การเปิดตัว “ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์” ในบทบาทประธานที่ปรึกษายุทธศาสตร์ทีมผู้ว่าฯ กทม. ของพรรคประชาชน คือจังหวะก้าวทางการเมืองที่เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง การดึงตัวบุคคลที่มีโปรไฟล์ทางการเมืองอยู่คนละฝั่งมาร่วมงาน ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกตั้งคำถามว่า นี่คือยุทธศาสตร์ที่คุ้มค่า หรือเป็นการเดินหมากที่กำลังสั่นคลอนฐานศรัทธาเดิมของพรรคส้มเอง
1. มือกฎหมายที่เข้าใจระบบราชการไทยอย่างลึกซึ้ง
ศ.ดร.สุรพล เป็นอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2 สมัย แต่บทบาทที่ลึกไปกว่างานวิชาการ คือการเข้าไปทำงานคลุกคลีกับกลไกอำนาจรัฐ เขาเป็นกรรมการกฤษฎีกาตั้งแต่อายุ 36 ปี และมีส่วนร่วมในการร่างกฎหมายจัดตั้งศาลปกครอง โปรไฟล์ตรงนี้ชี้ให้เห็นชัดเจนว่า เขาคือมือกฎหมายที่เข้าใจโครงสร้างและเส้นสายของระบบราชการไทยในระดับลึกซึ้ง
2. ร่องรอยการเมือง และภาพจำ กปปส.
ในทางการเมือง ศ.ดร.สุรพล มีประวัติที่ผูกติดกับขั้วอนุรักษ์นิยมชัดเจน หลังเหตุการณ์รัฐประหารปี 2549 เขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)
และตอกย้ำภาพจำชัดที่สุดในช่วงวิกฤตการเมืองปี 2556-2557 กับการเข้าร่วมชุมนุมและแสดงจุดยืนร่วมกับกลุ่ม กปปส. ประวัติศาสตร์ตรงนี้คือข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ และกลายเป็นประเด็นหลักที่ทำให้มวลชนฝั่งก้าวหน้ารู้สึกกังขาต่อการดึงตัวเขามาร่วมทีม เป็นประธานที่ปรึกษายุทธศาสตร์ทีมผู้ว่าฯ กทม.

3. คอนเนกชัน กทม. ผ่าน “กรุงเทพธนาคม”
จุดเชื่อมโยงที่สำคัญในสนามเลือกตั้งเมืองหลวง คือช่วงปี 2557-2559 ที่ “ศ.ดร.สุรพล” นั่งเก้าอี้ “ประธานบอร์ด บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด” ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจที่ กทม. ถือหุ้นใหญ่สุด
และเป็นหัวใจหลักในการกุมสัมปทานและเมกะโปรเจกต์ระดับแสนล้าน ทั้งสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียวและการจัดระเบียบสายสื่อสาร ประสบการณ์ตรงนี้ทำให้เขามีคอนเนกชันและรู้ข้อมูลวงในของการบริหารจัดการกรุงเทพมหานครแบบหาตัวจับยาก
4. จากพยานค้านยุบพรรคส้ม สู่สนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.
ร่องรอยการบรรจบกันกับค่ายส้ม เริ่มปรากฏสู่หน้าฉากเมื่อกลางปี 2567 เมื่อเขาตัดสินใจขึ้นศาลรัฐธรรมนูญในฐานะพยานผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเบิกความคัดค้านการยุบพรรคก้าวไกล จนกระทั่งขยับสถานะมาเป็นกุนซือด้านยุทธศาสตร์ให้กับ “ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร” ลงสู้ศึกผู้ว่าฯ กทม. อย่างเต็มตัว
5. เดิมพันทางการเมืองที่ต้องเลือก
ข้อเท็จจริงทั้งหมดสะท้อนให้เห็นว่า พรรคประชาชนเลือกมองข้ามเส้นแบ่งทางอุดมการณ์ที่เคยขีดเอาไว้ แล้วหยิบเอาโปรไฟล์และความเชี่ยวชาญเฉพาะทางมาใช้งาน
คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่า แฟนคลับพรรคและคนกรุงเทพฯ จะมองการตัดสินใจครั้งนี้อย่างไร ? การยอมแลกครั้งนี้เพื่อหวังผลสัมฤทธิ์ในสมรภูมิ กทม. จะกลายเป็นก้าวที่คุ้มค่า หรือเป็นหมากพลาดทางการเมือง ท้ายที่สุด คำตอบทั้งหมดจะถูกสะท้อนออกมาผ่านคูหาเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.
บทความโดย ศราวุธ เอี่ยมเซี่ยม
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →ประเทศไทยในวันที่พวกเราจะกลายเป็นแค่ "ผู้เช่า" ในแผ่นดินเกิด!...
ไทยกำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจและการเมืองที่ลึกซึ้ง โดยทุนใหญ่ย้ายฐาน SME ตกงาน และระบบราชการล้าหลัง ตามสัญญาณเตือนจาก IMF และธนาคารโลก
หมากในเกมศึกซักฟอก..เมื่อ 'มารยาท' มันค้ำคอ
บทความวิเคราะห์การอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา โดยเน้นท่าทีและจุดยืนของพรรคการเมืองต่อประเด็นคดีฮั้วเลือกตั้ง ส.ว. และความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย
“ศิริโชค” จี้สอบลึกบ่อน Shuffle สั่งบล็อกคนไทยหนีการตรวจสอบ ! เปิดปมหุ้นบุริมสิทธิ 1 % เชื่อมโยงการเมืองหรือไม่ ?
เว็บพนันออนไลน์ Shuffle ประกาศปิดกั้นผู้เล่นจากไทย ท่ามกลางการตรวจสอบเส้นทางเงินและสัดส่วนหุ้นบุริมสิทธิ 1% ที่เชื่อมโยงกับบุคคลใกล้ชิดนักการเมือง
“ศิริโชค” เปิดปม “ไอเดียร์” บริจาคเงินให้ภูมิใจไทย โยงข้อสงสัยที่มาของทรัพย์สิน
ศิริโชค โสภา ตั้งคำถามเงินบริจาค 150,000 บาทให้พรรคภูมิใจไทยจากสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ท่ามกลางทรัพย์สินรวมเกือบ 2,000 ล้านบาท และข้อสงสัยเรื่องที่มาของความมั่งคั่ง




