เราเป็นคนหนึ่งที่อยากเรียนในศูนย์ฝึกอาชีพของกรุงเทพมหานครมาก
น่าเสียมากที่แต้มบุญน้อย เลยจองห้องเรียนคลาสเช้าไม่เคยทันเลย
ขนาดยังไม่มีโอกาสได้เรียนก็ขอชมว่าหลังจากศึกษาโมเดลการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพของหลายชาติ (แบบผ่าน ๆ) กลับรู้สึกว่าคอร์สฝึกอาชีพของกรุงเทพมหานครน่าเรียนมาก มีคลาสตั้งแต่แกะสลัก เพ้นท์ผ้า ตัดเสื้อ ตัดผม แต่งหน้า งานช่างซ่อมมือถือ ซ่อมคอม ผลิตสื่อและอีกมากมายนับไม่ถ้วนทีเดียว
ยังไม่นับการฝึกอาชีพหลักสูตรระยะสั้นตามวิทยาลัยสารพัดช่างทั่วกรุงเทพมหานคร ที่พอเห็นหลักสูตรมากมายก็ว่าตกใจแล้ว พอหันไปดูราคานี่ถึงกับเอามือทาบอก
เราขอยกตัวอย่างคลาสเรียน ‘การบริการงานสปาสำหรับธุรกิจเสริมสวย’ ของวิทยาลัยสารพัดช่างสี่พระยา หลักสูตร 150 ชั่วโมง ราคาค่าลงทะเบียนอยู่ที่ 160 บาท สรุปง่าย ๆ คือค่าเรียนชั่วโมงละ 1 บาทเท่านั้น
ปฏิเสธไม่ได้ว่าทักษะการทำงานในโลกความเป็นจริง ทักษะ 3 แบบคือทักษะในสายอาชีพ (Hard skill) แบบที่กรุงเทพมหานครเปิดสอนมีความสำคัญมาก แต่อีกทักษะคือการปฏิสัมพันธ์ในการเข้าหาผู้คน (Soft skill) และการพัฒนาตัวเองให้ทันกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปก็สำคัญไม่แพ้กัน
รัฐบาลสิงคโปร์ตระหนักถึงข้อนี้มานานมากแล้ว จึงพัฒนาแรงงานให้มีทักษะทั้ง 3 ประเภทนี้อยู่เสมอ
การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ผ่านการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทำให้แรงงานมี Hard Skill เป็นพื้นฐานในการทำงาน แต่การความก้าวหน้าของนวัตกรรมกำลังสร้างความเปลี่ยนแปลงในการดำรงชีวิต การทำงานและการเรียนรู้
แนวคิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต (lifelong learning) จึงกลายเป็นกุญแจสำคัญของประเทศพัฒนาแล้ว ในการอัปเดตทักษะแรงงานให้ทันต่อการความเปลี่ยนแปลงและความต้องการของตลาดอยู่เสมอ

ในปี 2014 รัฐบาลสิงคโปร์เปิดตัวโครงการ ‘SkillsFuture initiative’ โครงการภายใต้การกำกับดูแลของสภาเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจในอนาคต (FEC) ในการสนับสนุนการเรียนรู้ทักษะใหม่ของชาวสิงคโปร์ทุกเพศทุกวัย โดยมีวัตถุประสงค์ให้ชาวสิงคโปร์สามารถขับเคลื่อนองค์กรด้วยเทคโนโลยีและรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคตได้
ทาง SkillsFuture ออกแบบคอร์สทักษะต่าง ๆ ผ่านการแบ่งเนื้อหาการเรียนรู้ออกเป็น 8 ด้านคือการวิเคราะห์ข้อมูล การเงิน งานบริการที่ใช้เทคโนโลยี สื่อดิจิทัล ความปลอดภัยไซเบอร์ หลักสูตรผู้ประกอบการ การผลิตด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง และการแก้ปัญหาเมือง พร้อมให้สถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาเข้ามามีบทบาทดูแลการสอนในห้องเรียนด้วย
จากนั้น รัฐบาลออกโครงการ SkillsFuture Credit เพื่อลดช่องว่างทักษะอาชีพ (Skill gap) ด้วยการแจกเครดิตมูลค่า 500 ดอลลาร์สิงคโปร์ให้ชาวสิงคโปร์ตั้งแต่อายุ 25 ปีขึ้นไป เข้าคอร์สอบรมกับ SkillsFuture ที่มีมากกว่า 12,500 หลักสูตร ซึ่งรัฐบาลจะเติมเข้ามาให้เรื่อย ๆ
ปีแรก ๆ มีชาวสิงคโปร์เรียนผ่านโครงการนี้หลักหมื่นคนเท่านั้น (ประชากรสิงคโปร์มีประมาณ 5 ล้านคน) แต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ความสำเร็จของโครงการเบ่งบานชัดขึ้น เนื่องจากตลาดแรงงานต้องการแรงงานที่มีทักษะด้านเทคโนโลยีและด้านไอทีมากกว่าเดิม ตัวเลขผู้เรียนคอร์สของ SkillsFuture ในปี 2021 จึงพุ่งสูงขึ้นเป็น 600,000 ราย และเป็นผู้ใช้ SkillsFuture Credit 247,000 ราย
แน่นอนว่าโครงการการศึกษาระดับแม่แบบของโลกก็ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไม่น้อย

บทความจากสำนักข่าว CNA ของสิงคโปร์ระบุว่าความตั้งใจพัฒนาการศึกษาของรัฐบาล อาจนำมาสู่วัฏจักรการไล่ล่ากระดาษหรือใบประกาศนียบัตรอีกครั้ง
ด้าน Abel Ang ผู้ช่วยศาสตราจารย์จากวิทยาลัยธุรกิจนันยางเขียนบทความวิพากษ์วิจารณ์โครงการ SkillsFuture ของรัฐบาลว่าทุกคนรู้ว่าตัวเองต้องพัฒนาทักษะในการทำงาน แต่การแบ่งเวลาเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย ในขณะที่แรงงานมีภาระค่าใช้จ่ายมากมายนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย
ในปี 2020 มีรายงานว่าชาวสิงคโปร์ 500,000 คนใช้ SkillsFuture Credit แต่ไม่มีข้อมูลชี้แจงว่ามีผู้เรียนจำนวนกี่คนที่ได้งานทำจากการเพิ่มทักษะกับ SkillsFuture และทางโครงการไม่ได้บอกว่าอีกด้วยว่าทักษะเหล่านี้ทำให้ชาวสิงคโปร์สามารถหารายได้เลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวได้อย่างไร
อีกด้านหนึ่ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์จากวิทยาลัยธุรกิจนันยางก็บอกถึงข้อดีของโครงการ SkillsFuture ว่าโครงการนี้จะทำให้การเรียนรู้กลายเป็นเรื่องในชีวิตประจำวันของทุกคน การแจก E-Voucher กระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ในผู้ใหญ่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดี เหมือนที่รัฐบาลเคยสร้างการเปลี่ยนแปลงดี ๆ ผ่านโครงการ ‘National Steps Challenge’ หรือโครงการเดินสะสมแต้มแลกเงินของสิงคโปร์ ที่เปลี่ยนพฤติกรรมให้ชาวสิงคโปร์หันมาออกกำลังกายและมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงมากขึ้นมาก่อนหน้านี้แล้ว
ส่วนตัวเราแอบไปสำรวจราคา – เพราะจริง ๆ ก็อยากสมัครเรียนกับเขาด้วย – เราก็เอามือทาบอกอีกครั้งหนึ่ง หลังเห็นว่าราคาคอร์สค่อนข้างสูงทีเดียว
ในที่นี้ ขออนุญาตใช้อัตราเงินเดือนขั้นต่ำที่รัฐบาลสิงคโปร์กำหนดให้นายจ้างจ่ายให้แรงงานชาวต่างชาติอยู่ที่ 2,500 ดอลลาร์สิงคโปร์มาเป็นฐานในการเปรียบเทียบค่าคอร์สเรียน เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้น
ยกตัวอย่างคอร์สเรียนทั่วไปอย่างคอร์ส ‘Photoshop Essentials (Basic to Intermediate)’ จำนวน 16 ชั่วโมง ราคา 480 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือคอร์ส ‘Create / Design Website And Online Store / Online Shopping / E-Commerce In One Day’ จำนวน 8 ชั่วโมง ราคา 390 ดอลลาร์สิงคโปร์

SkillsFuture ยังมีคอร์สสำหรับผู้ที่ต้องการย้ายสายงาน ซึ่งราคาก็จะสูงมาก ๆ ไปตามจำนวนชั่วโมงการเรียน เช่น ‘(SCTP) Digital Marketing (Synchronous and Asynchronous e-Learning)’ เป็นหลักสูตร 6 เดือน จำนวน 360 ชั่วโมง ราคา 12,000 ดอลลาร์สิงคโปร์
เมื่อมองย้อนกลับมาที่ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพของบ้านเรา เนื้อหาอาจจะแตกต่างจากสิงคโปร์บ้าง เช่น เน้นเรื่องทักษะงานฝีมือ งานช่าง และงานอดิเรกเป็นหลัก ที่สำคัญเปิดสอนฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายอีกด้วย
ด้านสิงคโปร์มีความโดดเด่นจากการเพิ่มทักษะอย่างรอบด้าน ให้แรงงานมีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก
นับว่าเป็นอีกหนึ่งไอเดียที่ภาครัฐ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครควรนำมาประยุกต์ใช้ สำหรับการรองรับนโยบาย Smart City ที่กำลังจะตามมาในอนาคต ประชาชนชาวกรุงเทพมหานครจะได้มั่นใจว่าพวกเขาจะมีความมั่นคงในชีวิตและมีทักษะในการทำงาน เพื่อสามารถสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้ตัวเองและครอบครัวในระยะยาวได้ด้วย
Sources :
https://www.worldbank.org/en/publication/human-capital#Index
https://www.csc.gov.sg/articles/lifelong-learning-and-ageing-evidence-from-singapore
https://tdri.or.th/2019/05/live-long-learning-policy/
https://www.channelnewsasia.com/commentary/singapore-skillsfuture-grant-subsidy-sgunited-jobs-learning-446321
https://www.salika.co/2020/12/10/skills-future-credit-education-management-concept-of-singapore/
https://www.straitstimes.com/singapore/660000-singaporeans-tapped-skillsfuture-schemes-last-year-up-from-540000-in-2020
https://mothership.sg/2022/03/lifelong-learning-upskill/
https://govinsider.asia/inclusive-gov/lifelong-learning-skillsfuture-singapore-ceo-ng-cher-pong/
http://spy.ac.th/spy/images/pk203.pdf
https://www.bal.com/bal-news/singapore-minimum-monthly-salary-to-be-increased/
adisak.mha
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด POLITICS →ระบอบอากง ไม่ส่งผลกระทบ ! โพลชี้ “ชัชชาติ” ยังนำห่าง 67.30 %
โพลสำรวจชี้ว่าระบอบอากงไม่ส่งผลกระทบต่อความนำของ “ชัชชาติ” ซึ่งยังคงนำห่างอยู่ที่ 67.30 %
หนี้ภาษีหุ้นชินคอร์ป ทักษิณจะดึงเกม ยอมจ่าย หรือเลือกล้มละลาย ?
ทักษิณ ชินวัตร เผชิญหนี้ภาษีหุ้นชินคอร์ป 1.76 หมื่นล้านบาท และต้องเลือกระหว่างการจ่ายหนี้ ยืดเวลา หรือเสี่ยงต่อการล้มละลาย
รู้จัก “พนัส ไทยล้วน” ผู้ที่เรียกตัวเองว่า “พ่อมดประกันสังคม”
บทความวิเคราะห์เกี่ยวกับ “พนัส ไทยล้วน” ผู้ที่เรียกตัวเองว่า “พ่อมดประกันสังคม” และอิทธิพลของเขาในระบบแรงงานไทย
รู้จัก “ต่อศักดิ์ โชติมงคล” กุนซือชัชชาติ ที่มาวาทกรรม “ระบอบอากง”
บทความวิเคราะห์เกี่ยวกับ “ต่อศักดิ์ โชติมงคล” กุนซือผู้ว่าฯ กทม. และวาทกรรมการเมือง “ระบอบอากง” ที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งปี 2569




