
ศึกสหรัฐฯ อิสราเอล VS อิหร่าน จะลุกลามเป็นสงครามโลก ครั้งที่ 3 หรือไม่ ?
วินาทีนี้ คงไม่มีข่าวใดที่สร้างความตื่นตระหนกและสั่นคลอนความมั่นคงของโลกได้เท่ากับปฏิบัติการร่วมของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ที่มุ่งเป้าโจมตีอิหร่านจนถึงขั้นสูญเสียผู้นำระดับสูง นำมาซึ่งการตอบโต้อย่างดุเดือด ท่ามกลางเสียงไซเรนและควันปืนที่คละคลุ้งในตะวันออกกลาง คำถามที่ดังก้องอยู่ในใจของคนทั่วโลกคือ “นี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามโลกครั้งที่ 3 หรือไม่?”
หากเราถอยออกมามองภาพใหญ่ ตัดความตื่นตระหนกออกไป และพิจารณาผ่านแว่นตาของ “สมการอำนาจ” และ “ผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์” คำตอบที่ได้อาจทำให้เราต้องตั้งสติและมองข้ามภาพจำของสงครามโลกในอดีต
1. ทำไมสมการนี้ถึงยังไม่ชี้ไปที่ “สงครามโลก” ?
ภาพจำของสงครามโลกคือการที่มหาอำนาจแบ่งฝั่งกันส่งกองทัพนับล้านเข้าห้ำหั่นกันโดยตรง แต่ในโลกยุคปัจจุบัน ต้นทุนของสงครามเบ็ดเสร็จนั้นสูงเกินกว่าที่มหาอำนาจขั้วตรงข้ามจะยอมจ่าย:
จีน: มังกรที่ห่วงเศรษฐกิจมากกว่าสงคราม
จีนคือผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก ยุทธศาสตร์หลักคือ การขยายอิทธิพลทางเศรษฐกิจผ่านเส้นทางสายไหมใหม่ การปล่อยให้ตะวันออกกลางกลายเป็นเถ้าถ่านและราคาน้ำมันพุ่งทะลุเพดาน คือฝันร้ายของเศรษฐกิจจีน จีนอาจประณามสหรัฐฯ หรือสนับสนุนอิหร่านอยู่เบื้องหลัง แต่จะไม่ส่งกองทัพไปร่วมรบในตะวันออกกลางอย่างแน่นอน
รัสเซีย: หมีขาวที่กำลังติดพัน
แม้รัสเซียอาจได้ประโยชน์ชั่วคราวจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูง และการที่สหรัฐฯ ต้องเบนความสนใจจากสมรภูมิยูเครน แต่รัสเซียในวันนี้สูญเสียทรัพยากรไปมหาศาลกับสงครามของตนเอง การเปิดหน้าชนกับสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง จึงไม่ใช่ทางเลือกที่ชาญฉลาด
สหรัฐฯ: บทเรียนจากอดีตที่เจ็บปวด
สหรัฐฯ เรียนรู้อย่างลึกซึ้งจาก “หล่มสงคราม” ในอิรักและอัฟกานิสถาน ยุทธศาสตร์ของวอชิงตันร่วมกับเทลอาวีฟในครั้งนี้คือการ “ตัดหัวหน้า” ทำลายศักยภาพทางทหารและโครงการเตรียมผลิตนิวเคลียร์ ไม่ใช่การส่งทหารราบเข้าไปยึดครองประเทศ
2. ของจริงที่ต้องเผชิญ: “สงครามภูมิภาคเต็มรูปแบบ”
แม้จะไม่ใช่สงครามโลกครั้งที่ 3 แต่นี่คือ “สงครามภูมิภาค” ที่มีความรุนแรงทะลุขีดจำกัดเดิม เมื่ออิหร่านตกอยู่ในสภาวะหลังพิงฝา การตอบโต้จะไม่ใช่แค่การยิงขีปนาวุธข้ามแดนธรรมดา
อิหร่านจะใช้ไพ่ตายคือกลุ่ม “Axis of Resistance” ไม่ว่าจะเป็น ฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ฮูตีในเยเมน หรือกองกำลังในอิรักและซีเรีย เปิดฉากโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐฯ และอิสราเอลในทุกมิติ นี่คือ “สงครามตัวแทน” ที่จะลุกลามไปทั่วทั้งภูมิภาค
รวมถึงการใช้โดรนพลีชีพ การโจมตีทางไซเบอร์เพื่อปิดระบบโครงสร้างพื้นฐานของคู่ขัดแย้ง ซึ่งเป็นสงครามที่คาดเดาทิศทางได้ยากและสร้างความตื่นตระหนกได้มหาศาล
3. สงครามโลกครั้งที่ 3… อาจมาในรูปแบบของ “วิกฤตเศรษฐกิจโลก”
นี่คือจุดที่โลกทั้งใบ รวมถึงประเทศไทย จะได้รับผลกระทบราวกับอยู่ในภาวะสงคราม แม้จะไม่มีกระสุนตกในบ้านเราก็ตาม
“ช่องแคบฮอร์มุซ” (Strait of Hormuz):
หากอิหร่านตัดสินใจปิดเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลกแห่งนี้ (ซึ่งรองรับการขนส่งน้ำมันราว 20% ของโลก) ราคาน้ำมันดิบอาจพุ่งทะยานไปสู่ระดับ 150-200 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลได้ในเวลาอันรวดเร็ว
ซัพพลายเชนชะงักงันและอภิมหาเงินเฟ้อ:
ต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงบวกกับเส้นทางการเดินเรือที่ถูกปิดตาย จะทำให้ต้นทุนสินค้าทุกชนิดแพงขึ้นทั่วโลก โลกอาจต้องเผชิญกับ “ภาวะเงินเฟ้อระลอกใหม่” ที่ดุเดือดกว่าเดิม และอาจฉุดกระชากเศรษฐกิจโลกให้เข้าสู่ภาวะถดถอยอย่างรุนแรง
4. สรุป
เหตุการณ์นี้จะไม่ลุกลามเป็นสงครามโลกครั้งที่ 3 เพราะเงื่อนไขสำคัญของการเกิดสงครามโลกคือการที่มหาอำนาจขั้วตรงข้ามต้องส่งกองทัพเข้าปะทะกันโดยตรง ซึ่งในสถานการณ์นี้ ทั้งจีนและรัสเซียไม่ได้มีแรงจูงใจหรือผลประโยชน์มากพอที่จะประกาศสงครามและส่งทหารมาแลกหมัดกับสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง ทุกฝ่ายรู้ดีว่าต้นทุนของสงครามโลกครั้งใหม่นั้น “ได้ไม่คุ้มเสีย”
สิ่งที่จะเกิดขึ้นจริงในสนามรบคือ สงครามภูมิภาคที่ดุเดือดและกินวงกว้างระหว่างอิสราเอล สหรัฐฯ และเครือข่ายพันธมิตรของอิหร่าน
และผลพวงที่ตามมาจากการสู้รบในภูมิภาคนี้ คือการเปิดฉาก สงครามเศรษฐกิจอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการปิดล้อมเส้นทางขนส่งน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ หรือการโจมตีเส้นทางเดินเรือค้าขาย ซึ่งจะกลายเป็นวิกฤตซัพพลายเชนและเงินเฟ้อที่กระแทกเศรษฐกิจทุกประเทศทั่วโลก
ดังนั้น โลกไม่ได้กำลังเดินหน้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 3 ทางทหาร แต่เรากำลังเผชิญกับความขัดแย้งระดับภูมิภาคที่รุนแรงที่สุด ซึ่งมีวิกฤตเศรษฐกิจระดับโลกเป็นผลลัพธ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
Srawut
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทย
สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เพื่อเติมสีสันให้กับการท่องเที่ยวไทย
ย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืม
ภาพเฮลิคอปเตอร์อพยพผู้คนจากสถานทูตสหรัฐฯ ในไซง่อนปี 1975 เป็นสัญลักษณ์ความพ่ายแพ้ของอเมริกาในสงครามเวียดนาม บทเรียนจากความหวาดระแวง กลยุทธ์ผิดพลาด และการประเมินคู่ต่อสู้ต่ำเกินไป.
จับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์
การเจรจารอบ 2 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีความสำคัญต่อเสถียรภาพตะวันออกกลางและเศรษฐกิจโลก โดยมีโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นแกนหลักของความขัดแย้ง
เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?
สหรัฐอเมริกาประกาศปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ หลังการเจรจากับอิหร่านล้มเหลว สถานการณ์นี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเผชิญหน้าทางทหารและวิกฤตพลังงานโลก



