ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Live · Breaking
สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทยย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืมจับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?“สามฉากทัศน์ใน ฮอร์มุซ“ เมื่อสหรัฐ ‘คุมทาง’ จีน ‘ต้องใช้ทาง’ และอิหร่าน ‘อยู่บนทาง’”ตะวันออกกลางตึงเครียดอีกครั้ง CENTCOM ประกาศเริ่มปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซสวนนงนุช จัดใหญ่ มหาสงกรานต์ดอกไม้บานรู้จัก CENTCOM หน่วยงานที่ถูกกล่าวถึงมากสุดในเวลานี้สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทยย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืมจับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?“สามฉากทัศน์ใน ฮอร์มุซ“ เมื่อสหรัฐ ‘คุมทาง’ จีน ‘ต้องใช้ทาง’ และอิหร่าน ‘อยู่บนทาง’”ตะวันออกกลางตึงเครียดอีกครั้ง CENTCOM ประกาศเริ่มปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซสวนนงนุช จัดใหญ่ มหาสงกรานต์ดอกไม้บานรู้จัก CENTCOM หน่วยงานที่ถูกกล่าวถึงมากสุดในเวลานี้
The Insight News
เจาะสนามเลือกตั้งภาคใต้  “ภูมิใจไทย” เต็งแชมป์ สส. เขต

เจาะสนามเลือกตั้งภาคใต้  “ภูมิใจไทย” เต็งแชมป์ สส. เขต

Srawut
Srawut
กองบรรณาธิการ
5 min read

อินไซต์เลือกตั้ง 69 EP 1 เจาะสนามเลือกตั้งภาคใต้  “ภูมิใจไทย” เต็งแชมป์เขต คว่ำกล้าธรรม จ่อกวาด 33 – 40 ที่นั่ง  2 ป. ประชาชน – ประชาธิปัตย์ มีลุ้นแค่ปาร์ตี้ลิสต์

การเลือกตั้งทั่วปี 2569 ที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ผ่านโค้งแรกของการหาเสียงไปแล้ว 

The Insight จะเริ่มวิเคราะห์ เจาะลึกสนามเลือกตั้งรายภาค เพื่อประเมินให้เห็นว่า พรรคไหนมีโอกาสขึ้นนำก่อน และจะยืนระยะจนถึงโค้งสุดท้ายหรือไม่

การเลือกตั้งรอบนี้ อาจไม่ใช่การวัดกันแค่ กระแส หรือกระสุน  แต่เป็นการเลือกตั้งที่มีพลังที่มองไม่เห็นเข้ามาเกี่ยวข้อง

บรรยากาศของการกวาดต้อนอดีต สส. บรรดาคนดัง และบ้านใหญ่ ให้เข้ามารวมอยู่ด้วยกัน เพื่อการันตีชัยชนะของการเป็นพรรคอันดับหนึ่ง และการันตีความชอบธรรมในการจัดตั้งรัฐบาล ปรากฏชัด และโจ่งแจ้งตั้งแต่ช่วงก่อนการยุบสภาฯ โจ่งแจ้งตั้งแต่เริ่มจัดตั้งรัฐบาลหนู 1

การเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แคนดิเดตทีมเศรษฐกิจ การเปิดตัวผู้สมัคร เป็นสูตรการผสมผสานที่ลงตัวยิ่ง ลงตัวต่อการผสมผสานระหว่างกลุ่มเทคโนแครต กลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า อีลิต และ กลุ่มบ้านใหญ่นักเลือกตั้ง

พรรคภูมิใจไทยแปรสภาพจากพรรคขนาดกลาง ที่มีจุดเด่นของพรรคท้องถิ่น กลายเป็นพรรคขนาดใหญ่ ที่พร้อมต่อการได้รับฉันทานุมัติให้เข้าบริหารประเทศ

องคาพยพของพรรคภูมิใจไทยหลังวันสมัครรับเลือกตั้งวันสุดท้าย ทำให้ถูกคาดหมาย โดยไม่ต้องทำโพลว่า จะเป็นพรรคที่ได้รับการเลือกตั้งมาเป็นอันดับหนึ่ง และ “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” จะสร้างประวัติศาสตร์ Come Back กลับเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2  

แต่กระนั้น ชัยชนะของภูมิใจไทย ถูกประเมินว่า จะไม่ถล่มทลาย เหมือนชัยชนะของพรรคเพื่อไทยในอดีต

เพราะชัยชนะของพรรคภูมิใจไทย ส่วนใหญ่จะเป็นที่นั่งจากการเลือกตั้งแบบเขตเท่านั้น ส่วนบัญชีรายชื่อคงไม่สามารถทำคะแนนได้มากนัก

The Insight จะเริ่มเจาะลึก และวิเคราะห์ความเป็นไปได้ สำหรับชัยชนะในแบบเขตของพรรคภูมิใจไทยว่า เส้นทางความเป็นไปได้ที่ภูมิใจไทยประเมินว่าจะชนะอย่างน้อย 150 เขตเลือกตั้ง จะมีโอกาสเป็นจริงได้แค่ไหน

โดยเฉพาะเมื่อพรรคเพื่อไทย คู่แข่งในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคกลางบางส่วน เริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้นตามลำดับ พร้อมๆ กับกระแสของพรรคประชาชน ที่ยังไม่ตกต่ำอย่างที่หลายฝ่ายคาดหวัง

พื้นที่ภาคใต้ พื้นที่หลักที่พรรคภูมิใจไทยคว้าตัวอดีต สส. มาจากหลายเขต ทั้งจากพรรคพลังประชารัฐ พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคประชาธิปัตย์ ไม่เว้นแม้แต่พรรคประชาชาติ เป็นพื้นที่ที่ภูมิใจไทยคาดหวังว่า จะกวาดเก้าอี้เป็นกอบ เป็นกำ

เลือกตั้งทั่วไปปี 2569 ภาคใต้มีเก้าอี้ส.ส.รวมกัน 59 ที่นั่ง ลดลง 1 ที่นั่งจากการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2566 ที่มี 60 ที่นั่ง โดยลดลงที่จังหวัดนครศรีธรรมราช จาก 10 เขตเลือกตั้ง เหลือเพียง 9 เขต

“โกเกี๊ยะ – พิพัฒน์  รัชกิจปราการ” รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ทำหน้าที่หัวเรือใหญ่คุมการเลือกตั้งใน 14 จังหวัดภาคใต้ จากการประเมินเบื้องต้นเมื่อผ่านโค้งแรกไปแล้ว เชื่อว่า ภูมิใจไทยจะได้ สส.ในภาคใต้ไม่ต่ำกว่า 33 ถึง 40 เขตเลือกตั้ง

ชุมพร-สุราษฏร์ ภูมิใจไทยกวาด 8 เก้าอี้

โดยจะได้ในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน ชุมพรและสุราษฏร์ธานี 8 ที่นั่งจาก 10 ที่นั่ง ชุมพรจะได้ 3 ที่นั่ง จากฐานเสียงที่เข้มแข็งของ “ตระกูลจุลใส” ที่ครั้งนี้ย้ายจากพรรครวมไทยสร้างชาติ มาสวมเสื้อภูมิใจไทย

มีเพียงเขตเลือกตั้งที่ 2 เท่านั้นที่อาจเหนื่อยหน่อย เมื่อ “สันต์  แซ่ตั้ง” อดีต สส. ครั้งที่แล้ว รอบนี้ย้ายไปสังกัดพรรคกล้าธรรม และยังมี “สราวุธ  อ่อนละมัย” จากพรรคประชาธิปัตย์ที่กระแสพรรคในภาคใต้เริ่มกระเตื้องกลับมามากขึ้น

แต่ “ลูกหมี” ที่ส่ง “เลขากิต – กิตติศักดิ์ พรหมรัตน์” เลขานุการนายก อบจ.ชุมพร และอดีต ส.อบจ.ชุมพรหลายสมัยลงสมัคร ก็เชื่อว่า เลขากิตจะเอาชนะสันต์ ที่ย้ายไปสวมเสื้อกล้าธรรมได้ เพราะสันต์ชนะการเลือกตั้งรอบที่แล้ว เพราะได้แรงหนุนทั้งจากตระกูลจุลใส และความแรงของกระแสลุงตู่ ของพรรครวมไทยสร้างชาติ

ส่วนสุราษฏร์ธานี จะได้ 5 ที่นั่ง  จากเขตเลือกตั้งที่ 1 เขตเลือกตั้งที่ 2 เขตเลือกตั้งที่ 4 เขตเลือกตั้งที่ 6 และเขตเลือกตั้งที่ 7

เขตเลือกตั้งที่ 1 จากแชมป์เก่า “สส.ตุ๊ก – กานสินี  โอภาสรังสรรค์” ที่ย้ายจากรวมไทยสร้างชาติมาสวมเสื้อพรรคภูมิใจไทย เขตนี้กานสินีน่าจะชนะแบเบอร์ แม้ “วัชระ  เพชรทอง” จากประชาธิปัตย์จะโหมเดินลงพื้นที่อย่างหนัก จากกระแสพรรคที่กำลังมาแรง แต่เชื่อว่า ยังสู้ความแข็งแกร่งของ “ตระกูลกาญจนะ” ในพื้นที่ไม่ได้ เขตนี้ “ป้าโส – โสภา กาญจนะ” น่าดัน สส.ตุ๊กกลับเข้าสภาได้สำเร็จอีกรอบ

เขตเลือกตั้งที่  2 “พิพิธ  รัตนรักษ์” แชมป์เก่าค่ายป้าโส ที่ย้ายจากทั้งจากรวมไทยสร้างชาติ มาสังกัดภูมิใจไทย และย้ายจากกลุ่มป้าโส มาสังกัดกลุ่มของ “สุชาติ ชมกลิ่น” ก็น่าจะรักษาเก้าอี้ไว้ได้ไม่ยากนัก เพราะคู่แข่งทั้งจากพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคประชาชนยังกระดูกแข็งไม่พอ

เขตเลือกตั้งที่ 4 “สส. ตุด – พันธ์ศักดิ์ บุญแทน” เช่นเดียวกับ “พิพิธ” ที่ย้ายทั้งพรรคย้ายทั้งกลุ่ม คือ ย้ายจากรวมไทยสร้างชาติมาภูมิใจไทย และสังกัดกลุ่มของ “สุชาติ ชมกลิ่น” เช่นกัน

รอบนี้นอกจาก “สส.ตุด” จะเจอคู่แข่งคนเดิม “สมชาติ ประดิษฐพร” จากประชาธิปัตย์แล้ว ยังต้องสู้กับ “นพดล บัวนา” จากพรรคไทรวมพลัง ที่เลือกตั้งครั้งนี้ลงสมัครถึง 3 เขต ภายใต้การนำของ “วชิราภรณ์ กาญจนะ” ลูกสาวป้าโส – โสภา กาญจนะ 1 ใน ตระกูล 5 เสือสุราษฏร์ในอดีต

แต่ก็เชื่อว่า “สส.ตุด” ที่มีน้ำเลี้ยงจากทั้งพรรค และ กลุ่มของสุชาติ น่าจะเอาชนะคู่ต่อสู้ทั้งสมชาติ และนพดลได้ไม่ยากนัก  

เขตเลือกตั้งที่ 6 เป็นอีกเขตที่ภูมิใจไทยมีโอกาสชนะ เพราะเขตนี้เป็นพื้นที่เดิมของภูมิใจไทย ที่มี “กำนันชัย – พิชัย ชมภูพล” เป็นเจ้าของเก้าอี้

เขตนี้มีแนวโน้มที่ค่อนข้างจะดุเดือด เพราะเป็นศึกศักดิ์ศรีของพรรคกล้าธรรม ที่ส่ง “อนงค์นาถ จ่าแก้ว” ลูกสาว กำนันศักดิ์ – พงศ์ศักดิ์ จ่าแก้ว ลงสมัคร และ “ร.อ.ธรรมนัส  พรหมเผ่า” ประกาศจะสนับสนุนกำนันศักดิ์เต็มที่ เพื่อให้ชนะในเขตนี้

นอกจาก “กำนันชัย” จะต้องฟาดฟันกับ “อนงค์นาถ” จากพรรคกล้าธรรม ยังต้องสู้กับ “ทีมป้าโส” ที่ส่ง “กำนันรัตน์ – นิรัตน์  ลิ้นเกลื่อน” ลงในนามพรรคไทรวมพลังด้วย เพราะนอกจากฐานของ “ตระกูลกาญจนะ” แล้ว กำนันรัตน์ก็ยังมีฐานในกลุ่มกำนันผัใหญ่บ้านด้วย แต่สุดท้ายแม้จะโดนรุม “กำนันชัย – พิชัย ชมภูพล” ก็น่าจะฝ่านด่านหินเข้าสู่สภาได้อีกครั้ง

ส่วนเขตเลือกตั้งที่ 7 เป็นเขตที่ภูมิใจไทยน่าจะยึดครองได้อีก 1 เก้าอี้ เพราะได้ “ธานินท์ นวลวัฒน์” จากพรรครวมไทยสร้างชาติ มาลงสมัครในสีเสื้อภูมิใจไทย เพียงแต่รอบนี้ เป็นศึกหนักของ สส.ธานินท์ เพราะต้องเจอกับ  “กำนันศักดิ์ –  พงศ์ศักดิ์ จ่าแก้ว” ที่สวมเสื้อกล้าธรรมลงมาชนเต็มตัว

“ตระกูลนวลวัฒน์” กับ “ตระกูลจ่าแก้ว” ต่างก็มีฐานเสียงในอำเภอกาญจนดิษฐ์ ซึ่งเป็นอำเภอใหญ่ และเป็นฐานเสียงสำคัญของเขตนี้

สส.ธานินท์ ในเปรียบในแง่ของความเป็นคนหนุ่ม ใจถึง และมีพี่ชาย “รองฝ้าย – นิโรธ  นวลวัฒน์” รองนายกอบจ.สุราษฏร์ธานี ทีมป้าโส  ที่เคยเป็น ส.อบจ.ในเขตนี้คุมฐานเสียงให้ ทำให้ สส.ธานินท์ ไม่ต้องพะวงหลัง สามารถเดินหาเสียงในพื้นที่อื่นได้อย่างสบายใจ

ต่างจากกำนันศักดิ์ ที่ได้รับการสนับสนุนเต็มที่จากผู้กองธรรมนัส ซึ่งเป็นศึกศักดิ์ศรีที่แพ้ไม่ได้ และยังพะวงทั้ง 2 เขต คือ เขต 6 และเขต 7

สุดท้ายเชื่อว่า สส.ธานินท์ จะเฉือนเอาชนะกำนันศักดิ์  ย้ำแค้นให้กับตระกูลจ่าแก้วได้อีกรอบ

ภาพรวม ของจังหวัดสุราษฏร์ธานี จึงค่อนข้างชัดในโค้งแรกว่า ภูมิใจไทยมีโอกาสเข้าป้ายที่ 5 เขต จาก 7 เขต

ส่วนที่เหลืออีก 2 เขต คือเขตเลือกตั้งที่ 3 และเขตเลือกตั้งที่ 5 นั้น เขต 3 น่าจะเป็นของ “วชิราภรณ์  กาญจนะ” ลูกสาวของป้าโสที่จะรักษาแชมป์ในนามพรรคใหม่ คือ พรรคไทรวมพลังเอาไว้ได้

ขณะที่เขตเลือกตั้งที่ 5 จะเป็นของ “ปรเมษฐ์  จินา” อดีต สส. ที่ย้ายจากรวมไทยสร้างชาติไปสังกัดพรรคกล้าธรรม ที่น่าจะมีคนอื่นขึ้นมาเทียบได้ยาก เพราะแข็งแกร่งทั้งกระแส และกระสุน ที่มีน้ำเลี้ยงแบบไม่มีอั้น

อันดามัน ภท.เก็บเกือบครบ

ส่วนพื้นที่จังหวัดริมฝั่งทะเลอันดามัน ตั้งแต่ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ที่มีทั้งหมด 15 ที่นั่ง เชื่อว่า ภูมิใจไทยจะกวาดอย่างน้อย 11 – 13  ที่นั่ง  โดยจะได้ที่ระนอง 1 ที่นั่ง พังงา 2 ที่นั่ง กระบี่ 3 ที่นั่ง ตรัง 4 ที่นั่ง และสตูล 2 ที่นั่ง 

ตัวเลขผกผันฝั่งอันดามันอยู่ที่ภูเก็ต ที่ภูมิใจไทยมีโอกาสชนะแค่เขตเดียวจาก 3 เขต เพราะพรรคประชาชนยังคงมาแรง โดยเขตที่ภูมิใจไทยมีโอกาสชนะอยู่ที่เขตเลือกตั้งที่ 2 ซึ่งรอบนี้ภูมิใจไทยส่ง “นายษณกร  กี่สิ้น” ซึ่งเป็นหลานชายของ “ปราบ กี่สิ้น” ผู้กว้างขวางของป่าตองลงสมัคร เพื่อแข่งกับอดีตส.ส.จากพรรคประชาชน “เฉลิมพงศ์ แสงดี” ที่การเลือกตั้งครั้งก่อน ได้รับการสนับสนุนจาก “ปราบ กี่สิ้น” เช่นกัน

ส่วนเขตเลือกตั้งฝั่งอันดามัน ที่ภูมิใจไทยยังต้องเหนื่อยอีกเขต และมีลุ้นว่า จะชนะหรือไม่ คือ เขตเลือกตั้งที่ 4 จังหวัดตรัง เมื่อคะแนนของ “กาญจน์  ตั้งปอง” จากประชาธิปัตย์ เริ่มดีวัน ดีคืน จากกระแสพรรค และจากการเป็นอดีต ส.ส.ที่มีผลงานในสภามากกว่า “สจ.ล้าน – พิชัย ศิริสุนทร” ผู้สมัครของภูมิใจไทย

แต่สุดท้ายเชื่อว่า สจ.ล้านที่มีฐานะเป็นหลานชายของ “โกเกี๊ยะ – พิพัฒน์  รัชกิจปราการ” ที่โกเกี๊ยะ คงยอมไม่ได้ ก็จะพลิกเอาชนะกาญจน์ แบบหืดขึ้นคอ

ประเมินโค้งแรก ภูมิใจไทยจะได้เก้าอี้ฝั่งอันดามัน 12 ที่นั่ง และอาจเพิ่มเป็น 13 ที่นั่ง หาก “ปราบ กี่สิ้น” ลงแรงให้กับหลานชายแบบสุดตัว

สงขลา – นครฯ-พัทลุง ภท.นอนมา 11 จาก 21 เก้าอี้  

ส่วนพื้นที่จังหวัดรอบทะเลสาปสงขลา จำนวน 21 ที่นั่ง จากสงขลา 9 ที่นั่ง นครศรีธรรมราช 9 ที่นั่ง และพัทลุง 3 ที่นั่ง  ประเมินรอบแรก ภูมิใจไทยมีโอกาสชนะเลือกตั้ง 11 ที่นั่ง

โดยมีโอกาสชนะที่นครศรีธรรมราช 5 จาก 9 ที่นั่ง

เขตเลือกตั้งที่ 1 “ราชิต  สุดพุ่ม” อดีต สส. ที่ย้ายจากประชาธิปัตย์มาอยู่ภูมิใจไทย 

เขตเลือกตั้งที่ 5 “สุธรรม จริตงาม” อดีต สส. ที่ย้ายมาจากพรรคพลังประชารัฐ 

เขตเลือกตั้งที่ 6 “ษฐา ขาวขำ” อดีต สส. เดิมของพรรคภูมิใจไทย

เขตเลือกตั้งที่ 8 “นางอวยพรศรี เชาวลิต” ภรรยาของนายกเอ นายกเทศมนตรีตำบลท่าศาลา ที่เลือกตั้งครั้งนี้ ย้ายจากประชาธิปัตย์มาสวมเสื้อภูมิใจไทย

เขตเลือกตั้งที่ 9 “รัฐมนตรีปุ้ย พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล” ที่ย้ายจากพรรครวมไทยสร้างชาติ มาสังกัดพรรคภูมิใจไทยเช่นกัน

สงขลา 5 จาก 10 ที่นั่ง โดยได้จาก เขตเลือกตั้งที่ 1 “สรรเพชญ บุญญามณี” ลูกชายของอดีตรัฐมนตรีและอดีต สส. หลายสมัย นิพนธ์ บุญญามณี ที่รอบนี้ย้ายพรรคเป็นครั้งแรก โดยย้ายจากประชาธิปัตย์มาภูมิใจไทย

เขตเลือกตั้งที่ 2 “ศาสตรา ศรีปาน” อดีต สส. ที่ย้ายจากรวมไทยสร้างชาติ มาภูมิใจไทย เขตนี้แม้ดูว่า จะดุเดือดที่สุด เพราะต้องแข่งกันระหว่าง “ศาสตรา ศรีปาน” ภูมิใจไทย “หมอสุภัทร ฮาสุวรรณกิจ” จากพรรคประชาชน และ “จูรี  นุ่มแก้ว” จากพรรคประชาธิปัตย์

เขตนี้แม้กระแสจูรี และประชาธิปัตย์จะมาแรง แต่คอการเมืองเชื่อว่า ฐานคะแนนของศาสตราที่มีระบบจัดการที่เข้มแข็ง น่าจะเอาชนะจูรี และหมอสุภัทรไปได้

เขตเลือกตั้งที่ 3 “โกถึก – สมยศ พลายด้วง” อดีต สส. จากประชาธิปัตย์ ที่เดิมจะย้ายไปพรรคกล้าธรรม หลังลูกชาย “สจ.กอล์ฟ สิรดนัย พลายด้วง” ก่อเหตุ  ทำร้ายตำรวจตระเวณชายแดนในพื้นที่คูหาเลือกตั้ง แต่สุดท้ายตัดสินใจย้ายตามนิพนธ์ บุญญามณีมาสังกัดภูมิใจไทย

โกถึก เดิมคาดว่า จะถูกต่อต้านอย่างหนักจากการกระทำของลูกชาย แต่ด้วยบารมี ด้วยคะแนนจัดตั้งที่ถึงลูก ถึงคน ถึงบ้าน แบบถึงใจ ทำให้เชื่อว่า โกถึกจะฝ่าด่านต้านเทา เข้าสภามาได้อีกรอบในสีเสื้อภูมิใจไทย

เขตเลือกตั้งที่ 6 เขตที่จะสู้กันรุนแรง แบบดุเดือดอีกเขต ระหว่าง “โบ๊ต – อนุกูล พฤกษานุศักดิ์” ที่พลาดมาแล้ว ในการเลือกตั้ง 2 ครั้ง ในสีเสื้อพลังประชารัฐ รอบนี้สวมเสื้อภูมิใจไทย ลงแข่งกับ “มังกร – บารมี ขาวทอง” ลูกชายของ “นายกชาย – เดชอิศม์  ขาวทอง” ที่มาในสีเสื้อกล้าธรรม

เลือกตั้งปี 2566 “โบ๊ต” แพ้ “น้ำหอม – สุภาพร กำเนิดผล” ภรรยาของนายกชาย ที่ใส่เสื้อประชาธิปัตย์ และมีศักดิ์เป็นแม่เลี้ยงของมังกรมาแล้ว รอบนี้เป็นโอกาสที่จะแก้มือ และเชื่อว่า คนในพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 6 น่าจะให้โอกาส “โบ๊ต” มากกว่า “มังกร” ที่เพิ่งลงสมัครเป็นครั้งแรก

เขตเลือกตั้งที่ 7 เขตนี้ “ณัฎฐชนน ศรีก่อเกื้อ” แชมป์ 2 สมัย จากภูมิใจไทย ยังน่าจะรักษาเก้าอี้ไว้ได้ แม้จะต้องแข่งกับคู่ปรับเดิม” ศิริโชค โสภา” เจ้าของฉายา วอลเปเปอร์ ในยุครัฐบาลอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ

“ศิริโชค” เดิมมีข่าวว่าจะย้ายไปสังกัดพรรคกล้าธรรม แต่เมื่ออภิสิทธิ์กลับมาพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง ศิริโชค จึงตัดสินใจยังอยู่สู้ต่อกับ ปชป. อีกครั้ง

เขตนี้แม้กระแสพรรคกำลังมา แต่ฐานเสียงของณัฎฐชนน ที่เป็นส.ส.มา 2 สมัย น่าจะยังคงทำให้ณัฎฐชนน รักษาเก้าอี้ ส.ส. เขตนี้ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

ส่วนพัทลุง 3 ที่นั่งภูมิใจไทยมีโอกาสชนะแค่เขตเดียว ในเขตเลือกตั้งที่ 3 ซึ่งเป็นพื้นที่ของตระกูลขำนุรักษ์ ที่รอบนี้ แม้ “ร่มธรรม ขำนุรักษ์” จะลงสมัครในระบบบัญชีรายชื่อ และย้ายมาสังกัดภูมิใจไทย แต่แบบเขตที่ส่ง “เขมพล อุ้ยตยะกุล” คนสนิทของ “โกเกี๊ยะ – พิพัฒน์ รัชกิจปราการ” ลงสมัครแทน ก็ยังเชื่อว่า เขมพลจะเอาชนะคนของพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคกล้าธรรมในเขตนี้

โดยรวม 21 ที่นั่งของ 3 จังหวัดรอบทะเลสาป ภูมิใจไทยจะกวาดไป 11 ที่นั่ง แบ่งให้ประชาธิปัตย์ 4 ที่นั่ง กล้าธรรม 5 ที่นั่ง และเพื่อไทยอาจปักธงได้ที่พัทลุง 1 เขต ในเขตเลือกตั้งที่ 2 จาก “นิธิศักดิ์ ธรรมเพชร” อดีต ส.ส.พรรครวมไทยสร้างชาติที่รอบนี้ลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทย

3 จังหวัดชายแดนใต้ ภูมิใจไทยเต็ง 5 ลุ้น 2 โค้งสุดท้ายอาจได้ถึง 7

พื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ 13 ที่นั่ง จากปัตตานี 5 ที่นั่ง ยะลา 3 ที่นั่ง และนราธิวาส 5 ที่นั่ง ประเมินรอบแรก ภูมิใจไทยจะได้ 5 – 7 ที่นั่ง

5 ที่นั่งที่เชื่อว่า น่าจะแบเบอร์ มาจาก ปัตตานี 3 ที่นั่ง เขตเลือกตั้งที่ 1 รอบนี้ภูมิใจไทยได้ “กำนันบาฮา – บาฮารุดดิน ยูโซะ” ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัดปัตตานีลงสมัคร ทำให้เชื่อว่า กำนันบาฮาที่ฐานคะแนนเหนียวแน่นในกลุ่มกำนันผู้ใหญ่บ้าน และได้รับการหนุนหลังจาก “เศรษฐ อัลยุฟรี”  นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี จะเอาชนะอดีต ส.ส. อาจารย์วรวิทย์  บารูจากพรรคประชาชาติไปได้

เขตเลือกตั้งที่ 2 “คอซีย์  มามุ” อดีต ส.ส.จากพรรคพลังประชารัฐ รอบนี้สวมเสื้อภูมิใจไทย เขตนี้ฐานเสียงของคอซีย์ค่อนข้างแน่นหนา เมื่อบวกกับพลังของ “นายกเศรษฐ์” ก็เชื่อว่า ยังไม่น่าจะมีใครโค่นคอซีย์ ลงได้

เขตเลือกตั้งที่ 5 เขตนี้ภูมิใจไทยได้อดีต ส.ส. “สาเหะมูหาหมัด อัลอิสรุต” จากพรรคประชาชาติมาลงในนามภูมิใจไทย เขตนี้ยังไม่มีใครขึ้นมาทาบ “สาเหะมูหาหมัด” ได้ ภูมิใจไทยน่าจะชนะลอยลำ

การผนึกกำลังกันของ คอซีย์ กำนันบาฮา และนายกเศรษฐ์ ที่รอบนี้นายกเศรษฐ์ลงลุยเต็มที่ ทำให้ภูมิใจไทยมีโอกาสอีก 2 เขต คือ เขตเลือกตั้งที่ 3 “บูรฮันธ์ สะเม๊าะ” และเขตเลือกตั้งที่ 4 “อริญชัย ซูสารอ”  

เพราะครั้งที่แล้ว “บูรฮันธ์” แพ้ “สมมติ เบญจลักษณ์” จากประชาชาติไปไม่ถึง 3 พันคะแนน ขณะที่ “อริญชัย” ก็แพ้ “ยูนัยดี  วาบา” จากประชาธิปัตย์ ที่รอบนี้สวมเสื้อกล้าธรรมไปเพียง 2 พันคะแนนเช่นกัน

ทั้ง 2 เขตนี้ “เศรษฐ์” เชื่อว่า จากการผนึกกำลังกันของการเมืองท้องถิ่นทั้งจังหวัด จะทำให้ภูมิใจไทยเอาชนะแชมป์เก่าทั้ง 2 เขตได้ ปัตตานี ภูมิใจไทยจึงผกผันอยู่ที่ 3 หรือ 5 ที่นั่ง

ส่วนยะลา ยังไม่มีใครล้มฐานเสียงของ “อาจารย์ วัน มูหะหมัด นอร์ มะทา” จากพรรคประชาชาติลงได้ เชื่อว่า ประชาชาติจะชนะการเลือกตั้งทั้ง 3 เขตอีกครั้ง

ภูมิใจไทยยังมีหวังอีก 2 ที่นั่งในจังหวัดนราธิวาส ในเขตเลือกตั้งที่ 1 และเขตเลือกตั้งที่ 4  แม้ว่าจะต้องแข่งกับฐานเสียงของพรรคกล้าธรรม ที่รอบนี้ “ร้อยเอกธรรมนัส  พรหมเผ่า” ประกาศว่า แพ้ไม่ได้ เพราะถือว่า นราธิวาสเป็นบ้านแห่งที่ 2 ของเขา

แต่กระนั้นในเขตเลือกตั้งที่ 1 “นายวัชระ  ยาวอหะซัน” อดีตส.ส.จากพรรครวมไทยสร้างชาติที่ย้ายมาภูมิใจไทย ก็ยังมีฐานเสียงที่หนักแน่นกว่าฐานเสียงของ “ร้อยเอกธรรมนัส” ที่ส่ง “ลุตฟี หะยีอีแต” ที่ย้ายจากภูมิใจไทยมากล้าธรรมอยู่ดี แต่ก็จะเป็นการเชือดเฉือนกันแบบสูสี เพราะรอบที่แล้ว “ลุตฟี” แพ้ “วัชระ” ไปไม่ถึง 3 พันคะแนนเช่นกัน

ส่วนเขตเลือกตั้งที่ 4 “ภูมิใจไทย” ส่ง “ซาการียา สะอิ” แชมป์เก่าลงรักษาเก้าอี้ และ “ซาการียา” น่าจะเอาชนะคู่แข่ง “กูเฮง ยาวอหะซัน” จากพรรคประชาชาติไปได้อีกครั้ง

นราธิวาส ภูมิใจไทยจะได้ 2 เก้าอี้ ส่วนกล้าธรรมจะได้ 2 เก้าอี้ จาก “ตระกูลมะยูโซ๊ะ” ในเขตเลือกตั้งที่ 2 “อามินทร์  มะยูโซ๊ะ” และเขตเลือกตั้งที่ 3 “สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ” ส่วนเขตเลือกตั้งที่ 4 ยังไม่มีใครสู้ “กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ” จากพรรคประชาชาติได้

รวมแล้วในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภูมิใจไทยจะได้ 5 – 7 ที่นั่ง โดยตัวแปร 2 ที่นั่งอยู่ที่จังหวัดปัตตานี ที่ภูมิใจไทยจะชนะยกจังหวัดทั้ง 5 เขตได้หรือไม่ พรรคกล้าธรรมจะได้ 3 ที่นั่ง และพรรคประชาชาติ 5 ที่นั่ง

ผลการประเมินรอบแรก สนามการเลือกตั้งแบบเขตในภาคใต้ พรรคภูมิใจไทยจึงมีโอกาสชนะเป็นที่หนึ่ง และอาจจะกวาดที่นั่งได้ประมาณ 36 ที่นั่ง โดยมีพรรคกล้าธรรมเป็นอันดับ 2 จำนวน 9 ที่นั่ง พรรคประชาชาติ 5 ที่นั่ง พรรคประชาธิปัตย์ 4 ที่นั่ง และพรรคประชาชน 3 ที่นั่ง

แต่ถ้าโค้งสุดท้าย ภูมิใจไทยทำถึง เดินถึง รักษากระแสถึง ยืนระยะถึง น้ำเลี้ยงถึง โอกาสที่จะกวาดได้ถึง 40 ที่นั่งในภาคใต้ ก็มีสูงเช่นกัน 

Srawut
Author

Srawut

แชร์บทความนี้

ช่วยกระจายข่าวเชิงลึกให้คนมากขึ้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูในหมวด Editor

ย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืม

ภาพเฮลิคอปเตอร์อพยพผู้คนจากสถานทูตสหรัฐฯ ในไซง่อนปี 1975 เป็นสัญลักษณ์ความพ่ายแพ้ของอเมริกาในสงครามเวียดนาม บทเรียนจากความหวาดระแวง กลยุทธ์ผิดพลาด และการประเมินคู่ต่อสู้ต่ำเกินไป.

Srawut··1 min read

จับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  

การเจรจารอบ 2 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีความสำคัญต่อเสถียรภาพตะวันออกกลางและเศรษฐกิจโลก โดยมีโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นแกนหลักของความขัดแย้ง

Srawut··1 min read

เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?

สหรัฐอเมริกาประกาศปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ หลังการเจรจากับอิหร่านล้มเหลว สถานการณ์นี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเผชิญหน้าทางทหารและวิกฤตพลังงานโลก

Srawut··1 min read