ในยามที่ประเทศเผชิญกับพายุวิกฤตเศรษฐกิจและพลังงาน สิ่งที่เป็นเสมือนเข็มทิศชี้วัดความอยู่รอดของรัฐบาล ไม่ใช่แค่จำนวนที่นั่งในสภา แต่คือ “ศรัทธาของประชาชน”
ผลสำรวจล่าสุดจากนิด้าโพล (5 เม.ย. 69) ในหัวข้อ “รัฐมนตรีมืออาชีพ… เอาอยู่หรือไม่” สะท้อนภาพความเป็นจริงที่หนาวเหน็บสำหรับรัฐบาลนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล นี่ไม่ใช่แค่ชุดตัวเลขทางสถิติ แต่เป็นเสียงสะท้อนที่ดังและชัดเจนที่สุดว่า ประชาชนกำลังรู้สึกอย่างไร และที่สำคัญกว่านั้น… พวกเขากำลัง “หมดความอดทน” กับอะไรบ้าง
นี่คือข้อสังเกตจากผลโพลที่ชวนให้เราต้องตั้งคำถามต่อสถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน

1. มายาคติของคำว่า “มืออาชีพ”
ตามสูตรสำเร็จทางการเมือง ทุกรัฐบาลมักจะมี “คนนอก” หรือผู้เชี่ยวชาญที่มีภาพลักษณ์เป็นผู้บริหารมืออาชีพอยู่ในคณะรัฐมนตรี เพื่อสร้างความหวังและเรียกความเชื่อมั่น แต่ผลโพลกลับชี้ให้เห็น “ความล้มเหลวของกลยุทธ์การตลาดทางการเมือง” ในเวลานี้อย่างสิ้นเชิง
คำถามที่น่าสนใจคือ: ทำไม เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรัฐมนตรีคลัง ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการแก้ปัญหาปากท้อง ถึงได้รับเสียง “ไม่เชื่อมั่น” สูงทะลุไปถึง 77% ? (ไม่เชื่อมั่นเลย 40.38 % / ไม่ค่อยเชื่อมั่น 37.10 %)
ในขณะที่ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และรัฐมนตรีพาณิชย์ (ไม่เชื่อมั่นเลย 33.89 % / ไม่ค่อยเชื่อมั่น 28.70 %) และสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ รัฐมนตรีต่างประเทศ (ไม่เชื่อมั่นเลย 30.23 % / ไม่ค่อยเชื่อมั่น 29.54 %) ก็เผชิญวิกฤตศรัทธาในระดับ 60% ขึ้นไปเช่นกัน
ข้อสังเกต: ประชาชนในยุคนี้ไม่ได้ตื่นเต้นกับ “โปรไฟล์หรู” หรือความสำเร็จในอดีตของผู้บริหารอีกต่อไป เมื่อบิลค่าไฟพุ่งสูงขึ้นและรายได้สวนทางกับรายจ่าย ความเก่งกาจที่ผ่านมาก็ไร้ความหมาย สิ่งเดียวที่ประชาชนมองหาคือ “ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม”

2. เมื่อความเจ็บปวด กลืนกิน “ความเห็นใจ”
ตัวเลขที่น่าตกใจที่สุดในโพลนี้ อาจไม่ใช่ความไม่เชื่อมั่นในตัวรัฐมนตรี แต่คือการที่ประชาชนเกือบครึ่งประเทศ 46.87% ตอบอย่างชัดเจนว่า “ไม่เห็นใจเลย” และ ค่อยข้างไม่เห็นใจ 23.59 %รวมกันแล้ว 70.46 %
ต่อคำถามที่ว่า “ความเห็นใจของประชาชนต่อรัฐบาลอนุทิน ในการพยายามแก้วิกฤตพลังงาน เศรษฐกิจ
ตัวเลขนี้กำลังส่งสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดว่า รัฐบาลไม่สามารถสวมบทบาท “ผู้กำลังพยายามอย่างหนัก” หรือเรียกร้องความเห็นใจจากสภาวะแวดล้อมโลกที่ยากลำบากได้อีกต่อไป เพราะในสายตาประชาชน… หน้าที่ของรัฐบาลคือการแก้ปัญหา ไม่ใช่การหาข้ออ้าง

3. ระเบิดเวลาที่รอการพิสูจน์ฝีมือ
ผลโพลชิ้นนี้ทำหน้าที่เป็นเหมือน “กระจกสะท้อนความจริงอันโหดร้าย” สำหรับรัฐบาล ความอดทนของประชาชนมีวันหมดอายุ และดูเหมือนว่าตอนนี้ตัวเลขบนหน้าปัดกำลังนับถอยหลังเข้าใกล้ศูนย์
รัฐบาลชุดนี้ไม่มีเวลาฮันนีมูน ไม่มีช่วงเวลาแห่งการทดลองงาน สิ่งเดียวที่จะกอบกู้วิกฤตศรัทธานี้ได้ คือการงัดมาตรการที่สามารถ “แก้ปัญหาได้จริง เร็ว และตรงจุด” เพราะท้ายที่สุดแล้ว ในสมรภูมิวิกฤตเศรษฐกิจ ประชาชนไม่ได้ให้คะแนนรัฐบาลจาก “ความพยายาม” แต่ให้คะแนนจาก “กับข้าวบนโต๊ะ” และ “เงินในกระเป๋า” ของพวกเขาเอง

อ้างอิง : นิด้าโพล / “รัฐมนตรีมืออาชีพ… เอาอยู่หรือไม่” (5 เม.ย. 69)
Srawut
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทย
สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เพื่อเติมสีสันให้กับการท่องเที่ยวไทย
ย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืม
ภาพเฮลิคอปเตอร์อพยพผู้คนจากสถานทูตสหรัฐฯ ในไซง่อนปี 1975 เป็นสัญลักษณ์ความพ่ายแพ้ของอเมริกาในสงครามเวียดนาม บทเรียนจากความหวาดระแวง กลยุทธ์ผิดพลาด และการประเมินคู่ต่อสู้ต่ำเกินไป.
จับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์
การเจรจารอบ 2 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีความสำคัญต่อเสถียรภาพตะวันออกกลางและเศรษฐกิจโลก โดยมีโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นแกนหลักของความขัดแย้ง
เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?
สหรัฐอเมริกาประกาศปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ หลังการเจรจากับอิหร่านล้มเหลว สถานการณ์นี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเผชิญหน้าทางทหารและวิกฤตพลังงานโลก




