ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Live · Breaking
สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทยย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืมจับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?“สามฉากทัศน์ใน ฮอร์มุซ“ เมื่อสหรัฐ ‘คุมทาง’ จีน ‘ต้องใช้ทาง’ และอิหร่าน ‘อยู่บนทาง’”ตะวันออกกลางตึงเครียดอีกครั้ง CENTCOM ประกาศเริ่มปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซสวนนงนุช จัดใหญ่ มหาสงกรานต์ดอกไม้บานรู้จัก CENTCOM หน่วยงานที่ถูกกล่าวถึงมากสุดในเวลานี้สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทยย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืมจับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?“สามฉากทัศน์ใน ฮอร์มุซ“ เมื่อสหรัฐ ‘คุมทาง’ จีน ‘ต้องใช้ทาง’ และอิหร่าน ‘อยู่บนทาง’”ตะวันออกกลางตึงเครียดอีกครั้ง CENTCOM ประกาศเริ่มปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซสวนนงนุช จัดใหญ่ มหาสงกรานต์ดอกไม้บานรู้จัก CENTCOM หน่วยงานที่ถูกกล่าวถึงมากสุดในเวลานี้
The Insight News
“เลือกตั้งคือโชว์ที่สนุกที่สุดในโลก” เงินตรา การเมือง และสตรี การต่อสู้ของนายทุนกับแรงงานใน ‘Queenmaker’

“เลือกตั้งคือโชว์ที่สนุกที่สุดในโลก” เงินตรา การเมือง และสตรี การต่อสู้ของนายทุนกับแรงงานใน ‘Queenmaker’

ระวี ตะวันธรงค์
ระวี ตะวันธรงค์
กองบรรณาธิการ
1 min read

*บทความนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของซีรีส์เรื่อง Queenmaker*

การเมือง นายทุน นายกรัฐมนตรีโซล สามคำนี้คือคีย์เวิร์ดหลักที่เป็นพื้นหลังของซีรีส์เรื่อง Queenmaker (2023) จากเน็ตฟลิกซ์ (Netflix) เล่าเรื่องราวของ ‘ฮวัง โดฮี’ ผู้จัดการด้านกลยุทธ์ผู้มีประสบการณ์กว่า 10 ปี งานของเธอคือการรับมือและเก็บกวาดทุกปัญหาที่เหล่าเจ้านายสร้างไว้ ซึ่งเจ้านายนั้นก็ยิ่งใหญ่เกินคาดเพราะเป็น ‘อึนซองกรุ๊ป’ หนึ่งในกลุ่มแชโบลที่มีอิทธิพลในเกาหลีใต้

คาร์ล ยุน หนึ่งในตัวละครสำคัญของเรื่องที่มีหน้าที่เป็นหัวหน้าด้านกลยุทธ์การเลือกตั้ง คู่แข่งด้านมันสมองคนสำคัญของโดฮีมักพูดเสมอว่า ‘เลือกตั้งคือโชว์ที่สนุกที่สุดในโลก’ ซึ่งซีรีส์เรื่องนี้ก็ได้เผยให้เห็นความสนุกดังกล่าว ที่กว่าจะได้ผู้สมัครลงเลือกตั้งที่สมบูรณ์แบบสักคนหนึ่ง ต้องอาศัยทั้งทุนมหาศาล ทีมเบื้องหลังอันทรงพลัง และกลยุทธ์อันแยบยล เพื่อให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งที่เป็นตัวละครในโชว์ครั้งนี้โดดเด่นจนประชาชนยอมเทเข้าคูหาเพื่อลงคะแนนเสียงให้ บนเวทีการแสดงอันเต็มไปด้วยการฉ้อฉลและการหักเหลี่ยมเฉือนคมเพื่ออำนาจและผลประโยชน์มหาศาล

‘ฮวัง โดฮี’ และ ‘โอ กยองซุก’ ภาพแทนของแรงงานที่ลุกขึ้นสู้กับนายทุน

“น่าอิจฉาประธานซนที่มีคนฉลาดแบบนั้นคอยรับใช้ เหมือนพาหมากินง่ายถ่ายทุกที่เข้าบ้าน มันก็จะคิดว่าตัวเองเป็นคน อย่าไว้ใจมากจนเกินไป หมาพันทางอย่างไรก็เป็นหมาพันทาง”

ก่อนจะเข้าสู่โลกการเมือง ตอนแรกของซีรีส์เผยให้เห็นการทำงานด้านกลยุทธ์ของโดฮี ผู้จัดการแห่งอึนซองกรุ๊ป ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่หลายสาขาทั่วประเทศ รวมถึงตึกร้านปลอดภาษีที่ใหญ่และสูงที่สุดในเอเชีย โดฮีเปรียบเสมือนตัวแม่ของวงการ เมื่อเจ้านายทำผิดจนกลายเป็นคดีความใหญ่โต งานของเธอคือการทำเรื่องใหญ่ให้ผ่านไปอย่างราบรื่นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

หากมีนักข่าวถามคำถามไม่เข้าท่า โดฮีจะเร่งสืบทันทีว่านักข่าวถามตรงประเด็นเป็นสื่อสำนักไหน ก่อนสั่งถอนโฆษณาทั้งหมดที่อึนซองกรุ๊ปดีลไว้ออกจากสถานีโทรทัศน์นั้นทันที เพื่อทำโทษนักข่าวน้ำดีที่ตั้งใจทำงาน รวมถึงดีลกับอัยการเพื่อให้เจ้านายของเธอหลุดจากข้อหาแบบสบายๆ 

ไม่เพียงเท่านี้ ทีมไซเบอร์ของบริษัทภายใต้การสั่งงานของโดฮีจะคอยสร้างกระทู้ปั่นข้อความเชิงสงสาร เห็นใจ หรือแม้แต่การเปิดประเด็นพูดคุยเรื่องเครื่องแต่งกายของผู้ต้องหา เบี่ยงประเด็นความรุนแรงให้กลายเป็นคำครหาเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน การเหยียดเพศ แม้จะไม่มีการเหยียดจริง แต่ข้อความที่พิมพ์ทิ้งไว้ในอินเทอร์เน็ตจำนวนมากก็สามารถเบนความสนใจของผู้คนได้ 

เรียกได้ว่าอำนาจเงินสามารถทำเรื่องที่ดูเวอร์วังที่สุดและเป็นไปไม่ได้ที่สุดให้กลายเป็นจริงได้ในพริบตา 

เราจะได้เห็นการทำงานของโดฮีที่เด็ดขาด จริงจัง ไร้ความเมตตา หลายคนเรียกเธอว่า ‘หมารับใช้ที่ซื่อสัตย์’ และ ‘นักเก็บกวาดประจำตระกูล’ เพราะเธอเป็นคนหนึ่งที่พยายามปีนให้พ้นจากชีวิตลำบาก เมื่อนายทุนสามารถมอบเงิน อำนาจ เส้นสาย และชีวิตที่ดีขึ้นได้ จึงพร้อมทำงานถวายหัวให้อย่างเต็มที่ เพราะใครๆ ต่างก็อยากมีชีวิตที่ดีด้วยกันทั้งนั้น 

จนกระทั่งเหตุรุนแรงบางอย่าง ทำให้โดฮีกลายเป็นหนึ่งในคนที่มีส่วนในการคร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์และไร้อำนาจ ขณะที่ตัวต้นเหตุคือลูกเขยอึนซองกรุ๊ป กลับถูกวางตัวให้ลงสมัครเลือกตั้งซ่อมนายกเทศมนตรีกรุงโซล และประธานกรุ๊ปที่ใหญ่ที่สุดก็ไม่ได้สนใจเรื่องความเป็นความตายของพนักงานบริษัทตัวเองเท่าไรนัก เพราะเธอมองว่าคนพวกนี้ก็แค่มดงาน หายไปก็แค่หาคนใหม่มาทดแทน 

“เราทำธุรกิจโดยสนใจเสียงของพวกชนชั้นล่างตั้งแต่เมื่อไร”

ด้วยเหตุผลหลายประการ ทำให้อดีตผู้จัดการด้านกลยุทธ์ผู้คร่ำหวอดในวงการ เริ่มแผนการที่จะทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้ตระกูลนี้ได้เป็นนายกเทศมนตรีโซล ซึ่งตัวแปรสำคัญของเกมนี้คือ ‘โอ กยองซุก’ ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน แรงงาน สิทธิสตรี ที่โด่งดังจากการต่อสู้เพื่อสิทธิของแรงงานและสวัสดิการที่ไม่เท่าเทียมของผู้หญิงในประเทศ เจ้าของฉายา ‘แรดอึดผู้ผดุงความยุติธรรม’ ผู้มีคติประจำใจคือการช่วยเหลือผู้คน เห็นทุกชีวิตมีคุณค่า แม้คนเหล่านั้นจะยากจนที่สุด ไม่มีอะไรที่สุด

ทั้งโดฮีและทนายโอมีจุดประสงค์เดียวกันคือไม่ต้องการให้อึนซองกรุ๊ปมีอำนาจมากเกินไป เพราะการที่คนในตระกูลได้เป็นนายกฯ จะตามมาด้วยการเอื้อผลประโยชน์ คอร์รัปชัน การผูกขาดอำนาจ รวมถึงการเปลี่ยนพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน เปลี่ยนพื้นที่สีเขียวในเมืองโซลทั้งหมดให้กลายเป็นของตระกูลนี้เพียงกลุ่มเดียว 

การจับพลัดจับผลูของอดีตศัตรู เปลี่ยนมาร่วมมือกันแบบจำเป็นจึงเกิดขึ้นแบบเลี่ยงไม่ได้ 

‘เลือกตั้ง’ การแสดงโชว์ที่สนุกที่สุดในโลก

“เขาใช้คำพูดที่ว่า เชื่อผมสิ แล้วคุณจะหลุดจากชีวิตที่ลำเค็ญได้”

“น่าเศร้าที่ชาวบ้านพวกนั้นคิดว่าวันหนึ่งจะได้เป็นเศรษฐีบ้าง”

‘การเมืองเป็นเรื่องสกปรก’ อาจไม่ใช่วลีที่เกินจริงใน Queenmaker เราจะได้เห็นว่าแทบทุกองค์กรสำคัญอย่างศาล ตำรวจ สื่อ พรรคการเมือง ล้วนเต็มไปด้วยการดีลกับกลุ่มนายทุน เพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์บางอย่าง โดยเฉพาะ “ดีลลับ” ที่นำไปสู่การแบล็กเมลระดับมโหฬาร

บนเวทีที่เปรอะเปื้อนไปด้วยความฉ้อฉลและกลโกง เงินทุนมหาศาลถูกใช้ในการสร้าง “ตัวละคร” นักการเมืองผู้เปี่ยมไปด้วยภาพลักษณ์อันสวยงาม ด้วยฝีมือของทีมยุทธศาสตร์และทีมผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ เช่น ผู้ดูแลแฟชั่น ผู้ดูแลบุคลิกภาพ คนเขียนสคริปต์ดีเบตนักการเมือง นักวิเคราะห์สถิติ ทีมลงพื้นที่หาเสียง ทีมทำป้ายหาเสียง ไปจนถึงจ้างทีมโซเชียลที่พร้อมสาดโคลนและขุดคุ้ยเรื่องเลวๆ ของฝ่ายตรงข้าม นำเงินไปซื้อตัวคนเก่งๆ จากขั้วตรงข้ามให้ย้ายข้าง หรือใช้เงินอัดฉีดส่งนกสองหัวเข้าไปสืบความลับในทีมผู้สมัครต่างๆ 

และในมหรสพการเมืองนี้ “บทละคร” จึงเป็นส่วนสำคัญ Queenmaker เผยให้เห็นยุทธการทางข้อมูลข่าวสาร หรือ ‘ไอโอ’ สร้างเรื่องไม่จริงขึ้นมาจัดการคู่แข่ง อาทิ การกล่าวหาว่าผู้สมัครรายหนึ่งได้รับเงินสนับสนุนมาอย่างผิดกฎหมาย (ซึ่งตัวเองก็ทำเหมือนกัน) ยักยอกทรัพย์ ฟอกเงิน ทำบัญชีปลอม สาดโคลนในเรื่องที่ประชาชนรับไม่ได้อย่างความรุนแรง การทำร้ายร่างกาย การล่วงละเมิดทางเพศ ฯลฯ

หลายครั้งหัวหน้าทีมยุทธศาสตร์ของผู้สมัครกลายเป็นนักเขียนชั้นเยี่ยม วางพาดหัวข่าวโจมตีฝ่ายตรงข้ามด้วยภาษาสวยงามดึงดูด แล้วส่งให้สำนักข่าวโดยที่ทีมข่าวแทบไม่ต้องทำอะไรเลย ก่อนจะให้ทีมไอโอสานต่อประเด็นร้อนด้วยการสร้างกระทู้ แกล้งปลอมเป็นคนในสายอาชีพต่างๆ เข้ามาคอมเมนต์ เช่น พยานตัวปลอมที่ทำอาชีพคนขับแท็กซี่ พยานตัวปลอมที่เป็นแม่ค้าขายต๊อก ยิ่งเป็นอาชีพทั่วไปมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งสร้างความรู้สึกร่วมได้มากเท่านั้น 

ซีรีส์ไม่ได้เล่าแค่เรื่องของทีมโดฮีกับทนายโอเท่านั้น แต่ยังพาไปสำรวจมุมมองของขั้วตรงข้าม คือฝั่งนายทุน ที่รับปากจะช่วยเหลือประชาชนเพื่อหวังคะแนนเสียงเลือกตั้ง แต่กลับหลอกลวงชาวบ้านให้เซ็นสัญญา แล้วเขี่ยทิ้งเมื่อกอบโกยไล่ที่ไปจนหมด คล้ายกับวลี ‘บีบให้จน แล้วแจก’ รวมทั้งภาพนายทุนที่ยอมแบ่งเศษเล็กเศษน้อยให้ประชาชนที่ยอมจำนน ราวกับเป็นเศรษฐีใจบุญ ทั้งที่ในความเป็นจริงกลับมีผลประโยชน์ก้อนใหญ่อยู่ในมือ โดยที่ประชาชนตาดำๆ ไม่เคยรู้ และมองนายทุนดั่งพระผู้มาโปรด 

Queenmaker เหมือนกำลังบอกว่าอย่าไว้ใจนายทุนมากเกินไป แม้ฉากหน้าจะดูใจดีแค่ไหน มี

องค์กรการกุศลจำนวนมากที่ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ปากบอกอยากเข้ามาพัฒนาบ้านเมือง ทำให้ปากท้องดีขึ้น สุดท้ายประชาชนทุกคนก็จำเป็นต้องย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นว่า ถ้าอยากช่วยจริงๆ ทำไมไม่ช่วยตั้งนานแล้ว แต่อยู่ๆ ก็เกิดอยากจะช่วยคนจนในช่วงลงหาเสียงเลือกตั้งเสียอย่างนั้น   

แรดอึดผู้ผดุงความยุติธรรมจึงต้องทุ่มสุดตัวกับการเลือกตั้งครั้งนี้เพื่อทำฝันให้เป็นจริง ขณะเดียวกัน เมื่อย้อนไปดูกระบวนการทำงานต่างๆ ของทีมเลือกตั้ง ก็สะท้อนให้เห็นว่านักการเมืองเปรียบเสมือนดารา ผู้สมัครแต่ละคนต่างต้องพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เป็นที่สนใจของประชาชน ต้องทำตัวให้ติดเทรนด์ทวิต ต้องโดดเด่นและถูกพูดถึงอยู่เสมอ ซึ่งการจะทำให้ประชาชนจำได้นั้น บางคนอาจใช้คาริสม่าที่มีติดตัวมาแต่แรก ใช้วาทศิลป์ที่ยอดเยี่ยม ใช้อำนาจเส้นสาย ใช้ความจริงใจ หรือแม้กระทั่งใช้เงินเพื่อซื้อใจประชาชน 

“พ่อแม่พี่น้อง ในช่วงเลือกตั้งเราได้รับคำมั่นสัญญามากมาย ทั้งเรื่องนโยบายอสังหาริมทรัพย์ และคำสัญญาเรื่องภาษีต่างๆ …โดนหลอกกันมาเยอะเลยใช่ไหม”

การดิ้นรนของ ‘สตรี’ ในโลกที่ถูกสงวนไว้ให้แค่ ‘บุรุษเท่านั้น’

“ฉันทุ่มเทต่อสู้มาทั้งชีวิต สู้แบบไม่มีวันจบเพื่อทำให้โลกนี้ดีขึ้น ฉันเลยกลายเป็นเมียที่แย่และเป็นแม่ที่แย่กว่า ฉันละทิ้งครอบครัว มัวแต่ไปยุ่งเรื่องชาวบ้าน ประกาศว่าจะเปลี่ยนให้โลกนี้ดีขึ้น” 

การสาดโคลนฝ่ายตรงข้าม การเรียกคะแนนสงสารให้ฝ่ายตัวเอง ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่พบเห็นอยู่ตลอดเรื่อง ซึ่งประเด็นนี้มักถูกเล่าคู่กับอุปสรรคของนักการเมืองหญิง ที่ดูจะต้องเจอเรื่องยากๆ มากกว่านักการเมืองชายพอสมควร 

ยกตัวอย่างเช่นผู้สมัครหญิงสองคนถูกสังคมโจมตีเรื่องการดูแลลูก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะภาพจำเดิมๆ ของสังคมที่มักโยนภาระเรื่องการเลี้ยงลูกให้กับแม่มากกว่าพ่อ เมื่อผู้หญิงลงเลือกตั้งแล้วมีข่าวเสียหายเรื่องครอบครัว ลูกเป็นเด็กเกเร ไม่ตั้งใจเรียน พวกเธอก็จะถูกสังคมต่อว่าว่า ‘แค่เป็นแม่ที่ดียังเป็นไม่ได้ ดูแลลูกให้ดียังดูแลไม่ได้ แล้วจะดูแลประชาชนได้อย่างไร’ ในขณะที่ผู้สมัครชายรายหนึ่งที่มีข่าวคบชู้ทั้งที่ตัวเองมีลูกแฝด กลับไม่ถูกโจมตีเรื่องความบกพร่องในการทำหน้าที่พ่อมากเท่ากับผู้สมัครหญิง 

นอกจากนี้ ซีรีส์ Queenmaker ยังนำเสนอมุมกลับ ให้เรื่องเพศกลายเป็นดาบสองคม ตัวละครบางคนพูดเรื่องสิทธิสตรีเพื่อต้องการเรียกร้องความเท่าเทียมจริงๆ ขณะที่บางคนหยิบเรื่องสิทธิสตรีมาใช้เพื่อเอาตัวรอด เปลี่ยนผิดให้เป็นถูก กลบประเด็นหลักที่ประชาชนต้องขุดคุ้ย และเล่าถึงความอึดอัดของผู้หญิงที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศได้เป็นอย่างดี 

การใช้ตัวละครหลักเป็นสตรีทั้งโดฮี ทนายโอ ประธานซนกับลูกสาวอีกสองคน ทั้งหมดกระโจนเข้าสู่โลกการเมืองซึ่งส่วนใหญ่มักสงวนไว้กับเพศชาย อาจอนุมานได้ว่า Queenmaker พยายามทำให้เห็นถึงจิตสำนึกในความเป็นมนุษย์ หลายครั้งผู้หญิงเองก็มีพฤติกรรมคุกคามคนอื่น ทำตัวเป็นผู้สมาทานแนวคิดปิตาธิปไตย หรือวลีที่ปรากฏในเรื่องอย่าง ‘ศัตรูของผู้หญิง ก็คือผู้หญิง’ ทำให้เห็นว่าความเลวร้ายไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพศอย่างเดียว แต่ต้องควบรวมเข้ากับกมลสันดานเดิมของบุคคลนั้นๆ ด้วย 

ขณะเดียวกัน ถึงตัวร้ายหลักและตัวเอกจะเป็นเพศหญิง ปูเรื่องมาว่าศัตรูของผู้หญิงก็คือผู้หญิง แต่ถึงอย่างนั้นเราก็จะได้เห็นการต่อสู้แบบ ‘เพื่อนหญิงพลังหญิง’ ในโลกของเพศชายตั้งแต่ต้นจนจบ เพราะหากผู้หญิงได้รับผลกระทบจากสังคมชายเป็นใหญ่จนเข้าตาจน หรือถูกอำนาจมืดปิดปากอย่างไม่เป็นธรรม แม้ผู้หญิงคนนั้นจะเป็นคนนิสัยเลวร้ายหรืองี่เง่าไร้เหตุผล หรือมีศัตรูเป็นผู้หญิงอีกคน สุดท้ายพวกเธอก็จะยื่นมือเข้าช่วยเหลือ เพื่อปกป้องกันและกันจากสังคมปิตาธิปไตย

ด้วยเนื้อเรื่องเข้มข้นคู่กับการแสดงยอดเยี่ยมของเหล่าตัวแม่ ซีรีส์เรื่องนี้จึงไม่ทำให้รู้สึกว่าจำเป็นต้องมีพระนางตามสูตรสำเร็จ และโลกของการเมืองก็ไม่ใช่โลกที่สงวนไว้ให้กับผู้ชายเสมอไป ประกอบกับซีรีส์ที่ทำซับไตเติลไทยได้ดีเยี่ยม และการพากย์ไทยที่เรียกได้ว่าจัดจ้านถึงเครื่อง สาดคำด่าใส่กันแบบไม่มีกั๊ก ปัจจัยเหล่านี้หลอมรวมกันและโหมอารมณ์ร่วมของผู้ชมได้อยู่หมัด จึงไม่น่าจะผิดนัก หากเราจะบอกว่า เกมการเมืองทั้งหมดที่ว่ามานี้อาจจะเป็นแค่ละครหนึ่งฉาก นำแสดงโดยเหล่านักการเมืองผู้กระหายอำนาจ และเป็นโชว์ปาหี่ที่สนุกที่สุดในโลก

ระวี ตะวันธรงค์
Author

ระวี ตะวันธรงค์

แชร์บทความนี้

ช่วยกระจายข่าวเชิงลึกให้คนมากขึ้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูในหมวด Editor

ย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืม

ภาพเฮลิคอปเตอร์อพยพผู้คนจากสถานทูตสหรัฐฯ ในไซง่อนปี 1975 เป็นสัญลักษณ์ความพ่ายแพ้ของอเมริกาในสงครามเวียดนาม บทเรียนจากความหวาดระแวง กลยุทธ์ผิดพลาด และการประเมินคู่ต่อสู้ต่ำเกินไป.

Srawut··1 min read

จับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  

การเจรจารอบ 2 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีความสำคัญต่อเสถียรภาพตะวันออกกลางและเศรษฐกิจโลก โดยมีโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นแกนหลักของความขัดแย้ง

Srawut··1 min read

เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?

สหรัฐอเมริกาประกาศปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ หลังการเจรจากับอิหร่านล้มเหลว สถานการณ์นี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเผชิญหน้าทางทหารและวิกฤตพลังงานโลก

Srawut··1 min read