อินไซต์เลือกตั้ง 69 EP 1 เจาะสนามเลือกตั้งภาคใต้ “ภูมิใจไทย” เต็งแชมป์เขต คว่ำกล้าธรรม จ่อกวาด 33 – 40 ที่นั่ง 2 ป. ประชาชน – ประชาธิปัตย์ มีลุ้นแค่ปาร์ตี้ลิสต์
การเลือกตั้งทั่วปี 2569 ที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ผ่านโค้งแรกของการหาเสียงไปแล้ว
The Insight จะเริ่มวิเคราะห์ เจาะลึกสนามเลือกตั้งรายภาค เพื่อประเมินให้เห็นว่า พรรคไหนมีโอกาสขึ้นนำก่อน และจะยืนระยะจนถึงโค้งสุดท้ายหรือไม่
การเลือกตั้งรอบนี้ อาจไม่ใช่การวัดกันแค่ กระแส หรือกระสุน แต่เป็นการเลือกตั้งที่มีพลังที่มองไม่เห็นเข้ามาเกี่ยวข้อง
บรรยากาศของการกวาดต้อนอดีต สส. บรรดาคนดัง และบ้านใหญ่ ให้เข้ามารวมอยู่ด้วยกัน เพื่อการันตีชัยชนะของการเป็นพรรคอันดับหนึ่ง และการันตีความชอบธรรมในการจัดตั้งรัฐบาล ปรากฏชัด และโจ่งแจ้งตั้งแต่ช่วงก่อนการยุบสภาฯ โจ่งแจ้งตั้งแต่เริ่มจัดตั้งรัฐบาลหนู 1
การเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แคนดิเดตทีมเศรษฐกิจ การเปิดตัวผู้สมัคร เป็นสูตรการผสมผสานที่ลงตัวยิ่ง ลงตัวต่อการผสมผสานระหว่างกลุ่มเทคโนแครต กลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า อีลิต และ กลุ่มบ้านใหญ่นักเลือกตั้ง
พรรคภูมิใจไทยแปรสภาพจากพรรคขนาดกลาง ที่มีจุดเด่นของพรรคท้องถิ่น กลายเป็นพรรคขนาดใหญ่ ที่พร้อมต่อการได้รับฉันทานุมัติให้เข้าบริหารประเทศ
องคาพยพของพรรคภูมิใจไทยหลังวันสมัครรับเลือกตั้งวันสุดท้าย ทำให้ถูกคาดหมาย โดยไม่ต้องทำโพลว่า จะเป็นพรรคที่ได้รับการเลือกตั้งมาเป็นอันดับหนึ่ง และ “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” จะสร้างประวัติศาสตร์ Come Back กลับเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2
แต่กระนั้น ชัยชนะของภูมิใจไทย ถูกประเมินว่า จะไม่ถล่มทลาย เหมือนชัยชนะของพรรคเพื่อไทยในอดีต
เพราะชัยชนะของพรรคภูมิใจไทย ส่วนใหญ่จะเป็นที่นั่งจากการเลือกตั้งแบบเขตเท่านั้น ส่วนบัญชีรายชื่อคงไม่สามารถทำคะแนนได้มากนัก
The Insight จะเริ่มเจาะลึก และวิเคราะห์ความเป็นไปได้ สำหรับชัยชนะในแบบเขตของพรรคภูมิใจไทยว่า เส้นทางความเป็นไปได้ที่ภูมิใจไทยประเมินว่าจะชนะอย่างน้อย 150 เขตเลือกตั้ง จะมีโอกาสเป็นจริงได้แค่ไหน
โดยเฉพาะเมื่อพรรคเพื่อไทย คู่แข่งในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคกลางบางส่วน เริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้นตามลำดับ พร้อมๆ กับกระแสของพรรคประชาชน ที่ยังไม่ตกต่ำอย่างที่หลายฝ่ายคาดหวัง
พื้นที่ภาคใต้ พื้นที่หลักที่พรรคภูมิใจไทยคว้าตัวอดีต สส. มาจากหลายเขต ทั้งจากพรรคพลังประชารัฐ พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคประชาธิปัตย์ ไม่เว้นแม้แต่พรรคประชาชาติ เป็นพื้นที่ที่ภูมิใจไทยคาดหวังว่า จะกวาดเก้าอี้เป็นกอบ เป็นกำ
เลือกตั้งทั่วไปปี 2569 ภาคใต้มีเก้าอี้ส.ส.รวมกัน 59 ที่นั่ง ลดลง 1 ที่นั่งจากการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2566 ที่มี 60 ที่นั่ง โดยลดลงที่จังหวัดนครศรีธรรมราช จาก 10 เขตเลือกตั้ง เหลือเพียง 9 เขต
“โกเกี๊ยะ – พิพัฒน์ รัชกิจปราการ” รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ทำหน้าที่หัวเรือใหญ่คุมการเลือกตั้งใน 14 จังหวัดภาคใต้ จากการประเมินเบื้องต้นเมื่อผ่านโค้งแรกไปแล้ว เชื่อว่า ภูมิใจไทยจะได้ สส.ในภาคใต้ไม่ต่ำกว่า 33 ถึง 40 เขตเลือกตั้ง

ชุมพร-สุราษฏร์ ภูมิใจไทยกวาด 8 เก้าอี้
โดยจะได้ในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน ชุมพรและสุราษฏร์ธานี 8 ที่นั่งจาก 10 ที่นั่ง ชุมพรจะได้ 3 ที่นั่ง จากฐานเสียงที่เข้มแข็งของ “ตระกูลจุลใส” ที่ครั้งนี้ย้ายจากพรรครวมไทยสร้างชาติ มาสวมเสื้อภูมิใจไทย
มีเพียงเขตเลือกตั้งที่ 2 เท่านั้นที่อาจเหนื่อยหน่อย เมื่อ “สันต์ แซ่ตั้ง” อดีต สส. ครั้งที่แล้ว รอบนี้ย้ายไปสังกัดพรรคกล้าธรรม และยังมี “สราวุธ อ่อนละมัย” จากพรรคประชาธิปัตย์ที่กระแสพรรคในภาคใต้เริ่มกระเตื้องกลับมามากขึ้น
แต่ “ลูกหมี” ที่ส่ง “เลขากิต – กิตติศักดิ์ พรหมรัตน์” เลขานุการนายก อบจ.ชุมพร และอดีต ส.อบจ.ชุมพรหลายสมัยลงสมัคร ก็เชื่อว่า เลขากิตจะเอาชนะสันต์ ที่ย้ายไปสวมเสื้อกล้าธรรมได้ เพราะสันต์ชนะการเลือกตั้งรอบที่แล้ว เพราะได้แรงหนุนทั้งจากตระกูลจุลใส และความแรงของกระแสลุงตู่ ของพรรครวมไทยสร้างชาติ
ส่วนสุราษฏร์ธานี จะได้ 5 ที่นั่ง จากเขตเลือกตั้งที่ 1 เขตเลือกตั้งที่ 2 เขตเลือกตั้งที่ 4 เขตเลือกตั้งที่ 6 และเขตเลือกตั้งที่ 7
เขตเลือกตั้งที่ 1 จากแชมป์เก่า “สส.ตุ๊ก – กานสินี โอภาสรังสรรค์” ที่ย้ายจากรวมไทยสร้างชาติมาสวมเสื้อพรรคภูมิใจไทย เขตนี้กานสินีน่าจะชนะแบเบอร์ แม้ “วัชระ เพชรทอง” จากประชาธิปัตย์จะโหมเดินลงพื้นที่อย่างหนัก จากกระแสพรรคที่กำลังมาแรง แต่เชื่อว่า ยังสู้ความแข็งแกร่งของ “ตระกูลกาญจนะ” ในพื้นที่ไม่ได้ เขตนี้ “ป้าโส – โสภา กาญจนะ” น่าดัน สส.ตุ๊กกลับเข้าสภาได้สำเร็จอีกรอบ
เขตเลือกตั้งที่ 2 “พิพิธ รัตนรักษ์” แชมป์เก่าค่ายป้าโส ที่ย้ายจากทั้งจากรวมไทยสร้างชาติ มาสังกัดภูมิใจไทย และย้ายจากกลุ่มป้าโส มาสังกัดกลุ่มของ “สุชาติ ชมกลิ่น” ก็น่าจะรักษาเก้าอี้ไว้ได้ไม่ยากนัก เพราะคู่แข่งทั้งจากพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคประชาชนยังกระดูกแข็งไม่พอ
เขตเลือกตั้งที่ 4 “สส. ตุด – พันธ์ศักดิ์ บุญแทน” เช่นเดียวกับ “พิพิธ” ที่ย้ายทั้งพรรคย้ายทั้งกลุ่ม คือ ย้ายจากรวมไทยสร้างชาติมาภูมิใจไทย และสังกัดกลุ่มของ “สุชาติ ชมกลิ่น” เช่นกัน
รอบนี้นอกจาก “สส.ตุด” จะเจอคู่แข่งคนเดิม “สมชาติ ประดิษฐพร” จากประชาธิปัตย์แล้ว ยังต้องสู้กับ “นพดล บัวนา” จากพรรคไทรวมพลัง ที่เลือกตั้งครั้งนี้ลงสมัครถึง 3 เขต ภายใต้การนำของ “วชิราภรณ์ กาญจนะ” ลูกสาวป้าโส – โสภา กาญจนะ 1 ใน ตระกูล 5 เสือสุราษฏร์ในอดีต
แต่ก็เชื่อว่า “สส.ตุด” ที่มีน้ำเลี้ยงจากทั้งพรรค และ กลุ่มของสุชาติ น่าจะเอาชนะคู่ต่อสู้ทั้งสมชาติ และนพดลได้ไม่ยากนัก
เขตเลือกตั้งที่ 6 เป็นอีกเขตที่ภูมิใจไทยมีโอกาสชนะ เพราะเขตนี้เป็นพื้นที่เดิมของภูมิใจไทย ที่มี “กำนันชัย – พิชัย ชมภูพล” เป็นเจ้าของเก้าอี้
เขตนี้มีแนวโน้มที่ค่อนข้างจะดุเดือด เพราะเป็นศึกศักดิ์ศรีของพรรคกล้าธรรม ที่ส่ง “อนงค์นาถ จ่าแก้ว” ลูกสาว กำนันศักดิ์ – พงศ์ศักดิ์ จ่าแก้ว ลงสมัคร และ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” ประกาศจะสนับสนุนกำนันศักดิ์เต็มที่ เพื่อให้ชนะในเขตนี้
นอกจาก “กำนันชัย” จะต้องฟาดฟันกับ “อนงค์นาถ” จากพรรคกล้าธรรม ยังต้องสู้กับ “ทีมป้าโส” ที่ส่ง “กำนันรัตน์ – นิรัตน์ ลิ้นเกลื่อน” ลงในนามพรรคไทรวมพลังด้วย เพราะนอกจากฐานของ “ตระกูลกาญจนะ” แล้ว กำนันรัตน์ก็ยังมีฐานในกลุ่มกำนันผัใหญ่บ้านด้วย แต่สุดท้ายแม้จะโดนรุม “กำนันชัย – พิชัย ชมภูพล” ก็น่าจะฝ่านด่านหินเข้าสู่สภาได้อีกครั้ง
ส่วนเขตเลือกตั้งที่ 7 เป็นเขตที่ภูมิใจไทยน่าจะยึดครองได้อีก 1 เก้าอี้ เพราะได้ “ธานินท์ นวลวัฒน์” จากพรรครวมไทยสร้างชาติ มาลงสมัครในสีเสื้อภูมิใจไทย เพียงแต่รอบนี้ เป็นศึกหนักของ สส.ธานินท์ เพราะต้องเจอกับ “กำนันศักดิ์ – พงศ์ศักดิ์ จ่าแก้ว” ที่สวมเสื้อกล้าธรรมลงมาชนเต็มตัว
“ตระกูลนวลวัฒน์” กับ “ตระกูลจ่าแก้ว” ต่างก็มีฐานเสียงในอำเภอกาญจนดิษฐ์ ซึ่งเป็นอำเภอใหญ่ และเป็นฐานเสียงสำคัญของเขตนี้
สส.ธานินท์ ในเปรียบในแง่ของความเป็นคนหนุ่ม ใจถึง และมีพี่ชาย “รองฝ้าย – นิโรธ นวลวัฒน์” รองนายกอบจ.สุราษฏร์ธานี ทีมป้าโส ที่เคยเป็น ส.อบจ.ในเขตนี้คุมฐานเสียงให้ ทำให้ สส.ธานินท์ ไม่ต้องพะวงหลัง สามารถเดินหาเสียงในพื้นที่อื่นได้อย่างสบายใจ
ต่างจากกำนันศักดิ์ ที่ได้รับการสนับสนุนเต็มที่จากผู้กองธรรมนัส ซึ่งเป็นศึกศักดิ์ศรีที่แพ้ไม่ได้ และยังพะวงทั้ง 2 เขต คือ เขต 6 และเขต 7
สุดท้ายเชื่อว่า สส.ธานินท์ จะเฉือนเอาชนะกำนันศักดิ์ ย้ำแค้นให้กับตระกูลจ่าแก้วได้อีกรอบ
ภาพรวม ของจังหวัดสุราษฏร์ธานี จึงค่อนข้างชัดในโค้งแรกว่า ภูมิใจไทยมีโอกาสเข้าป้ายที่ 5 เขต จาก 7 เขต
ส่วนที่เหลืออีก 2 เขต คือเขตเลือกตั้งที่ 3 และเขตเลือกตั้งที่ 5 นั้น เขต 3 น่าจะเป็นของ “วชิราภรณ์ กาญจนะ” ลูกสาวของป้าโสที่จะรักษาแชมป์ในนามพรรคใหม่ คือ พรรคไทรวมพลังเอาไว้ได้
ขณะที่เขตเลือกตั้งที่ 5 จะเป็นของ “ปรเมษฐ์ จินา” อดีต สส. ที่ย้ายจากรวมไทยสร้างชาติไปสังกัดพรรคกล้าธรรม ที่น่าจะมีคนอื่นขึ้นมาเทียบได้ยาก เพราะแข็งแกร่งทั้งกระแส และกระสุน ที่มีน้ำเลี้ยงแบบไม่มีอั้น

อันดามัน ภท.เก็บเกือบครบ
ส่วนพื้นที่จังหวัดริมฝั่งทะเลอันดามัน ตั้งแต่ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ที่มีทั้งหมด 15 ที่นั่ง เชื่อว่า ภูมิใจไทยจะกวาดอย่างน้อย 11 – 13 ที่นั่ง โดยจะได้ที่ระนอง 1 ที่นั่ง พังงา 2 ที่นั่ง กระบี่ 3 ที่นั่ง ตรัง 4 ที่นั่ง และสตูล 2 ที่นั่ง
ตัวเลขผกผันฝั่งอันดามันอยู่ที่ภูเก็ต ที่ภูมิใจไทยมีโอกาสชนะแค่เขตเดียวจาก 3 เขต เพราะพรรคประชาชนยังคงมาแรง โดยเขตที่ภูมิใจไทยมีโอกาสชนะอยู่ที่เขตเลือกตั้งที่ 2 ซึ่งรอบนี้ภูมิใจไทยส่ง “นายษณกร กี่สิ้น” ซึ่งเป็นหลานชายของ “ปราบ กี่สิ้น” ผู้กว้างขวางของป่าตองลงสมัคร เพื่อแข่งกับอดีตส.ส.จากพรรคประชาชน “เฉลิมพงศ์ แสงดี” ที่การเลือกตั้งครั้งก่อน ได้รับการสนับสนุนจาก “ปราบ กี่สิ้น” เช่นกัน
ส่วนเขตเลือกตั้งฝั่งอันดามัน ที่ภูมิใจไทยยังต้องเหนื่อยอีกเขต และมีลุ้นว่า จะชนะหรือไม่ คือ เขตเลือกตั้งที่ 4 จังหวัดตรัง เมื่อคะแนนของ “กาญจน์ ตั้งปอง” จากประชาธิปัตย์ เริ่มดีวัน ดีคืน จากกระแสพรรค และจากการเป็นอดีต ส.ส.ที่มีผลงานในสภามากกว่า “สจ.ล้าน – พิชัย ศิริสุนทร” ผู้สมัครของภูมิใจไทย
แต่สุดท้ายเชื่อว่า สจ.ล้านที่มีฐานะเป็นหลานชายของ “โกเกี๊ยะ – พิพัฒน์ รัชกิจปราการ” ที่โกเกี๊ยะ คงยอมไม่ได้ ก็จะพลิกเอาชนะกาญจน์ แบบหืดขึ้นคอ
ประเมินโค้งแรก ภูมิใจไทยจะได้เก้าอี้ฝั่งอันดามัน 12 ที่นั่ง และอาจเพิ่มเป็น 13 ที่นั่ง หาก “ปราบ กี่สิ้น” ลงแรงให้กับหลานชายแบบสุดตัว

สงขลา – นครฯ-พัทลุง ภท.นอนมา 11 จาก 21 เก้าอี้
ส่วนพื้นที่จังหวัดรอบทะเลสาปสงขลา จำนวน 21 ที่นั่ง จากสงขลา 9 ที่นั่ง นครศรีธรรมราช 9 ที่นั่ง และพัทลุง 3 ที่นั่ง ประเมินรอบแรก ภูมิใจไทยมีโอกาสชนะเลือกตั้ง 11 ที่นั่ง
โดยมีโอกาสชนะที่นครศรีธรรมราช 5 จาก 9 ที่นั่ง
เขตเลือกตั้งที่ 1 “ราชิต สุดพุ่ม” อดีต สส. ที่ย้ายจากประชาธิปัตย์มาอยู่ภูมิใจไทย
เขตเลือกตั้งที่ 5 “สุธรรม จริตงาม” อดีต สส. ที่ย้ายมาจากพรรคพลังประชารัฐ
เขตเลือกตั้งที่ 6 “ษฐา ขาวขำ” อดีต สส. เดิมของพรรคภูมิใจไทย
เขตเลือกตั้งที่ 8 “นางอวยพรศรี เชาวลิต” ภรรยาของนายกเอ นายกเทศมนตรีตำบลท่าศาลา ที่เลือกตั้งครั้งนี้ ย้ายจากประชาธิปัตย์มาสวมเสื้อภูมิใจไทย
เขตเลือกตั้งที่ 9 “รัฐมนตรีปุ้ย พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล” ที่ย้ายจากพรรครวมไทยสร้างชาติ มาสังกัดพรรคภูมิใจไทยเช่นกัน
สงขลา 5 จาก 10 ที่นั่ง โดยได้จาก เขตเลือกตั้งที่ 1 “สรรเพชญ บุญญามณี” ลูกชายของอดีตรัฐมนตรีและอดีต สส. หลายสมัย นิพนธ์ บุญญามณี ที่รอบนี้ย้ายพรรคเป็นครั้งแรก โดยย้ายจากประชาธิปัตย์มาภูมิใจไทย
เขตเลือกตั้งที่ 2 “ศาสตรา ศรีปาน” อดีต สส. ที่ย้ายจากรวมไทยสร้างชาติ มาภูมิใจไทย เขตนี้แม้ดูว่า จะดุเดือดที่สุด เพราะต้องแข่งกันระหว่าง “ศาสตรา ศรีปาน” ภูมิใจไทย “หมอสุภัทร ฮาสุวรรณกิจ” จากพรรคประชาชน และ “จูรี นุ่มแก้ว” จากพรรคประชาธิปัตย์
เขตนี้แม้กระแสจูรี และประชาธิปัตย์จะมาแรง แต่คอการเมืองเชื่อว่า ฐานคะแนนของศาสตราที่มีระบบจัดการที่เข้มแข็ง น่าจะเอาชนะจูรี และหมอสุภัทรไปได้
เขตเลือกตั้งที่ 3 “โกถึก – สมยศ พลายด้วง” อดีต สส. จากประชาธิปัตย์ ที่เดิมจะย้ายไปพรรคกล้าธรรม หลังลูกชาย “สจ.กอล์ฟ สิรดนัย พลายด้วง” ก่อเหตุ ทำร้ายตำรวจตระเวณชายแดนในพื้นที่คูหาเลือกตั้ง แต่สุดท้ายตัดสินใจย้ายตามนิพนธ์ บุญญามณีมาสังกัดภูมิใจไทย
โกถึก เดิมคาดว่า จะถูกต่อต้านอย่างหนักจากการกระทำของลูกชาย แต่ด้วยบารมี ด้วยคะแนนจัดตั้งที่ถึงลูก ถึงคน ถึงบ้าน แบบถึงใจ ทำให้เชื่อว่า โกถึกจะฝ่าด่านต้านเทา เข้าสภามาได้อีกรอบในสีเสื้อภูมิใจไทย
เขตเลือกตั้งที่ 6 เขตที่จะสู้กันรุนแรง แบบดุเดือดอีกเขต ระหว่าง “โบ๊ต – อนุกูล พฤกษานุศักดิ์” ที่พลาดมาแล้ว ในการเลือกตั้ง 2 ครั้ง ในสีเสื้อพลังประชารัฐ รอบนี้สวมเสื้อภูมิใจไทย ลงแข่งกับ “มังกร – บารมี ขาวทอง” ลูกชายของ “นายกชาย – เดชอิศม์ ขาวทอง” ที่มาในสีเสื้อกล้าธรรม
เลือกตั้งปี 2566 “โบ๊ต” แพ้ “น้ำหอม – สุภาพร กำเนิดผล” ภรรยาของนายกชาย ที่ใส่เสื้อประชาธิปัตย์ และมีศักดิ์เป็นแม่เลี้ยงของมังกรมาแล้ว รอบนี้เป็นโอกาสที่จะแก้มือ และเชื่อว่า คนในพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 6 น่าจะให้โอกาส “โบ๊ต” มากกว่า “มังกร” ที่เพิ่งลงสมัครเป็นครั้งแรก
เขตเลือกตั้งที่ 7 เขตนี้ “ณัฎฐชนน ศรีก่อเกื้อ” แชมป์ 2 สมัย จากภูมิใจไทย ยังน่าจะรักษาเก้าอี้ไว้ได้ แม้จะต้องแข่งกับคู่ปรับเดิม” ศิริโชค โสภา” เจ้าของฉายา วอลเปเปอร์ ในยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
“ศิริโชค” เดิมมีข่าวว่าจะย้ายไปสังกัดพรรคกล้าธรรม แต่เมื่ออภิสิทธิ์กลับมาพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง ศิริโชค จึงตัดสินใจยังอยู่สู้ต่อกับ ปชป. อีกครั้ง
เขตนี้แม้กระแสพรรคกำลังมา แต่ฐานเสียงของณัฎฐชนน ที่เป็นส.ส.มา 2 สมัย น่าจะยังคงทำให้ณัฎฐชนน รักษาเก้าอี้ ส.ส. เขตนี้ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น
ส่วนพัทลุง 3 ที่นั่งภูมิใจไทยมีโอกาสชนะแค่เขตเดียว ในเขตเลือกตั้งที่ 3 ซึ่งเป็นพื้นที่ของตระกูลขำนุรักษ์ ที่รอบนี้ แม้ “ร่มธรรม ขำนุรักษ์” จะลงสมัครในระบบบัญชีรายชื่อ และย้ายมาสังกัดภูมิใจไทย แต่แบบเขตที่ส่ง “เขมพล อุ้ยตยะกุล” คนสนิทของ “โกเกี๊ยะ – พิพัฒน์ รัชกิจปราการ” ลงสมัครแทน ก็ยังเชื่อว่า เขมพลจะเอาชนะคนของพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคกล้าธรรมในเขตนี้
โดยรวม 21 ที่นั่งของ 3 จังหวัดรอบทะเลสาป ภูมิใจไทยจะกวาดไป 11 ที่นั่ง แบ่งให้ประชาธิปัตย์ 4 ที่นั่ง กล้าธรรม 5 ที่นั่ง และเพื่อไทยอาจปักธงได้ที่พัทลุง 1 เขต ในเขตเลือกตั้งที่ 2 จาก “นิธิศักดิ์ ธรรมเพชร” อดีต ส.ส.พรรครวมไทยสร้างชาติที่รอบนี้ลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทย

3 จังหวัดชายแดนใต้ ภูมิใจไทยเต็ง 5 ลุ้น 2 โค้งสุดท้ายอาจได้ถึง 7
พื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ 13 ที่นั่ง จากปัตตานี 5 ที่นั่ง ยะลา 3 ที่นั่ง และนราธิวาส 5 ที่นั่ง ประเมินรอบแรก ภูมิใจไทยจะได้ 5 – 7 ที่นั่ง
5 ที่นั่งที่เชื่อว่า น่าจะแบเบอร์ มาจาก ปัตตานี 3 ที่นั่ง เขตเลือกตั้งที่ 1 รอบนี้ภูมิใจไทยได้ “กำนันบาฮา – บาฮารุดดิน ยูโซะ” ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัดปัตตานีลงสมัคร ทำให้เชื่อว่า กำนันบาฮาที่ฐานคะแนนเหนียวแน่นในกลุ่มกำนันผู้ใหญ่บ้าน และได้รับการหนุนหลังจาก “เศรษฐ อัลยุฟรี” นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี จะเอาชนะอดีต ส.ส. อาจารย์วรวิทย์ บารูจากพรรคประชาชาติไปได้
เขตเลือกตั้งที่ 2 “คอซีย์ มามุ” อดีต ส.ส.จากพรรคพลังประชารัฐ รอบนี้สวมเสื้อภูมิใจไทย เขตนี้ฐานเสียงของคอซีย์ค่อนข้างแน่นหนา เมื่อบวกกับพลังของ “นายกเศรษฐ์” ก็เชื่อว่า ยังไม่น่าจะมีใครโค่นคอซีย์ ลงได้
เขตเลือกตั้งที่ 5 เขตนี้ภูมิใจไทยได้อดีต ส.ส. “สาเหะมูหาหมัด อัลอิสรุต” จากพรรคประชาชาติมาลงในนามภูมิใจไทย เขตนี้ยังไม่มีใครขึ้นมาทาบ “สาเหะมูหาหมัด” ได้ ภูมิใจไทยน่าจะชนะลอยลำ
การผนึกกำลังกันของ คอซีย์ กำนันบาฮา และนายกเศรษฐ์ ที่รอบนี้นายกเศรษฐ์ลงลุยเต็มที่ ทำให้ภูมิใจไทยมีโอกาสอีก 2 เขต คือ เขตเลือกตั้งที่ 3 “บูรฮันธ์ สะเม๊าะ” และเขตเลือกตั้งที่ 4 “อริญชัย ซูสารอ”
เพราะครั้งที่แล้ว “บูรฮันธ์” แพ้ “สมมติ เบญจลักษณ์” จากประชาชาติไปไม่ถึง 3 พันคะแนน ขณะที่ “อริญชัย” ก็แพ้ “ยูนัยดี วาบา” จากประชาธิปัตย์ ที่รอบนี้สวมเสื้อกล้าธรรมไปเพียง 2 พันคะแนนเช่นกัน
ทั้ง 2 เขตนี้ “เศรษฐ์” เชื่อว่า จากการผนึกกำลังกันของการเมืองท้องถิ่นทั้งจังหวัด จะทำให้ภูมิใจไทยเอาชนะแชมป์เก่าทั้ง 2 เขตได้ ปัตตานี ภูมิใจไทยจึงผกผันอยู่ที่ 3 หรือ 5 ที่นั่ง
ส่วนยะลา ยังไม่มีใครล้มฐานเสียงของ “อาจารย์ วัน มูหะหมัด นอร์ มะทา” จากพรรคประชาชาติลงได้ เชื่อว่า ประชาชาติจะชนะการเลือกตั้งทั้ง 3 เขตอีกครั้ง
ภูมิใจไทยยังมีหวังอีก 2 ที่นั่งในจังหวัดนราธิวาส ในเขตเลือกตั้งที่ 1 และเขตเลือกตั้งที่ 4 แม้ว่าจะต้องแข่งกับฐานเสียงของพรรคกล้าธรรม ที่รอบนี้ “ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า” ประกาศว่า แพ้ไม่ได้ เพราะถือว่า นราธิวาสเป็นบ้านแห่งที่ 2 ของเขา
แต่กระนั้นในเขตเลือกตั้งที่ 1 “นายวัชระ ยาวอหะซัน” อดีตส.ส.จากพรรครวมไทยสร้างชาติที่ย้ายมาภูมิใจไทย ก็ยังมีฐานเสียงที่หนักแน่นกว่าฐานเสียงของ “ร้อยเอกธรรมนัส” ที่ส่ง “ลุตฟี หะยีอีแต” ที่ย้ายจากภูมิใจไทยมากล้าธรรมอยู่ดี แต่ก็จะเป็นการเชือดเฉือนกันแบบสูสี เพราะรอบที่แล้ว “ลุตฟี” แพ้ “วัชระ” ไปไม่ถึง 3 พันคะแนนเช่นกัน
ส่วนเขตเลือกตั้งที่ 4 “ภูมิใจไทย” ส่ง “ซาการียา สะอิ” แชมป์เก่าลงรักษาเก้าอี้ และ “ซาการียา” น่าจะเอาชนะคู่แข่ง “กูเฮง ยาวอหะซัน” จากพรรคประชาชาติไปได้อีกครั้ง
นราธิวาส ภูมิใจไทยจะได้ 2 เก้าอี้ ส่วนกล้าธรรมจะได้ 2 เก้าอี้ จาก “ตระกูลมะยูโซ๊ะ” ในเขตเลือกตั้งที่ 2 “อามินทร์ มะยูโซ๊ะ” และเขตเลือกตั้งที่ 3 “สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ” ส่วนเขตเลือกตั้งที่ 4 ยังไม่มีใครสู้ “กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ” จากพรรคประชาชาติได้
รวมแล้วในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภูมิใจไทยจะได้ 5 – 7 ที่นั่ง โดยตัวแปร 2 ที่นั่งอยู่ที่จังหวัดปัตตานี ที่ภูมิใจไทยจะชนะยกจังหวัดทั้ง 5 เขตได้หรือไม่ พรรคกล้าธรรมจะได้ 3 ที่นั่ง และพรรคประชาชาติ 5 ที่นั่ง
ผลการประเมินรอบแรก สนามการเลือกตั้งแบบเขตในภาคใต้ พรรคภูมิใจไทยจึงมีโอกาสชนะเป็นที่หนึ่ง และอาจจะกวาดที่นั่งได้ประมาณ 36 ที่นั่ง โดยมีพรรคกล้าธรรมเป็นอันดับ 2 จำนวน 9 ที่นั่ง พรรคประชาชาติ 5 ที่นั่ง พรรคประชาธิปัตย์ 4 ที่นั่ง และพรรคประชาชน 3 ที่นั่ง
แต่ถ้าโค้งสุดท้าย ภูมิใจไทยทำถึง เดินถึง รักษากระแสถึง ยืนระยะถึง น้ำเลี้ยงถึง โอกาสที่จะกวาดได้ถึง 40 ที่นั่งในภาคใต้ ก็มีสูงเช่นกัน
Srawut
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทย
สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เพื่อเติมสีสันให้กับการท่องเที่ยวไทย
ย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืม
ภาพเฮลิคอปเตอร์อพยพผู้คนจากสถานทูตสหรัฐฯ ในไซง่อนปี 1975 เป็นสัญลักษณ์ความพ่ายแพ้ของอเมริกาในสงครามเวียดนาม บทเรียนจากความหวาดระแวง กลยุทธ์ผิดพลาด และการประเมินคู่ต่อสู้ต่ำเกินไป.
จับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์
การเจรจารอบ 2 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีความสำคัญต่อเสถียรภาพตะวันออกกลางและเศรษฐกิจโลก โดยมีโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นแกนหลักของความขัดแย้ง
เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?
สหรัฐอเมริกาประกาศปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ หลังการเจรจากับอิหร่านล้มเหลว สถานการณ์นี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเผชิญหน้าทางทหารและวิกฤตพลังงานโลก




