
“ศุภมาส” ยกระดับกรมประชาสัมพันธ์ และ อสมท เป็น “เครือข่ายสื่อแห่งชาติ”
“ศุภมาส” ยกระดับกรมประชาสัมพันธ์ และ อสมท. เป็น “เครือข่ายสื่อแห่งชาติ” ใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพ เป็นสื่อกลางให้ประโยชน์และทางออกเพื่อประชาชน
วันนี้ 17 พฤศจิกายน 2568 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์และบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เป็นประธานการประชุมร่วมกับผู้บริหารกรมประชาสัมพันธ์และ อสมท เพื่อกำหนดทิศทางการยกระดับบทบาทที่มากกว่าสื่อของรัฐ ให้เป็น “เครือข่ายสื่อแห่งชาติ เป็นสื่อกลางเพื่อประชาชน”
โดยมีนางสุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และผู้บริหารกรมประชาสัมพันธ์เข้าร่วม ขณะที่ฝ่าย อสมท นำโดยนายสมหมาย สุวรรณวงษ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานการตลาดและขาย รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ บมจ. อสมท และผู้บริหาร อสมท เข้าร่วมประชุมเพื่อรับนโยบาย

นางสาวศุภมาสกล่าวว่า ประเทศกำลังเผชิญสถานการณ์หลายด้าน ทั้งน้ำท่วม มลพิษ PM2.5 ปัญหาปากท้อง เหตุการณ์ตามแนวชายแดน รวมถึงข่าวปลอมที่กระจายรวดเร็ว ส่งผลให้ประชาชนได้รับผลกระทบในวงกว้าง สื่อของรัฐจึงต้องทำงานเชิงรุก ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ทันเหตุการณ์ และเข้าถึงทุกพื้นที่ โดยกรมประชาสัมพันธ์ต้องทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางข้อมูลของประเทศ ส่วน อสมท ต้องสนับสนุนการกระจายข้อมูลผ่านทุกแพลตฟอร์มให้กว้างที่สุด
นางสาวศุภมาสระบุว่า การยกระดับครั้งนี้มีสามภารกิจหลักที่ทั้งสองหน่วยงานต้องดำเนินการร่วมกัน ภารกิจแรกคือการตั้งศูนย์ข้อมูลจริง เพื่อประสานข้อมูลจากหน่วยงานด้านภัยพิบัติและความมั่นคงแบบ Real time และนำส่งข้อมูลสู่ประชาชนผ่านเครือข่ายของกรมประชาสัมพันธ์และช่องทางของ อสมท อย่างรวดเร็ว
ภารกิจที่สองคือการตั้งทีมตรวจสอบข่าวปลอมร่วมกัน เพื่อตรวจสอบและสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องภายในหนึ่งชั่วโมง ลดผลกระทบจากข้อมูลบิดเบือน ส่วนอีกภารกิจคือการรายงานสถานการณ์จากพื้นที่จริงทั่วประเทศ ผ่านสถานีโทรทัศน์และสถานีวิทยุในภูมิภาค รวมทั้งประชาสัมพันธ์จังหวัด ทั้ง 76 จังหวัด ของกรมประชาสัมพันธ์ และสถานีโทรทัศน์และวิทยุของ อสมท เพื่อส่งข้อมูลที่สะท้อนข้อเท็จจริงจากพื้นที่ เช่น ประเด็นชายแดน การเตรียม SEA Games 2025 และงานระดับชาติอื่น

ในการประชุมครั้งนี้ นางสาวศุภมาสได้เสนอแนวทางเพิ่มเติมเพื่อเร่งยกระดับมาตรฐานสื่อของรัฐ โดยแนวทางแรกคือการจัดความร่วมมือแบบ Quick Win เปลี่ยนบทบาทกรมประชาสัมพันธ์ให้ทำหน้าที่เป็นสำนักข่าวแห่งชาติ และให้ อสมท เป็นผู้ผลิตเนื้อหาในสถานการณ์สำคัญ พร้อมแบ่งปันทรัพยากรสนับสนุนกันในกิจกรรมต่างๆ รวมถึงปรับรูปแบบการนำเสนอข่าวบนหน้าจอเพื่อให้ทันสมัยมากขึ้น
ขณะเดียวกัน แนวทาง Big Transformation ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยกระดับกระบวนการทำงานในทุกหน่วยงาน และพัฒนาเอกลักษณ์สื่อของรัฐในภาพรวมให้มีความชัดเจน โปร่งใส และน่าเชื่อถือมากขึ้น
นางสาวศุภมาสกล่าวปิดท้ายว่า ทั้งกรมประชาสัมพันธ์และ อสมท จะประสานงานร่วมกันตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้อง เชื่อมความช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐไปถึงประชาชนโดยเร็ว พร้อมย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของประชาชน และจะไม่ปล่อยให้ประชาชนต้องเผชิญปัญหาเพียงลำพัง



Srawut
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทย
สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เพื่อเติมสีสันให้กับการท่องเที่ยวไทย
ย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืม
ภาพเฮลิคอปเตอร์อพยพผู้คนจากสถานทูตสหรัฐฯ ในไซง่อนปี 1975 เป็นสัญลักษณ์ความพ่ายแพ้ของอเมริกาในสงครามเวียดนาม บทเรียนจากความหวาดระแวง กลยุทธ์ผิดพลาด และการประเมินคู่ต่อสู้ต่ำเกินไป.
จับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์
การเจรจารอบ 2 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีความสำคัญต่อเสถียรภาพตะวันออกกลางและเศรษฐกิจโลก โดยมีโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นแกนหลักของความขัดแย้ง
เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?
สหรัฐอเมริกาประกาศปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ หลังการเจรจากับอิหร่านล้มเหลว สถานการณ์นี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเผชิญหน้าทางทหารและวิกฤตพลังงานโลก



