
ไทยมี News Creator เพิ่มขึ้นอันดับ 1 ของโลก แต่ความน่าเชื่อถือลดลง
เมืองหลวง News Creator….ไทยอันดับ 1 ของโลก สวนทางสื่อต้องรอดจากวิกฤตความน่าเชื่อถือ ที่น่ากลัวกว่าวิกฤตรายได้ สรุป 6 ข้อที่น่าสนใจจาก Digital News Report 2026
1. ข้อมูลที่สะเทือนวงการสื่อมากที่สุดอาจไม่ใช่เรื่องความเชื่อมั่น
แต่เป็นเรื่องพฤติกรรมผู้บริโภค
ประเทศไทยเป็นอันดับ 1 ของโลก ที่รับข่าวจาก Creator หรือ Influencer ด้านข่าว สูงถึง 47%!!!
มากกว่าสหรัฐฯ 32%
มากกว่าญี่ปุ่น 14%
และมากกว่าอังกฤษ 18%
หมายความว่า…ผู้ผลิตข่าวไม่ได้มีเพียงองค์กรข่าวอีกต่อไป แต่รวมถึง…
Creator
Influencer
นักวิเคราะห์อิสระ
นักเล่าเรื่องเฉพาะทาง
Citizen Journalist
ที่สามารถสร้างผู้ติดตามหลักล้านได้ด้วยตนเอง

2. ปี 2026 ไทยเป็นประเทศที่ความเชื่อมั่นลดลง มากที่สุดอันดับต้น ๆ ของโลก เหลือแค่ 47 % จาก 55 % เมื่อปี 2024
ขณะที่ค่าเฉลี่ยโลกอยู่ที่ 37% (อย่างน้อยก็ต่ำกว่าเรา)
ประเด็นคือ การลดลงของความเชื่อมั่นครั้งนี้ ไม่ได้เกิดจากสำนักข่าวใดสำนักข่าวหนึ่ง
แต่เกิดจากสภาพแวดล้อมข้อมูลมหาศาล เพราะข่าวจริง ข่าวปลอม ความเห็น การเมือง และคอนเทนต์ไวรัล ถูกนำเสนออยู่ในพื้นที่เดียวกัน
62% ของคนทั่วโลกกังวลเรื่องข่าวปลอม และประเทศที่ใช้ Social Media เป็นแหล่งข่าวหลัก มักมีระดับความกังวลเรื่อง Fake News (สูงกว่าบ้านเราแหละ)
ผู้คนจึงเริ่มตั้งคำถามกับทุกอย่าง ไม่ใช่เฉพาะสื่อ แต่รวมถึงสถาบันต่างๆ ในสังคมด้วย
3. คนไทยไม่ได้เลิกเสพข่าว…แค่ย้ายสนามจากหน้าจอเดิมสู่ทุกแพลตฟอร์ม
สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่แค่ว่าใครเป็นอันดับ 1 แต่คือการเปลี่ยนผ่านของพฤติกรรมผู้บริโภคข่าวทั้งประเทศ
ThairathTV ยังครองตำแหน่งสื่อที่เข้าถึงคนไทยได้มากที่สุด ทั้งในโลกออฟไลน์ (53%) และออนไลน์ (47%)
สะท้อนพลังของแบรนด์ข่าวที่สามารถเชื่อมต่อผู้ชมข้ามทุกแพลตฟอร์มได้สำเร็จ
ในฝั่งออนไลน์ Thairath – ไทยรัฐออนไลน์ ยังนำโด่ง ตามด้วย Thai PBS และ Khaosod – ข่าวสด
ขณะที่ TODAY และ The Reporters สามารถสร้างฐานผู้ติดตามบนโลกดิจิทัลได้อย่างน่าสนใจ แม้จะไม่ได้มีต้นทุนด้านสถานีโทรทัศน์ขนาดใหญ่เหมือนในอดีต
หมายความว่า…
การแข่งขันของสื่อไทยไม่ได้อยู่ที่ว่าใครมีช่องทีวีใหญ่ที่สุดอีกต่อไป
แต่อยู่ที่ว่าใครสามารถสร้างการเข้าถึงผู้ชมได้ในทุกแพลตฟอร์ม พร้อมเปลี่ยนผู้ชมให้กลายเป็นผู้ติดตาม และเปลี่ยนผู้ติดตามให้กลายเป็นผู้เชื่อมั่นในแบรนด์ข่าว
เพราะในยุคที่ข่าวอยู่ทุกที่ การเข้าถึงอาจไม่ใช่เรื่องยาก
แต่การรักษาความเชื่อมั่นต่างหาก คือเกมที่ยากกว่าเดิมมาก

4. SocialMedia และ AI คือแหล่งข่าวที่คนใช้มากขึ้น แต่เชื่อน้อยลงนี่คือความย้อนแย้งที่สำคัญที่สุด
จากข้อ1…คนทั่วโลกเชื่อข่าวโดยรวมแค่ 37 %
แต่เชื่อข่าวบน Search Engine เพียง 32 %
เชื่อข่าวบน Social Media เพียง 22 %
และเชื่อข่าวจาก AI Chatbot เพียง 20 %
ผู้คนกำลังย้ายไปบริโภคข่าวบนแพลตฟอร์มที่ตนเองเชื่อน้อยที่สุด
เพราะมันสะดวกกว่า เร็วกว่า และอยู่ในที่ที่พวกเขาใช้เวลาอยู่แล้ว
นี่คือ “Trust Gap”
ช่องว่างระหว่างสิ่งที่คนใช้ กับสิ่งที่คนเชื่อ
และมันจะไม่หยุด มีแต่หนักขึ้นเรื่อยๆ
5. TikTok กลายเป็นประตูหลักของข่าว ส่วนทีวีกำลังถอยหลัง จากแผนที่มองไม่เห็น
ทีวีลดลงจาก 50 % เหลือ 42 %
สื่อสิ่งพิมพ์เหลือเพียง 8 %
ข่าวออนไลน์อยู่ที่ 89 %
Social Media เป็นช่องทางเข้าถึงข่าวของคนไทยถึง 78 %
TikTok มีการใช้เพื่อรับข่าวสาร 55 %
ใกล้เคียง YouTube ที่ 54 %
เท่ากับว่า คนไทยจำนวนมากไม่ได้เริ่มต้นจาก “เว็บไซต์ข่าวอีกต่อไป”
แต่เริ่มจากเริ่มจากอัลกอริทึม คลิปสั้น และ Creator ก่อนค่อยย้อนกลับไปหาข้อมูลเชิงลึก (ถ้ายังสนใจอยู่)
สื่อจึงไม่ได้แข่งขันกับสื่อด้วยกันเองอีกแล้ว
แต่กำลังแข่งขันกับเวลา ความสนใจ(Attention) และอัลกอริทึม
6. คนทั่วโลกเชื่อว่าข่าวถูกกำหนดโดย “อำนาจ” มากกว่าวิชาชีพ
ผลสำรวจใน 26 ประเทศพบว่า ผู้มีอิทธิพลต่อการนำเสนอข่าวมากที่สุดคือ
(1) เจ้าของสื่อ
(2) นักการเมืองและรัฐบาล
(3) ผู้ลงโฆษณา
สูงกว่าผู้เชี่ยวชาญหรือองค์กรภาคประชาสังคม
นี่คือสัญญาณอันตราย!!!
เพราะเมื่อผู้ชมเชื่อว่าข่าวถูกกำหนดโดยผลประโยชน์
ไม่ว่าข่าวนั้นจะถูกต้องเพียงใด ความน่าเชื่อถือก็จะลดลงทันที
สำหรับประเทศไทย รายงานชี้ว่าการลดลงของความเชื่อมั่นไม่ได้เกิดจากแบรนด์สื่อโดยตรง
แต่เกิดจากความรู้สึกของผู้คนที่มีต่อระบบข้อมูลข่าวสารโดยรวม
สรุป : สื่อไทยกำลังเปลี่ยนจาก “Business of News” ไปสู่ “Business of Attention”
สิ่งที่ Reuters กำลังบอก ไม่ใช่ว่าคนดูทีวีน้อยลง
แต่กำลังสะท้อนโครงสร้างอุตสาหกรรมข่าวทั้งระบบกำลังเปลี่ยนไปแล้ว
จากยุคที่สื่อเป็นเจ้าของการกระจายข่าว
สู่ยุคที่แพลตฟอร์มเป็นเจ้าของความสนใจ
จากยุคที่คนเดินเข้าหาสื่อ
สู่ยุคที่อัลกอริทึมเลือกข่าวให้คน
และจากยุคที่ความน่าเชื่อถือถูกสร้างด้วยแบรนด์
สู่ยุคที่ต้องสร้างผ่านความโปร่งใส ความถูกต้อง และความสัมพันธ์กับผู้ชมโดยตรง
คำถามสำคัญสำหรับสื่อไทยจึงไม่ใช่เรื่องแพลตฟอร์ม แต่คือ…
“จะสร้างความไว้วางใจ(Trust) กลับคืนมาได้อย่างไร? ในโลกที่ความสนใจถูกควบคุมโดยอัลกอริทึม”
———
บทความโดย ระวี ตะวันธรงค์
ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสื่อสารมวลชน กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
กรรมการจริยธรรม สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ
ที่ปรึกษา สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์
ที่ปรึกษา สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย




Srawut
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →รู้จัก “วรัญชัย โชคชนะ” ผู้สร้างสถิติสมัครผู้ว่าฯ กทม. มากที่สุด
วรัญชัย โชคชนะ ถือครองสถิติลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. มากที่สุดในประวัติศาสตร์ถึง 7 ครั้ง แม้ไม่ได้ลงสนามในการเลือกตั้งปี 2569
DSI เตรียมเปิดชื่อนักการเมือง-คนดัง โยงเครือข่าย Forex
กรมสอบสวนคดีพิเศษเตรียมเปิดชื่อนักการเมืองและคนดังที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายลงทุน Forex หลังตรวจค้น 24 จุด
ทนายปีศาจ : ทนายสายดาร์ก ความอยุติธรรม และปีศาจที่แท้จริง
ซีรีส์ “ทนายปีศาจ” จาก Netflix สำรวจความล้มเหลวของระบบยุติธรรมผ่านเรื่องราวของทนายความหนุ่มที่ต้องเลือกระหว่างอุดมการณ์และการสวมบทเป็นปีศาจเพื่อเอาชีวิตรอด
เจาะลึกนโยบาย “ชัชชาติ” BKK Housing Matching ตอบโจทย์คนบ้านไกลที่ทำงาน
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์เสนอนโยบาย BKK Housing Matching เพื่อแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยของคนทำงานในกรุงเทพฯ ผ่านการจับคู่ข้อมูลและการร่วมจ่ายค่าเช่าจากนายจ้าง



