยของเราคืนมา" โดยมุ่งตรวจสอบการทุจริตและปกป้องอธิปไตย
หมดเวลาเรียน AI เดิมๆ AI Agent อัปเกรดเป็น Astra = JARVIS
AI agent ASTRA ยุคใหม่เปลี่ยนวิธีการสร้างเนื้อหา ความน่าเชื่อถือและคุณค่าต่อสังคมกลายเป็นตัวชี้วัดสำคัญแทนความเร็วการผลิต
ผลโพลเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ. นนทบุรี ! “นฤพนธ์” ยืนหนึ่ง แบรนด์ผึ้งหลวง ยังทรงพลัง
นนทบุรีเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ. โพลล่าสุดแสดง "นฤพนธ์" นำด้วย 37.27% จากแบรนด์ผึ้งหลวง ขณะ "เดชรัต" ของพรรคประชาชนได้ 27.55%
ประชุมบอร์ด Data Center นัดแรก ! เร่งจัดระเบียบ ปิดช่องโหว่กฎหมาย
นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานประชุมคณะกรรมการนโยบายดาต้าเซ็นเตอร์แห่งชาติ ครั้งที่ 1 เพื่อจัดระเบียบและปิดช่องโหว่กฎหมายในการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์




