ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Live · Breaking
สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทยย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืมจับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?“สามฉากทัศน์ใน ฮอร์มุซ“ เมื่อสหรัฐ ‘คุมทาง’ จีน ‘ต้องใช้ทาง’ และอิหร่าน ‘อยู่บนทาง’”ตะวันออกกลางตึงเครียดอีกครั้ง CENTCOM ประกาศเริ่มปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซสวนนงนุช จัดใหญ่ มหาสงกรานต์ดอกไม้บานรู้จัก CENTCOM หน่วยงานที่ถูกกล่าวถึงมากสุดในเวลานี้สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทยย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืมจับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?“สามฉากทัศน์ใน ฮอร์มุซ“ เมื่อสหรัฐ ‘คุมทาง’ จีน ‘ต้องใช้ทาง’ และอิหร่าน ‘อยู่บนทาง’”ตะวันออกกลางตึงเครียดอีกครั้ง CENTCOM ประกาศเริ่มปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซสวนนงนุช จัดใหญ่ มหาสงกรานต์ดอกไม้บานรู้จัก CENTCOM หน่วยงานที่ถูกกล่าวถึงมากสุดในเวลานี้
The Insight News
‘เพราะงานออกแบบคือมงกุฎของสำนักพิมพ์’ ส่องธีมของบูธสำนักพิมพ์ในงาน ‘มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 28’

‘เพราะงานออกแบบคือมงกุฎของสำนักพิมพ์’ ส่องธีมของบูธสำนักพิมพ์ในงาน ‘มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 28’

ระวี ตะวันธรงค์
ระวี ตะวันธรงค์
กองบรรณาธิการ
2 min read

จบกันไปเรียบร้อยแล้วกับงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 28 ที่กลับมารันวงการสื่อสิ่งพิมพ์ให้คึกคักกันอีกครั้งได้อย่างเต็มตา และยังคงเป็นงานที่สะท้อนให้เห็นว่าอุตสาหกรรมคอนเทนต์บนหน้ากระดาษยังคงขายได้อยู่เสมอ และมันจะยังคงเป็นเช่นนั้นตลอดไป ตราบใดที่เนื้อหาคอนเทนต์บนสื่ออื่น ๆ ยังให้คุณค่าที่แตกต่างจากสื่อแบบเดิม

แต่กระนั้นอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ ทั้งสำนักพิมพ์ นักเขียน หรือวิธีคิดคนทำงานก็ไม่ได้เก่าตามรูปแบบการนำเสนอคอนเทนต์ในรูปแบบกระดาษอย่างใด หากแต่เป็นวงการสิ่งพิมพ์ที่ยังทันสมัยอยู่เสมอด้วยการนำเสนอผ่านภาพลักษณ์ หน้าตา แก่นของหนังสือหรือรูปแบบภาษาในการใช้เล่าเรื่องที่วิวัฒน์ไปตามยุคสมัย

เมื่อมองไปยังงานหนังสือแล้ว สิ่งหนึ่งซึ่งสะท้อนแนวคิดนี้ได้อย่างชัดเจนคือการออกแบบ ‘หน้าตา’ ของพื้นที่ขายสินค้าหรือ ‘บูธ’ ของแต่ละสำนักพิมพ์ ที่เป็นอีกหนึ่งภาพลักษณ์ซึ่งสวมใส่อยู่บนร่างกายอันเป็นตัวตนของแต่ละสำนักพิมพ์ที่มีอยู่เป็นทุนเดิม และเพิ่มเติมเครื่องประดับ แต่งองค์ทรงเครื่องเสียใหม่เพื่อดึงดูดสายตานักอ่านให้เข้ามาแลกเงินกับความรู้บนกระดาษทั้งหลายในร้านกลับบ้านไป

วันนี้ The Modernist เลยขอหยิบบูธของแต่ละสำนักพิมพ์ที่สร้างสรรค์และออกแบบภาพลักษณ์ผ่าน key visual ได้อย่างน่าสนใจในงาน ‘มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 28’ มาเล่าถึงไอเดีย และที่มาของงานออกแบบ หรือธีมที่นำเสนอในงานหนังสือครั้งนี้กัน

01
Salmon Books (L22) – The Sal City

ปีนี้ ‘Salmon Books’ มาในแนวน่ารัก ๆ อย่างธีม ‘The Sal City’ เมืองแห่งหนังสือหลากรสชาติที่จะมาเติมเต็มการอ่านของนักอ่านให้สนุกขึ้น ผ่านเจ้าเมืองสุดน่ารักอย่าง ‘คุณกริซแซลลี’ คุณหมีเสื้อสีส้มใส่หมวกแก๊ปที่รอต้อนรับพลเมืองแซลซิตี้ทุกคน

ธีมนี้น่าสนใจตรงที่ว่ามันสามารถนำเสนอหมวดหมู่ผ่านธีมที่คลุมอยู่ได้แบบพอดี ด้วยความที่บูธมาในรูปแบบของเมืองแห่งหนังสือ โซนหนังสือใหม่จะถูกจัดอยู่ในหมวด ‘ดาวน์ทาวน์’ ส่วนโซนหนังสือเก่าจะถูกจัดอยู่ในหมวด ‘โอลด์ทาวน์’ แยกย่อยลงไปอีกก็จะมีโซนหนังสือประเภทบันทึกประสบการณ์ของหลากหลายผู้คนที่เรียกว่าโซน ‘สวนแซลธารณะ’ โซนสตูดิโอหนังสือแปลไทย ‘#ให้เสียงภาษาไทยโดยแซลมอนบุ๊กส์’ โซนหนังสือเรื่องเล่าเคล้าอาหาร ‘แซลมาร์เก็ต’ และโซนสินค้ากระจุกกระจิกประเภท merchandise อย่าง ‘12 SAL street’

ทั้งหมดนี้ถูกจัดให้อยู่ในธีมกราฟิกแบบ Bubble Style คุมธีมอยู่ในโซนสีฟ้า-น้ำเงิน-ส้ม-เขียว ที่ทำให้ภาพของเมือง The Sal City เต็มไปด้วยความน่ารักนุ่มฟู และสีสันโดดเด่นแต่สบายตา น่าเดินทางมาเยี่ยมและอิ่มเอมกับบรรยากาศภายในเมือง

อีกทั้งโซนที่สำนักพิมพ์ได้ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งนี้ก็ใหญ่พอให้เราได้เดินสำรวจหนังสือและสินค้าที่ระลึกมากมายที่อยู่ภายใน เสมือนเราเดินเข้าไปในเมือง The Sal City จริง ๆ

อีกจุดสำคัญของสำนักพิมพ์นี้คือการมีรายการพอดแคสต์ ‘Salmonsay’ ที่จะมาต่อยอดเรื่องราวจากหนังสือให้กลายเป็นคอนเทนต์เล่าเรื่องในรูปแบบเสียง แต่หลัง ๆ ก็ยุ่งจนกลายเป็นรายการแนะนำหนังสือใหม่รายสะดวกตามห้วงเวลาเดียวกันกับงานหนังสือแทน ก็เลยมีรายการแนะนำหนังสือใหม่ทั้งหมดที่ออกในงานหนังสือครั้งที่ผ่านมานี้ให้ได้ฟังกันด้วย

สามารถไปฟัง บก.บห. กาย และ กอง บ.ก. สำนักพิมพ์แซลมอนป้ายยาหนังสือใหม่ทั้ง 16 เล่มได้ที่ด้านล่างนี้เลย

02
Biblio (K08) – Biblio Book Bus

ทางฝั่งสำนักพิมพ์ที่มีความเป็นวัยรุ่นใกล้เคียงกันอย่าง ‘Biblio’ ก็นำเสนอตัวตนของตัวเองออกมาได้อย่างน่ารักลงตัวเหมือนกัน กับธีม ‘Biblio Book Bus’ ที่หยิบเอาบรรยากาศความ Nostalgia มาเป็นกลิ่น จากการนำเอาไอเดียหลักของ ‘book bus’ หรือรถหนังสือมาขยายความให้น่าสนใจกับอุตสาหกรรมหนังสือไทยยุคนี้

กล่าวอย่างง่าย ๆ ‘book bus’ คือรถเร่หนังสือ รูปแบบเดียวกันกับรถเร่ฉายหนังและขายยาที่อยู่ในเรื่อง ‘มนต์รักนักพากย์’ นั่นแหละ ไอเดียของมันคือการขนหนังสือไปตามพื้นที่ต่าง ๆ ที่อาจจะด้อยโอกาส หรือชุมชนห่างไกลยากต่อการเข้าถึงทรัพยากรความรู้และความบันเทิงทั้งหลาย เพื่อนำหนังสือไปให้อ่านกันฟรี ๆ ในรูปแบบห้องสมุดเคลื่อนที่ หรือซื้อกลับบ้านไปในรูปแบบร้านหนังสือเคลื่อนที่

รถเร่แบบนี้มีอยู่ทั่วโลก ในหลากหลายลักษณะของรถ ทั้งเกวียน รถตู้ รถบัส รถจี๊ป เพื่อให้เอื้อต่อการเดินทางไปในพื้นที่ที่มีความแตกต่างหลากหลายทางกายภาพ และตามแต่จำนวนความเยอะของหนังสือที่นำไปด้วย ซึ่งไม่ว่าหนังสือจะมีมากน้อยเพียงใด เมื่อมันไปจอดพักตามพื้นที่ต่าง ๆ มันคือการนำพาขุมทรัพย์ความรู้ไปเปิดท้ายให้ผู้คนมากอบโกยมันได้อย่างฟรี ๆ ผ่านเนื้อหาและหมวดหมู่อันหลากหลาย

และนั่นเองคือเหตุผลที่ทำให้เกิด ‘Biblio Book Bus’ รถหนังสือของสำนักพิมพ์บิบลิโอคันใหม่ล่าสุดของวงการรถหนังสือขึ้นในงานหนังสือครั้งนี้ ผ่านรถตู้ขนาดกะทัดรัดสีพีช ที่มี ‘Bibie (บิบี้)’ มาสคอตประจำสำนักพิมพ์ที่เป็นแมวดำตัวอ้วนกลม เป็นพลขับนำพาหนังสือมากมายมาจอดในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งนี้ พร้อมทั้งสินค้ากระจุกกระจิกอีกมากมายที่ต่อยอดมาจากธีมรถหนังสือ ซึ่งล้วนแล้วแต่น่ารักน่าสะสม และเป็นอีกหนึ่งบูธสุดน่ารักในงานหนังสือครั้งนี้อีกด้วย

หากใครได้แวะเวียนไปที่บูธของ ‘Biblio’ ก็จะเห็นถึงการตกแต่งด้วยรูปรถบัสทั้งคัน ที่เสมือนกับว่ารถหนังสือคันนี้ของสำนักพิมพ์ได้มาจอดบริการนักอ่านในงาน ก่อนที่จะเดินทางออกไปยังพื้นที่อื่น ๆ บรรยากาศภายในบูธแสนอบอุ่น และกรุ่นกลิ่นวันวาน พร้อมทั้งความทันสมัยจากสไตล์กราฟิก และสีพีช-เขียว-เหลือง-ฟ้า ที่ช่วยพาความน่ารักสู่สายตานักอ่านที่มาแวะเวียนที่บูธได้เป็นอย่างดี

03
P.S. Publishing (K15) – Dreams Without Limits, Love Without …

อีกหนึ่งบูธสุดอาร์ตประจำงานหนังสือครั้งนี้อย่างบูธของสำนักพิมพ์ ‘P.S. Publishing’ มาในธีม ‘Dreams Without Limits, Love Without …’ ที่อ้างอิงธีมหลักมาจากธีมของงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 28 อีกทอดหนึ่ง  โดยธีมงานหลักครั้งนี้คือ ‘Book Dreams’ ที่ว่าด้วยการเปิดหน้าต่างบานใหม่ ให้ทุกคนเดินทางสู่โลกในฝันของนักอ่าน ด้วยจำนวนหนังสือกว่า 1 ล้านเล่มภายในงานที่รอให้นักอ่านค้นพบ

ทางสำนักพิมพ์ ‘P.S. Publishing’ เห็นว่าธีมเกี่ยวกับความฝันน่าสนใจดี และคิดว่ามีความเกี่ยวข้องกันกับหมวดหมู่หนังสือส่วนใหญ่ที่เล่าเรื่องความสัมพันธ์ของสำนักพิมพ์นี้ด้วย ธีมหลักของทางสำนักพิมพ์จึงเล่นกับเรื่อง ‘ความฝัน’ ผ่าน Motto ว่า ‘Dreams Without Limits, Love Without …’ ซึ่ง … ก็คือช่องว่างที่รอให้ทั้งผู้เขียนมาเติมคำเพื่อให้เชื่อมโยงกับงานเขียนของตัวเอง และให้นักอ่านมาเติมเต็มประโยคด้วยคำอะไรก็ได้ ตามแต่ใครจะนิยาม

และจากธีมที่ว่าด้วยความฝัน ทำให้ mood & tone โดยรวมจึงเป็นกราฟิกแนว ‘โฮโลแกรม’ ที่มีหลากหลายเฉดสี เปรียบได้เหมือนกับความสัมพันธ์ที่ไม่ได้จำกัดแค่สีใดสีหนึ่งนั่นเอง เฉดของความโฮโลแกรมในธีมนี้เลือกใช้ สีฟ้า-น้ำเงิน-ม่วงอ่อน มาเบลนด์ร่วมกัน ผสมกับเอฟเฟ็กต์แบบกรันจ์นิดหน่อย ที่เพิ่มความฟุ้งกระจายเสมือนความฝันที่มองเห็นแต่หยิบจับไม่ได้

ส่วนเรือธงของธีมนี้คือหน้าตาของบูธที่โดดเด่นท้าทายสายตานักอ่านทั่วงานให้หันมาสนใจ กับแผ่นพลาสติกขนาดใหญ่เรียงซ้อนกัน และ mood สีของบูธที่รวมกันแล้วดูชวนฝัน และนำพาสายนักอ่านให้แวะมาหยิบจับหนังสือ และสินค้าภายในร้านได้ทุกราย (เราก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกัน)

04
มติชน (J47) – มติชน(ด)ราม่า

อีกหนึ่งบูธสุดมันส์และน่าจดจำในงานหนังสือครั้งนี้อย่าง ‘สำนักพิมพ์มติชน’ ที่เลือกธีมภาพยนตร์ยุค 60-70 ในชื่อ ‘มติชน(ด)รามา’ ได้อย่างมีเอกลักษณ์ และใส่สุดทุกทางจนเราต้องซูฮก อีกทั้งยังมาในช่วงเวลาเหมาะเจาะที่สังคมไทยกำลังประโคมกลิ่นอาย Nostalgia อย่างเป็นบ้าเป็นหลัง

ชื่อธีม ‘มติชน(ด)รามา’ เรียกได้ทั้ง ‘มติชนรามา’ ที่หมายถึงโรงภาพยนตร์ของมติชน และ ‘มติชนดรามา’ ที่หมายถึงเรื่องราวแบบดรามา ๆ ละคร ๆ ที่นำเสนอโดยมติชน ซึ่งมาจากไอเดียที่อยากให้นักอ่านทุกคนหมุนเข็มนาฬิกาย้อนเวลา กรอเทปกลับ และจินตนาการถึงวันวานที่โรงหนัง Stand Alone ยังรุ่งเรืองและภาพยนตร์หลากหลายเรื่องกลายมาเป็นความทรงจำของใครหลายคน ผ่านบรรยากาศสุดคลาสสิกในบูธที่จะทำให้นักอ่านรู้สึกเหมือนกำลังสัมผัสเรื่องเล่าในโรงหนังย้อนยุคขณะที่พลิกดูหนังสือแต่ละเล่ม

งานนี้ทางสำนักพิมพ์มติชนได้เชิญ ‘ตะวัน วัตุยา’ ศิลปินร่วมสมัยที่ได้ร่วมงานกับมติชนหลายต่อหลายครั้ง ก่อนที่จะได้รับโอกาสครั้งสำคัญในการออกแบบ Key Visual ในธีมโรงภาพยนตร์ยุค 60-70 แบบเต็ม ๆ ในครั้งนี้

กลิ่นอายงานอาร์ตยุคนั้นโอบล้อมบรรยากาศในบูธ และหน้าตาของเพจสำนักพิมพ์มติชนไว้ได้อยู่หมัด ทั้งการออกแบบภาพประกอบที่รวมเอาจุดเด่นของภาพยนตร์ยุคนั้นกว่า 20-30 เรื่องมารวมเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อแสดงให้เห็นว่าในบูทสำนักพิมพ์นี้มีเรื่องราวจากผู้คนหลากหลายไม่ต่างจากตัวละครในภาพยนตร์คลาสสิกเหล่านี้ ทั้งพระเอก ผู้ร้าย ตัวโกง มือปืน อันธพาล มาเฟีย ตลก ดาวยั่ว

อีกทั้งสีสันที่เลือกใช้ในภาพประกอบ และงานกราฟิกทั้งหมดก็สะท้อนรูปแบบการทำใบปิดภาพยนตร์สมัยนั้น รูปแบบการใช้ตัวอักษรเหลี่ยม ๆ และลดทอนหัวขมวด จัดชิดซ้ายบ้างขวาบ้างก็ทำให้เราได้เห็นวิธีการเลือกใช้ไทป์เฟสแบบนี้บนใบปิดในยุคนั้น รวมถึงรูปแบบภาษาที่ใช้ในการโปรโมตในครั้งนี้ก็สะท้อนค่านิยมของรูปแบบการใช้ภาษาสมัยก่อนได้อีกเช่นกัน

และที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้เลยคือของแถมจากบูธ หากซื้อสินค้าได้ครบยอดที่กำหนดไว้ก็จะได้ของแถมพรีเมียมน่าสะสมมากมาย ที่ใช้งานอาร์ตยุคภาพยนตร์คลาสสิกผสมกับเหตุการณ์ในยุคปัจจุบัน ทั้งคำว่า “ดีลรัก” “ข้ามขั้ว” “หวานเจี๊ยบ” “เพ้อเจ้อ” “อยู่เป็น” “อย่าหิวแสง” “กรี๊ดสิครับกรี๊ด” ที่ถูกออกแบบเหมือนโลโก้ภาพยนตร์ในใบปิด และถูกนำไปนำเป็นลายเสื้อ ลายกระเป๋า Tote bag แก้วมัก และหมวกแก็ป ก็ยั่วล้อสังคมได้อย่างสวยงามจนไม่ว่าใครเห็นแล้วก็อยากครอบครอง

นับได้ว่าเป็นการเลือกธีมได้อย่างน่าสนใจ ผสมผสานยุคสมัยอันรุ่งเรืองของความบันเทิง ทั้งในโลกละครยุคเก่า และโลกความจริง (แต่ละครกว่า) ยุคใหม่ได้อย่างแสบจี๊ดเลยทีเดียว

ต้องนับถือความสร้างสรรค์ของแต่ละสำนักพิมพ์ที่ขนไอเดียมาแสดงกันจนล้นฮอลล์ และก็ได้แต่หวังว่าแม้จะไม่ต้องครีเอทีฟในด้านภาพกันจนหัวแตก อุตสาหกรรมหนังสือในไทยก็ยังคงจะขับเคลื่อนอยู่ได้ด้วยนักอ่านรุ่นถัด ๆ ไป ที่ยังคงอ่านคอนเทนต์ในรูปแบบเนื้อกระดาษจริง ๆ ไม่เป็นเพียงหน้าจอแบบนี้ต่อไป

ขอบคุณข้อมูลจาก : Salmon Books / Biblio 1 / P.S. Publishing / Matichon Book – สำนักพิมพ์มติชน / matichon 1

ระวี ตะวันธรงค์
Author

ระวี ตะวันธรงค์

แชร์บทความนี้

ช่วยกระจายข่าวเชิงลึกให้คนมากขึ้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูในหมวด Editor

ย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืม

ภาพเฮลิคอปเตอร์อพยพผู้คนจากสถานทูตสหรัฐฯ ในไซง่อนปี 1975 เป็นสัญลักษณ์ความพ่ายแพ้ของอเมริกาในสงครามเวียดนาม บทเรียนจากความหวาดระแวง กลยุทธ์ผิดพลาด และการประเมินคู่ต่อสู้ต่ำเกินไป.

Srawut··1 min read

จับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  

การเจรจารอบ 2 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีความสำคัญต่อเสถียรภาพตะวันออกกลางและเศรษฐกิจโลก โดยมีโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นแกนหลักของความขัดแย้ง

Srawut··1 min read

เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?

สหรัฐอเมริกาประกาศปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ หลังการเจรจากับอิหร่านล้มเหลว สถานการณ์นี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเผชิญหน้าทางทหารและวิกฤตพลังงานโลก

Srawut··1 min read