ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Live · Breaking
ระบอบอากง ไม่ส่งผลกระทบ ! โพลชี้ “ชัชชาติ” ยังนำห่าง 67.30 %หนี้ภาษีหุ้นชินคอร์ป ทักษิณจะดึงเกม ยอมจ่าย หรือเลือกล้มละลาย ?“สามารถ” ผ่าเบื้องลึก รถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน กลายเป็นฝันค้างรู้จัก “พนัส ไทยล้วน” ผู้ที่เรียกตัวเองว่า “พ่อมดประกันสังคม”รู้จัก “ต่อศักดิ์ โชติมงคล” กุนซือชัชชาติ ที่มาวาทกรรม “ระบอบอากง”TH-AI Passport ระเบิดเวลาภูมิใจไทย ! หาก “ไชยชนก” ดันทุรัง“สุรพล นิติไกรพจน์” อดีต สนช. สู่กุนซือทีมผู้ว่าฯ พรรคประชาชนไทยกำลังเสียอธิปไตยในการสื่อสาร จากสิทธิขั้นพื้นฐานของรัฐธรรมนูญระบอบอากง ไม่ส่งผลกระทบ ! โพลชี้ “ชัชชาติ” ยังนำห่าง 67.30 %หนี้ภาษีหุ้นชินคอร์ป ทักษิณจะดึงเกม ยอมจ่าย หรือเลือกล้มละลาย ?“สามารถ” ผ่าเบื้องลึก รถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน กลายเป็นฝันค้างรู้จัก “พนัส ไทยล้วน” ผู้ที่เรียกตัวเองว่า “พ่อมดประกันสังคม”รู้จัก “ต่อศักดิ์ โชติมงคล” กุนซือชัชชาติ ที่มาวาทกรรม “ระบอบอากง”TH-AI Passport ระเบิดเวลาภูมิใจไทย ! หาก “ไชยชนก” ดันทุรัง“สุรพล นิติไกรพจน์” อดีต สนช. สู่กุนซือทีมผู้ว่าฯ พรรคประชาชนไทยกำลังเสียอธิปไตยในการสื่อสาร จากสิทธิขั้นพื้นฐานของรัฐธรรมนูญ
The Insight News
“พรรคเพื่อไทย” จะกลับมาได้ ! ต้องกล้าผ่าตัดครั้งใหญ่

“พรรคเพื่อไทย” จะกลับมาได้ ! ต้องกล้าผ่าตัดครั้งใหญ่

Srawut
Srawut
กองบรรณาธิการ
1 min read

“พรรคเพื่อไทย” กำลังเผชิญวิกฤตศรัทธาและความเปราะบางทางการเมือง “การกลับมา” ต้องกล้าผ่าตัดครั้งใหญ่ กอบกู้ความเชื่อมั่น เพื่อยืนหยัดในสนามการเมืองไทย

“ยกเครื่องพรรค-ยกเครื่องประเทศ” อีเวนต์ใหญ่ของ “พรรคเพื่อไทย” เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568 เพื่อตอกย้ำแคมเปญ “เพื่อไทยจะกลับมา” ซึ่งบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างยิ่งใหญ่ หวังเรียกความเชื่อมั่นอย่างเต็มที่

แต่นั่นเป็นภาพที่ทางพรรคต้องการให้เห็น ในความเป็นจริงในวันนี้ สถานการณ์ของ “พรรคเพื่อไทย” ซับซ้อนและเปราะบางกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา การจะวิเคราะห์ว่าพรรคจะกลับมาได้หรือไม่นั้น ต้องมองผ่านปัจจัยหลายชั้นที่ทับถมกันอยู่

1. ศักยภาพการกลับมา: เมื่อจุดแข็งถูกบั่นทอน

การประเมินโอกาสของพรรคเพื่อไทย ต้องชั่งน้ำหนักระหว่าง “ต้นทุนเดิม” ที่ยังพอมีอยู่ กับ “วิกฤตใหม่” ที่รุนแรงกว่าเดิม

1.1 ปัจจัยหนุน (ที่อ่อนแรงลง)

– แบรนด์และเครือข่าย

ในพื้นที่ภาคเหนือและอีสานตอนบน แบรนด์ของพรรคและเครือข่าย สส. บ้านใหญ่ยังคงเป็นสินทรัพย์สำคัญ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าความภักดีนี้เริ่มสั่นคลอน

– ประสบการณ์บริหาร

ภาพลักษณ์ “พรรคทำงานเป็น” และมีประสบการณ์ ยังคงเป็นจุดขายเมื่อเทียบกับพรรคการเมืองอื่น แต่ภาพนี้ก็ถูกทำลายความน่าเชื่อถือลงไปมาก จากการเป็นรัฐบาลมา 2 ปี แต่ไม่มีผลงานที่เด่นชัด

– ความผิดพลาดของคู่แข่ง

โอกาสของ “เพื่อไทย” ยังขึ้นอยู่กับความผิดพลาดของรัฐบาลปัจจุบัน หากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจหรือเสถียรภาพทางการเมือง “เพื่อไทย” อาจถูกมองเป็น “ทางเลือกที่คุ้นเคย”

1.2 อุปสรรคสำคัญ วิกฤตศรัทธาสองชั้น (ที่รุนแรงและซับซ้อนขึ้น)

ชั้นที่หนึ่ง : การข้ามขั้วทางการเมือง

การตัดสินใจ “ข้ามขั้ว” จัดตั้งรัฐบาลครั้งก่อน ได้ทำลายความไว้วางใจของฐานเสียงฝั่งประชาธิไตยที่เคยเป็นผนังทองแดงของพรรค ทำให้คนกลุ่มนี้ย้ายไปสนับสนุน “พรรคประชาชน” เป็นจำนวนมาก

ชั้นที่สอง : การสั่นคลอนผลประโยชน์ชาติ

วิกฤต “คลิปเสียงฮุนเซน” ได้ซ้ำเติมวิกฤตศรัทธาให้เลวร้ายลงไปอีก เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องอุดมการณ์ แต่เป็นการตั้งคำถามถึงความสามารถในการปกป้อง “อธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ”

ซึ่งเป็นเรื่องที่กระทบความรู้สึกของคนไทยในวงกว้าง โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนอีสานใต้ที่อ่อนไหวกับประเด็นนี้เป็นพิเศษ มันได้เปลี่ยนฐานที่มั่นที่เคยแข็งแกร่งที่สุดให้กลายเป็นพื้นที่ที่ไม่แน่นอนอีกต่อไป

1.3 ภาวะผู้นำที่เป็นสัญลักษณ์ของวิกฤต

“แพทองธาร ชินวัตร” ซึ่งเคยถูกวางตัวเป็นความหวังและตัวแทนคนรุ่นใหม่ บัดนี้กลับกลายเป็นสัญลักษณ์ของความผิดพลาดครั้งรุนแรงที่สุดของพรรคเสียเอง สิ่งนี้สร้าง “ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก”

เพราะตราบใดที่ผู้นำยังเป็นศูนย์กลางของปัญหา การจะก้าวข้ามปัญหาเพื่อสร้างความเชื่อมั่นใหม่จึงเป็นเรื่องที่ยากอย่างยิ่ง

1.4 คู่แข่งที่ชัดเจน

“พรรคประชาชน”ไม่เพียงแต่แย่งฐานเสียงคนรุ่นใหม่ แต่ยังสามารถวางตัวเป็น “ผู้ปกป้องหลักการ” ที่แท้จริงได้อย่างโดดเด่น ทำให้ “เพื่อไทย” ที่เคยเป็นผู้นำขั้ว บัดนี้กลับไม่มีจุดยืนที่ชัดเจนพอจะไปต่อสู้ได้

2. การกลับมา: ไม่ใช่แค่การปฏิรูป แต่คือการไถ่บาป

จากอุปสรรคที่ซับซ้อนขึ้น ภารกิจของ “เพื่อไทย” จึงไม่ใช่แค่การปรับกลยุทธ์ แต่ต้องเป็นการกอบกู้ศรัทธาครั้งใหญ่

(1) กอบกู้ความไว้วางใจ

ภารกิจแรกสุด คือการจัดการกับวิกฤตศรัทธาสองชั้นนั้น พรรคต้องมีคำตอบที่จริงใจและชัดเจนต่อสังคม ทั้งเรื่องการข้ามขั้วและเรื่องคลิปเสียง การเงียบหรือปล่อยให้เวลาผ่านไป จะยิ่งทำให้บาดแผลเน่าเฟะ

(2) ปัญหาสำคัญ คือตำแหน่งหัวหน้าพรรค

พรรคต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งกับตำแหน่งหัวหน้าพรรค การปล่อยให้ “แพทองธาร” อยู่ในตำแหน่งต่อไปโดยไม่มีการจัดการวิกฤตภาพลักษณ์อย่างจริงจัง ก็เท่ากับแบก “ระเบิดเวลา” ที่ฝ่ายตรงข้ามพร้อมจุดได้ทุกเมื่อ การจะผลักดันคนรุ่นใหม่คนอื่นขึ้นมาก็ทำได้ยาก ตราบใดที่สัญลักษณ์ของปัญหายังอยู่ที่ยอดบนสุด

(3) สร้างนโยบายที่ “พิสูจน์ความจริงใจ”

นโยบายประชานิยมแบบเดิมอาจไม่เพียงพออีกต่อไป พรรคต้องนำเสนอนโยบายที่สะท้อนวุฒิภาวะและความรับผิดชอบ เช่น นโยบายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปองค์กรต่างๆ , การต่างประเทศที่โปร่งใส หรือการสร้างสมดุลทางอำนาจ เพื่อลบล้างภาพจำจากเหตุการณ์คลิปเสียง

(4) ปรับกลยุทธ์การสื่อสารเชิงรับ

พรรคต้องเตรียมพร้อมรับมือกับการถูกโจมตีในประเด็นเดิมๆ และต้องสื่อสารอย่างมีวุฒิภาวะ ไม่ใช่การตอบโต้ แต่เป็นการแสดงให้เห็นว่าพรรคได้เรียนรู้และเปลี่ยนแปลงไปแล้วจริงๆ

3. แนวโน้ม สส. สมัยหน้า

3.1 สถานการณ์ที่ดีที่สุด (Best-Case Scenario)

หากพรรคกล้าตัดสินใจครั้งใหญ่ในเรื่องภาวะผู้นำ และสามารถกอบกู้ศรัทธาในพื้นที่อีสานใต้กลับมาได้บางส่วน ประกอบกับรัฐบาลชุดปัจจุบันทำงานผิดพลาดอย่างหนัก อาจจะได้ สส. ในระดับใกล้เคียง 100 ที่นั่ง แต่ขอย้ำว่า นี่คือสถานการณ์ที่ดีที่สุด

3.2 สถานการณ์ที่เป็นไปได้มากที่สุด (Most Likely Scenario)

หากพรรคไม่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้นำอย่างมีนัยสำคัญ ทำได้เพียงประคองสถานการณ์ไปเรื่อยๆ จะสูญเสีย สส. ในเขตอีสานใต้และเขตเมืองอย่างถาวร แต่ยังรักษาฐานเสียงในบางจังหวัดที่ภักดีไว้ได้

ตัวเลข สส. น่าจะตกลงมาอยู่ในช่วง 60 ที่นั่ง (บวกลบ 10) ทำให้สถานะของพรรคเป็นเพียงพรรคขนาดกลาง แต่มีอำนาจต่อรองในการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล

3.3 สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด (Worst-Case Scenario)

หากพรรคยังคงเพิกเฉยต่อวิกฤตศรัทธา และเกิดกระแส “โหวตสั่งสอน” ในวงกว้าง ซ้ำเติมด้วยการที่ สส. เก่าไหลออกไปอยู่พรรคอื่น ตัวเลข สส. อาจจะดิ่งลงต่ำเหลือ สส. ไม่ถึง 50 ที่นั่ง ซึ่งถือเป็นจุดตกต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ของพรรคอย่างแท้จริง

บทสรุป

พรรคเพื่อไทยกำลังยืนอยู่บนปากเหว การกลับมาไม่ได้ขึ้นอยู่กับนโยบายหรือเงินทุนอีกต่อไป แต่ขึ้นอยู่กับความกล้าหาญที่จะ “ยอมรับความจริง” และ “ผ่าตัดใหญ่” แม้จะต้องเจ็บปวดก็ตาม หากไม่ทำเช่นนั้นแล้ว การเดินทางของพรรคจากนี้ไปอาจไม่ใช่การดิ้นรนเพื่อกลับมายิ่งใหญ่ แต่เป็นเพียงการดิ้นรนเพื่อประคองตัวไม่ให้เลือนหายไปจากการเมืองไทยเท่านั้นเอง

Srawut
Author

Srawut

แชร์บทความนี้

ช่วยกระจายข่าวเชิงลึกให้คนมากขึ้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูในหมวด Editor

รู้จัก “พนัส ไทยล้วน” ผู้ที่เรียกตัวเองว่า “พ่อมดประกันสังคม”

บทความวิเคราะห์เกี่ยวกับ “พนัส ไทยล้วน” ผู้ที่เรียกตัวเองว่า “พ่อมดประกันสังคม” และอิทธิพลของเขาในระบบแรงงานไทย

Srawut··1 min read

รู้จัก “ต่อศักดิ์ โชติมงคล” กุนซือชัชชาติ ที่มาวาทกรรม “ระบอบอากง”

บทความวิเคราะห์เกี่ยวกับ “ต่อศักดิ์ โชติมงคล” กุนซือผู้ว่าฯ กทม. และวาทกรรมการเมือง “ระบอบอากง” ที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งปี 2569

Srawut··1 min read

TH-AI Passport ระเบิดเวลาภูมิใจไทย ! หาก “ไชยชนก” ดันทุรัง

โครงการ TH-AI Passport ของรัฐมนตรี ไชยชนก ชิดชอบ ถูกวิจารณ์เรื่องงบประมาณ กฎหมาย และการจัดซื้อจัดจ้าง ที่อาจเกิดผลกระทบต่อการเมืองและเชื่อมโยงกับรัฐบาลอนุทิน

Srawut··1 min read