ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Live · Breaking
สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทยย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืมจับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?“สามฉากทัศน์ใน ฮอร์มุซ“ เมื่อสหรัฐ ‘คุมทาง’ จีน ‘ต้องใช้ทาง’ และอิหร่าน ‘อยู่บนทาง’”ตะวันออกกลางตึงเครียดอีกครั้ง CENTCOM ประกาศเริ่มปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซสวนนงนุช จัดใหญ่ มหาสงกรานต์ดอกไม้บานรู้จัก CENTCOM หน่วยงานที่ถูกกล่าวถึงมากสุดในเวลานี้สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทยย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืมจับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?“สามฉากทัศน์ใน ฮอร์มุซ“ เมื่อสหรัฐ ‘คุมทาง’ จีน ‘ต้องใช้ทาง’ และอิหร่าน ‘อยู่บนทาง’”ตะวันออกกลางตึงเครียดอีกครั้ง CENTCOM ประกาศเริ่มปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซสวนนงนุช จัดใหญ่ มหาสงกรานต์ดอกไม้บานรู้จัก CENTCOM หน่วยงานที่ถูกกล่าวถึงมากสุดในเวลานี้
The Insight News
มองอีกมุม “เหตุกราดยิง” เมื่อ “เรื่องเพศ” อาจเป็นปัจจัยให้ผู้ชายถือปืนไล่ยิงคน

มองอีกมุม “เหตุกราดยิง” เมื่อ “เรื่องเพศ” อาจเป็นปัจจัยให้ผู้ชายถือปืนไล่ยิงคน

ระวี ตะวันธรงค์
ระวี ตะวันธรงค์
กองบรรณาธิการ
1 min read

กลายเป็นเหตุสะเทือนขวัญคนไทยทั้งประเทศ สำหรับเหตุกราดยิงในห้างสรรพสินค้าชื่อดังใจกลางกรุง ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บทั้งหมด 7 ราย ในขณะที่สังคมต่างโศกเศร้ากับความสูญเสียและหวาดกลัวกับเหตุการณ์ดังกล่าว ประเด็นหนึ่งที่ถูกหยิบยกมาพูดคุยกันต่อคือ “แรงจูงใจ” ที่ทำให้ผู้ก่อเหตุตัดสินใจนำปืนออกมาไล่ยิง “คนแปลกหน้า” ในพื้นที่สาธารณะเช่นนี้

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการหาแรงจูงใจ “ที่ชัดเจน” ของการก่อเหตุกราดยิงช่างเป็นเรื่องยากเย็น ผู้ก่อเหตุส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่ “ถูกขับเคลื่อน” ด้วยเหตุปัจจัยที่หลากหลาย และอาจจะไม่สามารถหยิบยกปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งมาเป็นเหตุจูงใจให้เขาคนนั้นตัดสินใจก่อเหตุรุนแรงได้เลย อย่างไรก็ตาม งานวิจัยและการศึกษามากมายเปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจ เมื่อ “เหตุกราดยิง” ส่วนใหญ่มีความเชื่อมโยงกับ “การเหยียดเพศ” และ “ความรุนแรงในครอบครัว” The Modernist ชวนมองอีกมุมของ “เหตุกราดยิง” ที่สาเหตุเบื้องหลังอาจมีความเชื่อมโยงกับ “เรื่องเพศ” อย่างที่สังคมไม่ทันรู้ตัว

ความรุนแรงในครอบครัว: สารตั้งต้นเหตุกราดยิง

หากมองเหตุการณ์กราดยิงในสหรัฐอเมริกาที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เราจะพบว่าหลายครั้งที่ผู้ก่อเหตุมีประวัติการใช้ “ความรุนแรงในครอบครัว” เช่น เหตุกราดยิงไนท์คลับในเมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา เมื่อปี 2016 และทำให้มีผู้เสียชีวิต 50 ราย ผู้ก่อเหตุคือชายที่เคยใช้กำลังทำร้ายภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ของตัวเอง หรือเหตุกราดยิงโบสถ์ในชัตเทอร์แลนด์สปริงส์ รัฐเท็กซัส ปี 2017 และมีผู้เสียชีวิต 26 คน ผู้ก่อเหตุก็มีประวัติใช้ความรุนแรงกับภรรยาและลูกเลี้ยงของเขา เป็นต้น

จากสถิติเหตุกราดยิง อย่างน้อย 22 ครั้ง ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2011 ในสหรัฐฯ พบว่า 86% ของผู้ก่อเหตุทั้งหมดมีประวัติการใช้ความรุนแรงในครอบครัว และ 32% มีประวัติสตอล์กเกอร์หรือคุกคาม “ผู้หญิง” มาก่อน ขณะที่ข้อมูลจาก Moms Demand Action for Gun Sense in America ก็ระบุว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งของเหตุกราดยิงในสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2009 – 2017 มีเหยื่อเป็นภรรยาหรือสมาชิกในครอบครัวของผู้ก่อเหตุเอง 

ทั้งนี้ มากกว่าครึ่งหนึ่ง (50%) ของผู้ก่อเหตุกราดยิง เลือกลงมือโดยพุ่งเป้าไปที่ผู้หญิง

สิ่งหนึ่งที่คนไม่ค่อยสนใจหรืออาจจะไม่ทันได้ฉุกคิดคือ ผู้ก่อเหตุกราดยิงส่วนใหญ่มักเป็น “ผู้ชาย” แต่ทำไมผู้ชายจึงมักจะกลายเป็นผู้ก่อเหตุที่แสนเลวร้ายเหล่านี้? 

อินเซล: กลุ่มชายเหยียดเพศที่เกลียดผู้หญิง

งานวิจัยระบุว่า นอกจากการใช้อาวุธปืนที่เหมือนกันแล้ว ความเชื่อมโยงของเหตุกราดยิงหลายเหตุการณ์คือ ผู้ก่อเหตุมีประวัติแสดง “ความเกลียดชังผู้หญิง” หรือมีความเชื่อเรื่อง “การเหยียดเพศ” ซึ่งพวกเขามักจะพูดคุยหรือแบ่งปันเรื่องราวกันทางโลกออนไลน์ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวนี้คือปัจจัยที่นำไปสู่การก่อเหตุกราดยิงที่เกิดขึ้นมากมายในสหรัฐฯ โดยมีความเชื่อมโยงถึงกลุ่ม “อินเซล (Incels)” ที่กลายเป็นกลุ่มออนไลน์ที่มีอิทธิพลมากต่อระบบความคิดของผู้ชายบางคนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา 

กลุ่มอินเซล (Incels) เป็นคำย่อของคำว่า Involuntary Celibate หรือโสดโดยไม่สมัครใจ ถือเป็นกลุ่มวัฒนธรรมย่อยบนโลกออนไลน์ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้ชายได้ระบายความโกรธหลังโดนผู้หญิงปฏิเสธ แสดงออกถึงความคับข้องใจหรือความเกลียดชังที่มีต่อพวกผู้หญิง เกลียดชังเพื่อนมนุษย์ เกลียดชังตัวเอง เปิดเผยอคติทางเชื้อชาติ ไปจนถึงบอกเล่าจินตนาการการใช้ความรุนแรง และเฉลิมฉลองเหตุกราดยิงในกลุ่มพูดคุยของอินเซลด้วยกัน 

“ผู้ชายกลุ่มนี้มีความโกรธแค้น พวกเขาพร้อมที่จะตาย และพวกเขาก็มีความเจ็บปวดทางใจตั้งแต่ยังเด็ก รวมถึงมีชีวิตที่แสนยากลำบาก ผู้ชายเหล่านี้จึงอยู่ในจุดที่ต้องหาบางสิ่งหรือบางคนมากล่าวโทษ และสำหรับบางคน พวกเขาก็เลือกที่จะกล่าวโทษพวกผู้หญิง” จิลเลียน ปีเตอร์สัน นักจิตวิทยาผู้ก่อตั้ง Violence Project ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว The New York Times

Femicide เพราะเป็นหญิงจึงต้องตาย

Femicide หรือในภาษาไทยใช้คำว่า “อิตถีฆาต” เป็นพฤติกรรมจงใจฆาตกรรมผู้หญิง เพียงเพราะพวกเธอเป็นผู้หญิง ถือเป็นเจตนาทำร้ายให้ถึงแก่ชีวิตที่มีแรงจูงใจเกี่ยวกับเพศสภาพ ผู้ก่อเหตุส่วนใหญ่มักจะเป็นผู้ชาย และเป็นอาชญากรรมทางเพศที่เลวร้าย

Femicide สามารถแบ่งออกได้ 2 ประเภท คือ Intimate Femicide (อิตถีฆาตคนใกล้ตัว) และ Non-intimate Femicide (อิตถีฆาตคนแปลกหน้า) โดยประเภทแรกคือการฆาตกรรมผู้หญิงที่เป็นคนรัก อดีตคนรัก หรือคนในครอบครัว ขณะที่ประเภทหลังคือการฆาตกรรมผู้หญิงที่ตัวผู้ก่อเหตุไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ ด้วย หรือไม่รู้จักกันมาก่อน ซึ่งหมายรวมได้ถึงการฆ่าผู้หญิงในช่วงสงครามความขัดแย้ง การฆ่าเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของครอบครัว การฆ่าผู้หญิงเนื่องจากเชื้อชาติและเพศสภาพของพวกเธอ ไปจนถึงการฆ่าผู้หญิงโดยได้รับอิทธิพลจากผู้หญิงที่สวมบทบาท “ผู้ปกป้องระบบ” และการฆ่าผู้หญิงข้ามเพศ 

ปัญหาการฆาตกรรมผู้หญิงเพราะเหตุแห่งเพศกลายเป็นปัญหาใหญ่ระดับโลกที่ต้องการได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน จากการรายงานของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNDOC) ระบุว่า ในปี 2560 มีผู้หญิงราว 87,000 คน ถูกฆาตกรรมจากเหตุดังกล่าว และผู้ก่อเหตุล้วนแล้วแต่เป็น “เพศชาย” ทั้งสิ้น

ใดๆ ในโลกล้วนความเป็นชายเป็นพิษ

ความรุนแรงที่กระทำโดยเพศชายเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ข่าวหญิงสาวถูกคนรักฆาตกรรมมีผ่านตามาให้เห็นแทบทุกสัปดาห์ จนคล้ายกับว่ามันคือ “เรื่องปกติธรรมดา” ของสังคม ไม่มีใครตั้งคำถามถึงสาเหตุที่แท้จริงของความรุนแรงหรือ “ความคาดหวังของสังคม” ที่ผู้ชายต้องแบกรับเอาไว้ และมันก็หนักหนามากเกินไป จนพวกเขาไม่สามารถอดทนอดกลั้นกับสิ่งนั้นได้อีกแล้ว มันจึงนำพวกเขาไปสู่ “ภาวะความเป็นชายเป็นพิษ (Toxic Masculinity)” ที่ทำร้ายคนทุกเพศในสังคม

โดยเฉพาะผู้หญิง

ความเป็นชายในสังคมโลกถูกเชื่อมโยงกับการแสดงออกถึงความเป็นผู้นำ ต้องมีอำนาจ ต้องเข้มแข็ง ต้องมีเหตุผล ห้ามร้องไห้ ห้ามอ่อนแอ เป็นผู้ชายต้องประสบความสำเร็จ ต้องพึ่งพาได้ ในขณะเดียวกันก็ต้องพิสูจน์ “ความแมน” ของตัวเองผ่านการแสดงออกและพฤติกรรมต่างๆ หากคุณฟิตอยู่ในกรอบเหล่านี้ ยินดีด้วยคุณคือ “ชายแท้” ที่สังคมจะยกย่องบูชา

แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง ไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะการจะใช้ชีวิตให้อยู่ในกรอบความเป็นชายของสังคมตลอดเวลาย่อมส่งผลกระทบต่อผู้ชายเช่นกัน ขณะที่สังคมก็กดทับและคาดหวังว่าผู้ชายต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ แต่ปัจจัยย่อมมีความแตกต่างหลากหลาย และนั่นนำไปสู่ภาวะความเป็นชายเป็นพิษ (Toxic Masculinity) ผลิตผู้ชายที่ทำร้ายคนอื่นออกมามากมาย

ความกดดันของสังคมที่ผู้ชายแบกรับสะท้อนออกมาในงานวิจัยของ Priory Group ที่ระบุว่า ผู้ชายมากกว่า 40% ไม่เคยเล่าปัญหาสุขภาพจิตของตัวเองให้คนอื่นฟังเลย แม้พวกเขาต้องทนทุกข์กับอาการวิตกจริต ภาวะเครียด หรือโรคซึมเศร้า เพราะพวกเขารู้สึกไม่อยากเป็นภาระของใคร พวกเขารู้สึกอับอายที่จะต้องพูดเรื่องนี้ หรือแม้แต่คนในสังคมของพวกเขาตีตราว่าปัญหาสุขภาพจิตเป็นเรื่องผิดปกติ 

แน่นอนว่าผู้เขียนเองคงไม่สามารถฟันธงได้ว่าแรงจูงใจของการกราดยิงที่เกิดขึ้นคืออะไร แต่การมองเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นในแง่มุมที่แตกต่างออกไป ก็อาจจะทำให้สังคมได้มองเห็นปัญหาที่มีอยู่จริงและมองสิ่งที่เกิดขึ้นได้รอบด้านมากขึ้น เพราะท้ายที่สุดแล้ว แม้เรื่องนี้จะไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศเลย แต่เหตุการณ์อื่นก่อนหน้าที่เคยเกิดขึ้นในแต่ละมุมโลกก็มีคุณค่าให้พวกเราได้มองดูเป็นตัวอย่าง เรียนรู้ และหาวิธีป้องกัน เพราะท้ายที่สุดแล้ว การป้องกันเหตุร้ายไม่ให้เกิดขึ้น ก็คงจะดีกว่าการกลับมานั่งเสียใจเมื่อสังคมเกิดความสูญเสียที่ “อาจจะ” ยิ่งใหญ่กว่าที่เคย

เรื่อง : ณัฐฐฐิติ คำมูล

reference : motherjones / open-access / unwomen / cnn / nytimes / npr / sanook

ระวี ตะวันธรงค์
Author

ระวี ตะวันธรงค์

แชร์บทความนี้

ช่วยกระจายข่าวเชิงลึกให้คนมากขึ้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูในหมวด SOCIAL

สวนนงนุช จัดใหญ่ มหาสงกรานต์ดอกไม้บาน

สวนนงนุชพัทยาจัดงาน “มหาสงกรานต์ดอกไม้บาน” เพื่อสืบสานประเพณีสงกรานต์ซึ่งได้รับการยกย่องเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษย์โดยยูเนสโก

Srawut··1 min read

สวนนงนุช จัดใหญ่ “มหาสงกรานต์ดอกไม้บาน” 11 – 15 เมษาฯ นี้

สวนนงนุชพัทยาจัดเทศกาลมหาสงกรานต์ดอกไม้บาน 11-15 เมษายน เชิญชวนนักท่องเที่ยวทำบุญสรงน้ำพระและกราบไหว้ขอพรต้อนรับปีใหม่ไทย

Srawut··1 min read