ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Live · Breaking
สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทยย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืมจับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?“สามฉากทัศน์ใน ฮอร์มุซ“ เมื่อสหรัฐ ‘คุมทาง’ จีน ‘ต้องใช้ทาง’ และอิหร่าน ‘อยู่บนทาง’”ตะวันออกกลางตึงเครียดอีกครั้ง CENTCOM ประกาศเริ่มปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซสวนนงนุช จัดใหญ่ มหาสงกรานต์ดอกไม้บานรู้จัก CENTCOM หน่วยงานที่ถูกกล่าวถึงมากสุดในเวลานี้สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทยย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืมจับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?“สามฉากทัศน์ใน ฮอร์มุซ“ เมื่อสหรัฐ ‘คุมทาง’ จีน ‘ต้องใช้ทาง’ และอิหร่าน ‘อยู่บนทาง’”ตะวันออกกลางตึงเครียดอีกครั้ง CENTCOM ประกาศเริ่มปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซสวนนงนุช จัดใหญ่ มหาสงกรานต์ดอกไม้บานรู้จัก CENTCOM หน่วยงานที่ถูกกล่าวถึงมากสุดในเวลานี้
The Insight News
‘รัศมีแข’ ขอสิทธิให้ทุกเพศได้เป็นตัวเองอย่างเท่าเทียม

‘รัศมีแข’ ขอสิทธิให้ทุกเพศได้เป็นตัวเองอย่างเท่าเทียม

ระวี ตะวันธรงค์
ระวี ตะวันธรงค์
กองบรรณาธิการ
1 min read

ภายใต้ความภาคภูมิใจที่สวยงามในเดือนแห่งความหลากหลาย (Pride Month) จากทั่วทุกมุมโลก แฝงไปด้วยการต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ และผลักดันความเท่าเทียมให้กับผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+) โดยเฉพาะในประเทศไทย ที่ยังไม่มีกฎหมายใดรองรับและคุ้มครองผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศเทียบเท่าเพศชายหญิง อีกทั้งเป็นเรื่องน่าเศร้าที่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา หลายคนพยายามตะโกนเพื่อเรียกร้องความเท่าเทียมจากภาครัฐ แต่กลับไม่ได้รับความสนใจ กลายเป็นกลุ่มคนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังเพียงเพราะมีเพศวิถีต่างไปจากคนส่วนใหญ่ในสังคม

อาจกล่าวได้ว่า สังคมไทยยอมรับ LGBTQ+ อย่างมีเงื่อนไข สิทธิเสรีภาพของคนกลุ่มนี้เต็มไปด้วยข้อจำกัดมากมาย เกิดการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม เพียงเพราะพฤติกรรมการแสดงออกไม่ตรงกับอัตลักษณ์ทางเพศ ทำให้กลุ่ม LGBTQ+ ต้องเผชิญหน้ากับการถูกกระทำและการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนในหลากหลายรูปแบบ ทั้งการดูถูก ดูหมิ่น บูลลี่ ทำร้ายร่างกาย หรือแม้กระทั่งกลายเป็นตัวตลกในสังคม

รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น นักแสดงชื่อดัง หนึ่งในผู้เรียกร้องความเท่าเทียมให้กับกลุ่ม LGBTQ+ ในประเทศไทย ได้มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดในการเสวนา หัวข้อ ‘การป้องกันการเลือกปฏิบัติและการคุกคาม LGBTQ+ ในสถานที่ทำงาน’ เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2566 ณ ห้องอเนกประสงค์ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) 

รัศมีแข เล่าเบื้องหลังของการเป็น LGBTQ+ ที่ได้ใช้ชีวิตทั้งในไทยและสวีเดน หนึ่งในประเทศต้นแบบที่เปิดกว้างให้กับกลุ่ม LGBTQ+ ว่า “จากการที่อาศัยอยู่ทั้งสองประเทศ ทำให้แขเห็นถึงความแตกต่างกัน ในขณะที่สวีเดน แขสามารถจดทะเบียนสมรสได้อย่างเท่าเทียม แต่พอมองกลับมาที่ประเทศไทย กลุ่ม LGBTQ+ หลายคนกลับทำอะไรไม่ได้เลย แม้แต่กฎหมายในการใช้ชีวิตที่เท่าเทียม”

“แขเองพยายามหาคำตอบว่าอะไรสำคัญสุดในการที่เราเป็น LGBTQ+ แล้วก็ค้นพบว่า การที่เราได้เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่ได้ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยในเวอร์ชั่นของตัวเอง ไม่ว่าจะในสถานที่ทำงาน หรือพื้นที่ตรงไหนก็ตามในสังคม อันนี้คือความสุขที่สุดสำหรับแข” รัศมีแขกล่าวเสริม

LGBTQ+ ต้องทำทุกอย่างให้เหนือยอดมนุษย์

นอกจากบทบาทของดารานักแสดงบนจอทีวีแล้ว รัศมีแขยังมีความสามารถด้านอื่น ๆ อีก ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬาวอลเลย์บอล นักมวย และนักวิ่งมาราธอน ทว่าความแข็งแกร่งเหล่านี้เป็นเหมือนบทพิสูจน์ของการเป็น LGBTQ+ เพื่อให้สังคมยอมรับในตัวตนของเขาเอง

รัศมีแขกล่าวว่า “เราต้องเล่นละครให้ขำที่สุด ต้องชกมวยให้เก่งที่สุด ต้องวิ่งมาราธอน 42 กิโลเมตร ในเวลาที่ดีที่สุด ซึ่งแขลองทำอะไรหลาย ๆ อย่าง และพยายามอย่างหนักเพื่อให้สังคมยอมรับ ในขณะที่มีคนมากมายต่างชื่นชมว่าเราเก่ง แต่แขกลับรู้สึกว่าไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ เกิดคำถามในตัวเองว่า สิ่งที่ทำอยู่มันถูกหรือเปล่า เราต้องพิสูจน์ตัวเองขนาดนั้นเลยเหรอ การเป็น LGBTQ+ ต้องทำอะไรที่เหนือยอดมนุษย์ใช่ไหม สังคมถึงจะยอมรับในตัวของเรา”

‘มนุษย์แบบไหนที่สามารถวิ่งเข้าเส้นชัยได้เร็วกว่า’

‘มนุษย์แบบไหนที่เป็นแชมป์มวยได้มากกว่า’

‘มนุษย์แบบไหนที่ทำงานได้เก่งกว่า’

รัศมีแขอธิบายว่า ไม่ใช่แค่เพศชายหญิงเท่านั้นที่จะประสบความสำเร็จ แต่ทุกเพศสามารถประสบความสำเร็จได้เหมือนกัน โดยเพศเป็นเพียงรสนิยมส่วนตัวที่ทุกคนต้องเคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกัน ต้องไม่มีใครถูกทำร้ายเพียงเพราะมีรสนิยมไม่เหมือนคนส่วนใหญ่ อีกทั้งเพศไม่สามารถวัดกันได้ในเรื่องความรู้ ความสามารถ และกิจวัตรประจำวัน ที่สำคัญไม่ว่าใครจะมีรสนิยมทางเพศแบบไหน ก็ไม่ควรถูกตีตราและถูกเลือกปฏิบัติในสถานที่ทำงาน

เมืองแห่งความหลากหลายแต่ไม่มีกฎหมายรองรับ

เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่ม LGBTQ+ จากทั่วโลกเพื่อให้เดินทางมาเที่ยวในประเทศไทยภายใต้โครงการ GO Thai Be Free ผ่านการออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวและเสนอขายให้กับกลุ่ม LGBTQ+ ผลักดันไทยให้เป็น LGBTQ+ Friendly Destination หรือจุดหมายปลายทางที่เป็นมิตรกับผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ 

รัศมีแขกล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “แขรู้สึกสะเทือนใจที่ประเทศเรามีแคมเปญการท่องเที่ยวในการสนับสนุนกลุ่ม LGBTQ+ เพียงเพราะเป็นการสร้างจุดขายที่ทำให้คนทั่วโลกมาเที่ยวในประเทศเท่านั้น แต่สิ่งที่กำลังถูกมองข้ามไปคือ ความเป็นอยู่ของ LGBTQ+ คนไทย จึงเกิดเป็นคำถามว่า ประเทศไทยจะเป็นประเทศที่ปลอดภัยสำหรับ LGBTQ+ ได้จริงหรือไม่ ในเมื่อกลุ่ม LGBTQ+ ที่เป็นคนไทยด้วยกันเองยังไม่สามารถสัมผัสได้ถึงสิ่งเหล่านี้เลย

รัศมีแขกล่าวต่อว่า “ทางออกของปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับกลุ่ม LGBTQ+ สิ่งที่จะทำให้ความแตกต่างทางเพศมีความหมายมากขึ้นก็คือ ‘กฎหมาย’ ข้อกำหนดที่ทุกคนยึดถือปฏิบัติในสังคม ซึ่งกลุ่ม LGBTQ+ ของเราพยายามตะโกนออกไปว่า เราคือคนปกติเพียงแค่มีรสนิยมทางเพศที่ไม่เหมือนคนส่วนมาก แต่กฎหมายของไทยกลับไม่มีพื้นที่ตรงนั้นให้เราเลย ทั้ง ๆ ที่พวกเราแค่อยากใช้ชีวิตภายใต้กฎหมายในข้อกำหนดเดียวกันกับเพศชายหญิงเท่านั้นเอง”

“กลุ่มผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศจะไม่มีวันหมดไปจากโลกนี้ รสนิยมทางเพศเป็นเรื่องที่ไม่สามารถปิดบังกันได้อีกต่อไป เพราะฉะนั้นขอให้ทุกคนให้โอกาสพวกเราได้มีชีวิตเป็นมนุษย์ในเวอร์ชั่นของเราที่ดีที่สุด และที่สำคัญความรักไม่สามารถตัดสินได้ว่าเพศไหนดีที่สุด เพราะทุกคนต่างต้องการมีความรักที่ดีในแบบของตัวเอง จึงอยากฝากไปถึงภาครัฐ และหวังว่าในอนาคตอีกใน 40 50 ปี เราไม่ต้องมาฉลอง Pride Month กันแล้ว เพราะทุกคนเท่าเทียมกัน” รัศมีแขสรุป

ระวี ตะวันธรงค์
Author

ระวี ตะวันธรงค์

แชร์บทความนี้

ช่วยกระจายข่าวเชิงลึกให้คนมากขึ้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูในหมวด Editor

ย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืม

ภาพเฮลิคอปเตอร์อพยพผู้คนจากสถานทูตสหรัฐฯ ในไซง่อนปี 1975 เป็นสัญลักษณ์ความพ่ายแพ้ของอเมริกาในสงครามเวียดนาม บทเรียนจากความหวาดระแวง กลยุทธ์ผิดพลาด และการประเมินคู่ต่อสู้ต่ำเกินไป.

Srawut··1 min read

จับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  

การเจรจารอบ 2 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีความสำคัญต่อเสถียรภาพตะวันออกกลางและเศรษฐกิจโลก โดยมีโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นแกนหลักของความขัดแย้ง

Srawut··1 min read

เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?

สหรัฐอเมริกาประกาศปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ หลังการเจรจากับอิหร่านล้มเหลว สถานการณ์นี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเผชิญหน้าทางทหารและวิกฤตพลังงานโลก

Srawut··1 min read