หากการเมืองไทยคือกระดานหมากรุก ผู้เล่นที่เดินเกมได้ดุดันและคาดเดายากที่สุดในทศวรรษนี้ คงหนีไม่พ้น
“ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” ชายผู้ที่เปลี่ยนสถานะจาก “ตัวละครลับ” ในเงามืด มาเป็น “ผู้นำพรรคกล้าธรรม” ที่กวาด สส. ในการเลือกตั้งปี 2569 ได้สูงถึง 58 คน
คำถามคือ เขาทำได้อย่างไร? และอะไรคือเบื้องหลังวิธีคิดที่ทำให้เขาสามารถผ่านทุกวิกฤต และเติบใหญ่ทางการเมืองได้จนถึงทุกวันนี้
1. เด็กปั้น “เสธ.ไอซ์” ในร่มเงา “ไทยรักไทย”
หลายคนอาจเข้าใจผิดว่า ร.อ.ธรรมนัส เพิ่งเข้าสู่การเมืองในยุค คสช. แต่แท้จริงแล้ว รากฐานของเขาหยั่งลึกไปถึงยุคทองของ “ทักษิณ ชินวัตร”
“ร.อ.ธรรมนัส” เริ่มต้นเส้นทางการเมืองตั้งแต่ปี 2542 กับ “พรรคไทยรักไทย” โดยทำงานภายใต้การดูแลของ “พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต” หรือ “เสธ.ไอซ์” เพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 10 ของทักษิณ ผู้กว้างขวางระดับตำนาน ในเวลานั้น “ร.อ.ธรรมนัส” รับบทบาทดูแลยุทธศาสตร์เลือกตั้งในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นงานที่ต้องใช้ทั้ง “บู๊” และ “บุ๋น” ในการบริหารจัดการหัวคะแนน
โดยความสัมพันธ์กับ “เครือข่ายชินวัตร” ลึกซึ้งถึงขั้นที่ว่า ในปี 2557 เขาเคยลงสมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ในนาม “พรรคเพื่อไทย” (ลำดับที่ 55) มาแล้ว ก่อนที่การเลือกตั้งจะเป็นโมฆะ

2. “มือขวาบิ๊กป้อม” ผู้จัดการรัฐบาล
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นหลังรัฐประหารปี 2557 “ร.อ.ธรรมนัส” ย้ายขั้วมาสังกัด “พรรคพลังประชารัฐ” ภายใต้การนำของ “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” (บิ๊กป้อม)
ที่นี่เขาไม่ได้เป็นแค่ สส. แต่คือ “กระดูกสันหลัง” ของ “รัฐบาลประยุทธ์” ในยามที่มีเสียงในสภาปริ่มน้ำ เขาเปรียบตัวเองเป็น “คนเลี้ยงลิง” ที่ต้องคอยป้อนกล้วยให้พรรคเล็กพรรคน้อยเพื่อรักษาเสถียรภาพ บทบาทนี้ทำให้เขาเรียนรู้วิชา “การบริหารจัดการผลประโยชน์ขั้นสูง” และสร้างบารมีในหมู่นักเลือกตั้งท้องถิ่นที่ต้องการผู้นำแบบ “ใจถึง พึ่งได้”
แต่เมื่อความขัดแย้งภายใน “พรรคพลังประชารัฐ” ปะทุขึ้น ประกอบกับความน้อยเนื้อต่ำใจที่ไม่ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีในโควต้าพรรค ยุครัฐบาลแพทองธาร เขาจึงตัดสินใจ “ประกาศอิสรภาพ” จากบ้านป่ารอยต่อ และเดินหน้าสร้างอาณาจักรของตัวเอง
3. ปรากฏการณ์ “กล้าธรรม”: ทำไมต้องเป็น 58 เสียง ?
ในการเลือกตั้งปี 2569 พรรคกล้าธรรมภายใต้การนำของ ร.อ.ธรรมนัส (โดยมี นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็นหัวหน้าพรรค) สร้างความตกตะลึงด้วยการกวาด สส. ถึง 58 ที่นั่ง ชัยชนะนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากยุทธศาสตร์ “ป่าล้อมเมือง”
– เจาะพื้นที่เป้าหมาย: เขาเลือกส่งผู้สมัครที่เป็น “บ้านใหญ่” หรืออดีต สส. ที่มีฐานคะแนนแน่นหนาในพื้นที่ภาคเหนือ (พะเยา, แพร่) และภาคกลาง (เพชรบูรณ์, พิจิตร)
– ยุทธศาสตร์แยกกันเดิน รวมกันตี: มีข้อสังเกตว่า พรรคกล้าธรรมและพรรคภูมิใจไทย เดินเกมสอดประสานกัน โดยไม่ตัดคะแนนกันเองในพื้นที่สำคัญ เพื่อสกัดพรรคประชาชน แต่ก็มีบางพื้นที่กล้าธรรมไม่ทำข้อตกลง ทำให้พรรคภูมิใจไทยออกอาการกระฟัดกระเฟียด

4. ถอดรหัสการทำงาน “สไตล์ธรรมนัส” และทำไมต้องกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ?
รอ.ธรรมัส ได้วางเกมยาวในกระทรวงเกษตรฯ มาอย่างเนิ่นนาน ตั้งแต่สมัยรัฐบาลประยุทธ์ โดยเขาได้เริ่มต้นด้วยการเป็น รมช.กระทรวงเกษตรฯ ก่อนผลักดันคนในเครือข่ายเข้ามาคุมกระทรวงนี้อย่างต่อเนื่อง กระทั่งเขาเป็น รมว. กระทรวงเกษตรฯ เอง ในรัฐบาลอนุทิน ช่วงปลายปี 2568 และกลายเป็นอีกเงื่อนไขสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาล นั่นก็คือ “พรรคกล้าธรรม” ต้องได้โควต้ากระทรวงดังกล่าว
ทำไมเขาถึงต้องการคุม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มากขนาดนั้น ? คำตอบคือ กระทรวงนี้คือ “หัวใจของโครงสร้างอุปถัมภ์” ในชนบทไทย
(1) เปลี่ยนที่ดินเป็นคะแนน (ส.ป.ก. 4-01)
นโยบายเปลี่ยนที่ดิน ส.ป.ก. เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร คือหมากเด็ดทางการเมือง ที่ซื้อใจเกษตรกรนับล้านครอบครัวได้โดยตรง
(2) น้ำคือชีวิต (และงบประมาณ)
การคุม กรมชลประทาน หมายถึงการคุมงบประมาณมหาศาลในการขุดลอกคูคลอง สร้างฝาย และแก้ปัญหาภัยแล้ง ซึ่งโครงการเหล่านี้สามารถลงไปถึงระดับตำบล สร้างผลงานให้ สส. ในพื้นที่ได้ทันที
(3) เครือข่ายสหกรณ์
การเข้าถึงสมาชิกสหกรณ์การเกษตรทั่วประเทศ คือการเข้าถึงหัวคะแนนธรรมชาติที่มีการจัดตั้งองค์กรไว้อย่างดีแล้ว
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า คือนักการเมืองสายพันธุ์ Hybrid ที่ผสมผสานความเด็ดขาดแบบทหาร เข้ากับความยืดหยุ่นแบบนักธุรกิจการเมือง เขารู้ว่า อำนาจที่แท้จริงอยู่ใน “ทรัพยากร” และ “เครือข่าย”
และว่ากันว่า หากเขาปรับกลยุทธ์ เลือกกลับอยู่หลังฉาก วางบทบาทตัวเองเป็นผู้กำหนดเกม ตามรูปแบบเนวินโมเดล “พรรคกล้าธรรม” จะกลายเป็นพรรคการเมืองที่เติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและมั่นคง ดังเช่น “พรรคภูมิใจไทย” ในวันนี้
Srawut
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทย
สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เพื่อเติมสีสันให้กับการท่องเที่ยวไทย
ย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืม
ภาพเฮลิคอปเตอร์อพยพผู้คนจากสถานทูตสหรัฐฯ ในไซง่อนปี 1975 เป็นสัญลักษณ์ความพ่ายแพ้ของอเมริกาในสงครามเวียดนาม บทเรียนจากความหวาดระแวง กลยุทธ์ผิดพลาด และการประเมินคู่ต่อสู้ต่ำเกินไป.
จับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์
การเจรจารอบ 2 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีความสำคัญต่อเสถียรภาพตะวันออกกลางและเศรษฐกิจโลก โดยมีโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นแกนหลักของความขัดแย้ง
เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?
สหรัฐอเมริกาประกาศปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ หลังการเจรจากับอิหร่านล้มเหลว สถานการณ์นี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเผชิญหน้าทางทหารและวิกฤตพลังงานโลก




