เจาะลึก “RoboMIND” สมองกล Open Source: ยุทธศาสตร์หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของจีนที่โลกต้องจับตา
เมื่อปัญญาประดิษฐ์ (AI) ผสานเข้ากับร่างกายของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (Humanoid) ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ใช่แค่เครื่องจักรที่ขยับได้ตามคำสั่ง แต่คือหุ่นยนต์ที่สามารถ “คิด” และ “ทำ” งานแทนมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ นี่คือภาพสะท้อนของอนาคตที่กำลังเกิดขึ้นจริง ณ กรุงปักกิ่ง
บริษัท ซีพีออลล์ จํากัด (มหาชน) ได้พาคณะสื่อมวลชนไทยได้เข้าเยี่ยมชม ศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์แห่งกรุงปักกิ่ง ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมชมเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา ที่นี่ไม่ใช่แค่แล็บวิจัยทั่วไป แต่มันคือ “หัวใจของโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติ” ของจีน
“RoboMIND” คืออะไร? ไม่ใช่แค่หุ่นยนต์ แต่คือ “แพลตฟอร์มโอเพนซอร์ส”
สิ่งที่ทำให้ศูนย์แห่งนี้โดดเด่นกว่าใคร คือการเปลี่ยนธุรกิจหุ่นยนต์ให้กลายเป็นระบบเปิด หรือ Open Source โดยมีหัวใจหลักคือ “RoboMIND” คือสมอง (Software/Data) ที่บรรจุทักษะและความคิด ซึ่งเปรียบเสมือนระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ (Open Source OS) ของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์
ปัจจุบันเทคโนโลยีนี้ก้าวเข้าสู่เวอร์ชัน RoboMIND 2.0 ซึ่งทำหน้าที่เป็นคลังข้อมูลขนาดมหาศาล (Dataset) รวบรวมวิถีการเคลื่อนไหวและการตัดสินใจของหุ่นยนต์ไว้กว่า 310,000 รูปแบบ ครอบคลุมภารกิจที่ซับซ้อนกว่า 700 งาน ตั้งแต่การทำงานในโรงงานไปจนถึงงานบ้านที่ละเอียดอ่อน ข้อมูลเหล่านี้ถูกเปิดเผยให้สตาร์ทอัพและมหาวิทยาลัยนำไปใช้ได้ฟรี เพื่อให้ทุกคนสามารถสร้างหุ่นยนต์ที่ “ฉลาด” ได้ทันทีโดยไม่ต้องนับหนึ่งใหม่

“เทียนกง” และ “หุยซือไคอู่”: เมื่อฮาร์ดแวร์พบกับซอฟต์แวร์
ระหว่างการเยี่ยมชมคือการได้เห็นหุ่นยนต์รุ่น “เทียนกง” (Tiangong) หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ขนาดเท่าตัวจริงที่วิ่งบนพื้นผิวขรุขระได้อย่างคล่องแคล่ว ซึ่งทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ “หุยซือไคอู่” (Huisi Kaiwu) * เทียนกง: คือร่างกาย (Hardware) ที่แข็งแรงและยืดหยุ่น
รัฐบาลจีนกำลังใช้โมเดลนี้สร้าง “เครื่องมือกลางของอุตสาหกรรม” เพื่อเร่งอัตราการผลิต (Mass Production) โดยตั้งเป้าการผลิตสูงถึง 5,000 ตัวต่อปี และมุ่งเป้าให้บริษัทจีนกว่าพันรายสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล
ไม่ใช่แค่บริษัทเทคโนโลยี แต่คือ “โครงสร้างพื้นฐานระดับชาติ”
สำหรับโครงการนี้ไม่ใช่แค่เพียงบริษัทผลิตหุ่นยนต์ทั่วไปที่พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อผลิตสินค้าออกขาย แต่ความจริงล้ำไปไกลกว่านั้น ศูนย์แห่งนี้ถูกออกแบบให้เป็น “โครงสร้างพื้นฐานระดับชาติ” โดยมีหัวใจสำคัญคือการสร้าง “RoboMIND” หรือชุดข้อมูลสมองกลที่เป็นระบบ “โอเพนซอร์ส” (Open Source)
การเปิดเป็นโอเพนซอร์สหมายความว่า จีนไม่ได้ต้องการให้บริษัทเดียวเก่งที่สุด แต่รัฐบาลกำลังสร้าง “เครื่องมือกลาง” ให้สตาร์ทอัพและมหาวิทยาลัยนับพันแห่งนำชุดข้อมูลไปใส่ในสมองหุ่นยนต์เพื่อต่อยอดได้ทันที พูดง่ายๆ คือการสร้างระบบนิเวศที่ทุกคนร่วมกันพัฒนา เพื่อเร่งสปีดให้อุตสาหกรรมทั้งระบบก้าวไปข้างหน้าพร้อมกัน
สมรภูมิหุ่นยนต์โลก: เมื่อ “ยุทธศาสตร์” แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
หากเราเปรียบเทียบการแข่งขันพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เหมือนการ “สร้างบ้าน” เราจะเห็นโมเดลที่แตกต่างกันชัดเจนในระดับโลก:
- จีน (โมเดลรัฐนำทาง): เปรียบเสมือนการสร้างโรงงานผลิตเครื่องมือและวัสดุก่อสร้างมาตรฐาน แล้วแจกจ่ายให้ผู้รับเหมานับพันรายมาช่วยกันสร้างบ้านพร้อมกัน เป้าหมายคือความรวดเร็วและจำนวนมหาศาลเพื่อครองตลาดโลก
- สหรัฐอเมริกา (โมเดลเอกชนนำ): นำโดยยักษ์ใหญ่และสตาร์ทอัพอย่าง Tesla หรือ Boston Dynamics ที่เปรียบเสมือนสถาปนิกระดับโลก เน้นการออกแบบบ้านอัจฉริยะต้นแบบที่ล้ำสมัยที่สุดและฉลาดที่สุด
- ญี่ปุ่น (โมเดลเจ้าแห่งคุณภาพ): ยังคงจุดแข็งเรื่องการควบคุมการเคลื่อนไหว (Motion Control) และชิ้นส่วนความแม่นยำสูง เปรียบเสมือนผู้ผลิตวัสดุและเฟอร์นิเจอร์เกรดพรีเมียมที่โลกขาดไม่ได้
- ยุโรป (โมเดลมาตรฐานและความปลอดภัย): โดดเด่นเรื่องการวางกฎระเบียบและการทำงานร่วมกับมนุษย์ เปรียบเป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานการอยู่อาศัยที่ปลอดภัยที่สุด
บทสรุป: สมรภูมิที่ตัดสินกันใน 3-5 ปีข้างหน้า
สิ่งที่ศูนย์นวัตกรรมในปักกิ่งกำลังทำ จึงไม่ใช่แค่การโชว์หุ่นยนต์เดินได้ แต่คือการวางรากฐานให้อุตสาหกรรมฮิวแมนนอยด์ทั้งประเทศสามารถขยายการผลิต (Mass Production) เข้าสู่ตลาดโลกได้อย่างรวดเร็วด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าและพัฒนาได้ไวกว่าจากการร่วมมือกัน
หลังจากได้เห็นของจริงแล้ว ต้องยอมรับว่าในอีก 3-5 ปีข้างหน้า เกมการแข่งขันหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จะเป็นหนึ่งในสมรภูมิเทคโนโลยีที่สำคัญที่สุดของโลก ใครที่ครองแพลตฟอร์มสมองกลอย่าง RoboMIND ได้ก่อน ย่อมกุมความได้เปรียบในเศรษฐกิจยุคใหม่ไปโดยปริยาย
Srawut
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทย
สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เพื่อเติมสีสันให้กับการท่องเที่ยวไทย
ย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืม
ภาพเฮลิคอปเตอร์อพยพผู้คนจากสถานทูตสหรัฐฯ ในไซง่อนปี 1975 เป็นสัญลักษณ์ความพ่ายแพ้ของอเมริกาในสงครามเวียดนาม บทเรียนจากความหวาดระแวง กลยุทธ์ผิดพลาด และการประเมินคู่ต่อสู้ต่ำเกินไป.
จับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์
การเจรจารอบ 2 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีความสำคัญต่อเสถียรภาพตะวันออกกลางและเศรษฐกิจโลก โดยมีโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นแกนหลักของความขัดแย้ง
เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?
สหรัฐอเมริกาประกาศปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ หลังการเจรจากับอิหร่านล้มเหลว สถานการณ์นี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเผชิญหน้าทางทหารและวิกฤตพลังงานโลก




