ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Live · Breaking
สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทยย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืมจับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?“สามฉากทัศน์ใน ฮอร์มุซ“ เมื่อสหรัฐ ‘คุมทาง’ จีน ‘ต้องใช้ทาง’ และอิหร่าน ‘อยู่บนทาง’”ตะวันออกกลางตึงเครียดอีกครั้ง CENTCOM ประกาศเริ่มปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซสวนนงนุช จัดใหญ่ มหาสงกรานต์ดอกไม้บานรู้จัก CENTCOM หน่วยงานที่ถูกกล่าวถึงมากสุดในเวลานี้สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทยย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืมจับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?“สามฉากทัศน์ใน ฮอร์มุซ“ เมื่อสหรัฐ ‘คุมทาง’ จีน ‘ต้องใช้ทาง’ และอิหร่าน ‘อยู่บนทาง’”ตะวันออกกลางตึงเครียดอีกครั้ง CENTCOM ประกาศเริ่มปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซสวนนงนุช จัดใหญ่ มหาสงกรานต์ดอกไม้บานรู้จัก CENTCOM หน่วยงานที่ถูกกล่าวถึงมากสุดในเวลานี้
The Insight News
วิเคราะห์ผลโพล ปชช. เกือบ 75 % กังวลถูกอายัดบัญชีโดยไม่รู้ตัว

วิเคราะห์ผลโพล ปชช. เกือบ 75 % กังวลถูกอายัดบัญชีโดยไม่รู้ตัว

Srawut
Srawut
กองบรรณาธิการ
1 min read

The Insight เจาะลึกผลโพล ของสวนดุสิตโพล เรื่อง “หัวอกประชาชนกับบัญชีม้า”

วิเคราะห์ผลโพล “หัวอกประชาชนกับบัญชีม้า” ของ “สวนดุสิตโพล ที่สะท้อนภาพความรู้สึกของสังคมไทยต่อปัญหา “บัญชีม้า” ทำการสำรวจวทางออนไลน์และภาคสนาม ระหว่างวันที่ 16-19 กันยายน 2568 เผยแพร่วันที่ 21 กันยายน 2568 โดยข้อมูลเชิงสถิติเผยให้เห็นถึงสภาวะ “ความกังวลสูง แต่ยังคงคาดหวัง” ของประชาชน ดังต่อไปนี้

หัวข้อที่ 1: ประชาชนกังวลหรือไม่ว่าบัญชีธนาคารของตนเองอาจถูกอายัดโดยไม่รู้ตัว

อันดับ 1 กังวลมาก 38.30 %

อันดับ 2 ค่อนข้างกังวล 36.57 %

อันดับ 3 ไม่กังวลเลย 25.13 %

ประชาชนส่วนใหญ่มีความกังวลว่าบัญชีธนาคารของตนเองอาจถูกอายัดโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเมื่อรวมกลุ่มผู้ที่ “กังวลมาก” (38.30%) และ “ค่อนข้างกังวล” (36.57%) จะพบว่ามีประชาชนสูงถึง 74.87% ที่รู้สึกไม่ปลอดภัย มีเพียงประมาณ 1 ใน 4 ของผู้ตอบแบบสอบถามเท่านั้นที่ไม่กังวล

วิเคราะห์: ตัวเลขนี้สะท้อนว่าปัญหาบัญชีม้าได้กลายเป็น “ภัยใกล้ตัว” ที่สร้างผลกระทบทางจิตใจในวงกว้าง ไม่ใช่เรื่องเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป และได้บั่นทอนความรู้สึกมั่นคงทางการเงินของคนในสังคมอย่างมีนัยยะสำคัญ

หัวข้อที่ 2: หลังจากมีข่าวบัญชีม้า ประชาชนปรับพฤติกรรมทางการเงินของตนเองอย่างไร

อันดับ 1 ตรวจสอบธุรกรรมบ่อยขึ้น 57.89%

อันดับ 2 เลือกใช้บริการโอน/จ่ายผ่านช่องทางที่มั่นใจว่าปลอดภัย 41.94%

อันดับ 3 หลีกเลี่ยงการโอนเงินให้บุคคลที่ไม่รู้จักหรือน่าสงสัย 37.95%

อันดับ 4 ถอนเงินสดมาเก็บไว้มากขึ้น 33.28%

อันดับ 5 กระจายเงินหลายบัญชี 22.18%

วิเคราะห์: เพื่อรับมือกับความกังวล ประชาชนได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทางการเงินของตนเองอย่างเห็นได้ชัด โดย 3 อันดับแรกล้วนเป็นการป้องกันตนเองด้วยพฤติกรรมเชิงรุก

ที่น่าสนใจคือ 33.28% เลือกที่จะ “ถอนเงินสดมาเก็บไว้มากขึ้น”  แม้จะไม่ใช่คำตอบอันดับหนึ่ง แต่ก็เป็นสัญญาณที่ชี้ให้เห็นว่า ความเชื่อมั่นในระบบดิจิทัลได้ลดทอนลงสำหรับคนกลุ่มหนึ่ง จนพวกเขายอมกลับไปพึ่งพาสินทรัพย์ที่จับต้องได้อย่างเงินสดเพื่อความสบายใจ

หัวข้อที่ 3: ประชาชนมีความเชื่อมั่นต่อธนาคารและหน่วยงานรัฐในการปกป้องผู้บริสุทธิ์จากผลกระทบบัญชีม้ามากน้อยเพียงใด

อันดับ 1 เชื่อมั่น 61.87%

อันดับ 2 ไม่ค่อยเชื่อมั่น 38.13%

แม้จะมีความกังวลสูง แต่ประชาชนส่วนใหญ่ยังคงแสดงความเชื่อมั่นต่อกลไกที่มีอยู่ โดย 61.87% ระบุว่า “เชื่อมั่น” ต่อธนาคารและหน่วยงานรัฐในการปกป้องผู้บริสุทธิ์จากผลกระทบบัญชีม้า ขณะที่ 38.13% “ไม่ค่อยเชื่อมั่น”

วิเคราะห์: แสดงให้เห็นว่าคนส่วนใหญ่ยังมองว่าสถาบันเหล่านี้คือที่พึ่งหลักในการแก้ไขปัญหา อย่างไรก็ตาม กลุ่มคนที่ไม่เชื่อมั่นซึ่งมีสัดส่วนเกือบ 40% ถือเป็นตัวเลขที่สูงและเป็นความท้าทายที่หน่วยงานเหล่านี้ต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นกลับคืนมา

หัวข้อที่ 4: จากข่าวบัญชีม้าในช่วงนี้ ประชาชนได้บทเรียนหรือข้อคิดอะไรบ้าง

อันดับ 1 ติดตามข่าวอย่างต่อเนื่องและตรวจสอบธุรกรรมของตนเองบ่อยขึ้น 66.98%

อันดับ 2 ระวังไม่หลงเชื่อคนแปลกหน้าที่ติดต่อมาขอใช้บัญชี 56.41%

อันดับ 3 ไม่ให้ใครยืมบัญชีหรือข้อมูลส่วนตัว 55.03%

อันดับ 4 ควรกระจายความเสี่ยง เช่น มีหลายบัญชี มีเงินสดส ารอง 35.44%

อันดับ 5 อยากให้ภาครัฐ/ธนาคารสื่อสารข้อมูลและขั้นตอนให้ชัดเจนกว่านี้ 32.67%

วิเคราะห์: ข่าวสารเกี่ยวกับบัญชีม้าได้สร้างการรับรู้และบทเรียนสำคัญให้กับประชาชน  โดยบทเรียนอันดับสูงสุดสอดคล้องกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในหัวข้อที่ 2 (หลังจากมีข่าวบัญชีม้า ประชาชนปรับพฤติกรรมทางการเงินของตนเองอย่างไร)

ข้อคิดที่น่าสนใจคืออันดับที่ 5 ซึ่งมีผู้ตอบถึง 32.67% ที่อยากให้ภาครัฐและธนาคาร “สื่อสารข้อมูลและขั้นตอนให้ชัดเจนกว่านี้”  นี่คือเสียงสะท้อนโดยตรงว่า มาตรการที่มีอยู่ยังขาดการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ประชาชนยังสับสนและต้องการแนวปฏิบัติที่เข้าใจง่าย

หัวข้อที่ 5: ประชาชนมีความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลอนุทิน ในการจะเข้ามาแก้ปัญหาบัญชีม้ามากน้อยเพียงใด

อันดับ 1 เชื่อมั่น 64.04 %

อันดับ 2 ไม่ค่อยเชื่อมั่น 35.96 %

เมื่อถามถึงความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลชุดปัจจุบันในการแก้ปัญหาบัญชีม้า ผลปรากฏว่า 64.04 % ระบุว่า “เชื่อมั่น” ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าความเชื่อมั่นต่อหน่วยงานโดยรวมเล็กน้อย ขณะที่ 35.96 % “ไม่ค่อยเชื่อมั่น”

วิเคราะห์: ความเชื่อมั่นที่ค่อนข้างสูงนี้อาจสะท้อนถึง “ความคาดหวัง” ที่ประชาชนมีต่อรัฐบาลชุดใหม่ว่าจะสามารถดำเนินการได้อย่างจริงจังและมีประสิทธิภาพ ซึ่งถือเป็นทั้งแรงสนับสนุนและแรงกดดันให้รัฐบาลต้องเร่งสร้างผลงานที่เป็นรูปธรรมเพื่อตอบสนองความเชื่อมั่นดังกล่าว

6. สรุปบทวิเคราะห์ผลโพลจากผู้เชี่ยวชาญ

6.1 มุมมองของ ดร.พรพรรณ บัวทอง (ประธานสวนดุสิตโพล)

ดร.พรพรรณ วิเคราะห์ว่าผลโพลสะท้อนให้เห็นถึง 2 สภาวะที่เกิดขึ้นพร้อมกันในหมู่ประชาชน คือ แม้จะมีความกังวลสูง แต่ประชาชนเลือกที่จะ “ปรับตัวเชิงรุก” ด้วยการตรวจสอบธุรกรรมและระมัดระวังมากขึ้น

ขณะเดียวกันก็ยังฝากความหวังไว้กับสถาบันการเงินและรัฐบาลอนุทิน ในการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ตัวเลขความเชื่อมั่นที่ออกมาค่อนข้างสูงจึงเป็นโจทย์สำคัญที่ต้องจับตามองว่า รัฐบาลจะสามารถตอบสนองต่อความคาดหวังของประชาชนได้หรือไม่

6.2 มุมมองของ ผศ.อัญชลี รัตนะ (ผู้ช่วยคณบดีโรงเรียนกฎหมายและการเมือง ม.สวนดุสิต)

ผศ.อัญชลี ให้ภาพใหญ่ว่า ปัญหาบัญชีม้าได้กลายเป็นอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่แพร่หลายอย่างมากนับตั้งแต่ช่วงโควิด-19 เนื่องจากการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มขึ้น อาจารย์เน้นย้ำว่าการแก้ปัญหาจำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ซึ่งประกอบไปด้วย 3 ด้านหลัก คือ

ด้านกฎหมาย: ต้องปรับปรุงให้รัดกุมและทันสมัย

ด้านเทคโนโลยี: ภาครัฐต้องเพิ่มประสิทธิภาพระบบการตรวจสอบและติดตามให้รวดเร็วและแม่นยำ

ด้านการให้ความรู้: สร้างความเข้าใจกับประชาชนให้เท่าทันกลโกงและตระหนักถึงผลทางกฎหมาย

โดยสรุปก็คือ ดร.พรพรรณ เน้นวิเคราะห์ที่ “สภาวะจิตใจ” ของประชาชนในปัจจุบันที่พยายามพึ่งพาตนเองพร้อมกับคาดหวังต่อภาครัฐ ขณะที่ ผศ.อัญชลี ชี้ไปที่ “แนวทางแก้ไขเชิงโครงสร้าง” ในระยะยาวที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายเพื่อสร้างความปลอดภัยทางการเงินที่ยั่งยืน

ที่มา “สวนดุสิตโพล” เรื่อง “หัวอกประชาชนกับบัญชีม้า”

Srawut
Author

Srawut

แชร์บทความนี้

ช่วยกระจายข่าวเชิงลึกให้คนมากขึ้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูในหมวด Editor

ย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืม

ภาพเฮลิคอปเตอร์อพยพผู้คนจากสถานทูตสหรัฐฯ ในไซง่อนปี 1975 เป็นสัญลักษณ์ความพ่ายแพ้ของอเมริกาในสงครามเวียดนาม บทเรียนจากความหวาดระแวง กลยุทธ์ผิดพลาด และการประเมินคู่ต่อสู้ต่ำเกินไป.

Srawut··1 min read

จับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  

การเจรจารอบ 2 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีความสำคัญต่อเสถียรภาพตะวันออกกลางและเศรษฐกิจโลก โดยมีโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นแกนหลักของความขัดแย้ง

Srawut··1 min read

เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?

สหรัฐอเมริกาประกาศปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ หลังการเจรจากับอิหร่านล้มเหลว สถานการณ์นี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเผชิญหน้าทางทหารและวิกฤตพลังงานโลก

Srawut··1 min read