ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Live · Breaking
สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทยย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืมจับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?“สามฉากทัศน์ใน ฮอร์มุซ“ เมื่อสหรัฐ ‘คุมทาง’ จีน ‘ต้องใช้ทาง’ และอิหร่าน ‘อยู่บนทาง’”ตะวันออกกลางตึงเครียดอีกครั้ง CENTCOM ประกาศเริ่มปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซสวนนงนุช จัดใหญ่ มหาสงกรานต์ดอกไม้บานรู้จัก CENTCOM หน่วยงานที่ถูกกล่าวถึงมากสุดในเวลานี้สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทยย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืมจับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?“สามฉากทัศน์ใน ฮอร์มุซ“ เมื่อสหรัฐ ‘คุมทาง’ จีน ‘ต้องใช้ทาง’ และอิหร่าน ‘อยู่บนทาง’”ตะวันออกกลางตึงเครียดอีกครั้ง CENTCOM ประกาศเริ่มปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซสวนนงนุช จัดใหญ่ มหาสงกรานต์ดอกไม้บานรู้จัก CENTCOM หน่วยงานที่ถูกกล่าวถึงมากสุดในเวลานี้
The Insight News
Wag the Dog สงครามกลบเรื่องฉาว ? 

Wag the Dog สงครามกลบเรื่องฉาว ? 

Srawut
Srawut
กองบรรณาธิการ
1 min read

ในโลกของการเมืองระหว่างประเทศ บางครั้งเสียงระเบิดที่ดังกึกก้องในอีกซีกโลก อาจไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อทำลายศัตรูทางทหาร แต่อาจถูกจุดขึ้นเพื่อ “กลบเสียง” บางอย่างในบ้านเกิดของตัวเอง

ในทางรัฐศาสตร์และนิเทศศาสตร์ มีคำศัพท์ที่ใช้อธิบายปรากฏการณ์นี้ว่า “Wag the Dog” ซึ่งหมายถึงสถานการณ์ที่ผู้นำประเทศจงใจสร้าง “วิกฤตการณ์” เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของสังคม ออกจากเรื่องอื้อฉาวกำลังสั่นคลอนเก้าอี้ของตนเอง

คำนี้โด่งดังจากภาพยนตร์ฮอลลีวูดปี 1997 เรื่อง Wag the Dog ที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จ้างโปรดิวเซอร์มาจัดฉากสร้างข่าวสงครามปลอมๆ เพื่อดึงความสนใจของสื่อให้ละทิ้งข่าวฉาวของตนเองก่อนวันเลือกตั้ง

และเมื่อเรานำเลนส์ Wag the Dog มาทาบทับกับลำดับเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2026 จังหวะเวลาที่ “ประจวบเหมาะ” ระหว่างคดีอื้อฉาวในทำเนียบขาว และปฏิบัติการทางทหารที่อิหร่าน ย่อมทำให้เกิดข้อกังขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

1. ระเบิดเวลาทางการเมือง: เมื่อ “เอปสเตน” เขย่าทำเนียบขาว

ภายใต้กฎหมาย Epstein Files Transparency Act ที่บังคับให้มีการเปิดเผยเอกสารคดีค้ามนุษย์ของ “เจฟฟรีย์ เอปสเตน” สู่สาธารณะ กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) ได้ทยอยปล่อยเอกสารหลายล้านฉบับออกมา

แต่จุดเดือดทางการเมืองปะทุขึ้นในช่วงวันที่ 26-27 กุมภาพันธ์ 2026 เมื่อสื่อมวลชนกระแสหลักรายงานตรงกันว่า DOJ ภายใต้การนำของรัฐบาลทรัมป์ กำลังถูกตรวจสอบอย่างหนัก หลังมีข้อกล่าวหาว่า มีการจงใจ “ปกปิด” หรือระงับการเปิดเผยบันทึกการสัมภาษณ์ของ FBI ซึ่งมีพยานให้การกล่าวหาที่รุนแรง (แม้จะยังไม่มีการพิสูจน์) เกี่ยวกับพฤติกรรมของ “โดนัลด์ ทรัมป์”

ข่าวนี้ทำให้สังคมตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของกระทรวงยุติธรรม และแรงกดดันทางการเมืองกำลังพุ่งเป้าไปที่ “โดนัลด์ ทรัมป์” โดยตรง

2. ยึดพื้นที่สื่อ: เปลี่ยน “ข่าวฉาว” ให้เป็น “วิกฤตสงคราม”

แต่แล้ว เพียงข้ามวันหลังจากที่ข่าวฉาวเรื่อง “เอปสเตนไฟล์” กำลังพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด ในเช้าวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 “ทรัมป์” ก็สั่งเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารร่วมกับอิสราเอลแบบสายฟ้าแลบ โจมตีทางอากาศใส่กรุงเตหะราน ส่งผลให้ “อายะตุลลอฮ์ อะลี คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิต

ผลลัพธ์ที่ตามมาแทบจะในทันทีคือ การรีเซ็ตหน้าสื่อแบบเบ็ดเสร็จข่าวความคืบหน้าเรื่อง “การปกปิดคดีเอปสเตน” ถูกกวาดทิ้งจากพื้นที่ข่าวหลักทุกสำนัก ทุกสายตาของคนอเมริกันและคนทั้งโลกถูกกระชากให้หันไปมองวิกฤตตะวันออกกลาง , การล้างแค้นของอิหร่าน และความเสี่ยงเกิดสงครามใหญ่แทน

ในทางการเมือง ความกลัวเรื่องภัยความมั่นคง เป็นอาวุธเดียวที่ทรงพลังพอจะกลบเกลื่อนข่าวฉาวทุกชนิดได้มิดชิดที่สุด การตัดสินใจเปิดปฏิบัติการระดับที่สามารถเปลี่ยนโฉมหน้าตะวันออกกลางได้ โดยที่สภาคองเกรสไม่ได้มีส่วนร่วมตัดสินใจล่วงหน้า ยิ่งตอกย้ำข้อสงสัยของนักวิเคราะห์ว่า นี่คือ “ยุทธศาสตร์ความมั่นคงที่รอไม่ได้” หรือ “ความจำเป็นเร่งด่วนทางการเมือง” ?

3. โอกาสทางการทหาร หรือ การสร้างสถานการณ์เพื่อเอาตัวรอดทางการเมือง ?

แน่นอนว่า หากมองในมุมของยุทธศาสตร์ความมั่นคง ฝั่งสนับสนุนรัฐบาลแย้งว่านี่ไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เป็น โอกาสทองด้านข่าวกรองที่หาได้ยาก เมื่อทราบพิกัดที่แน่ชัดของผู้นำสูงสุดอิหร่าน ประกอบกับบริบทความขัดแย้งด้านนิวเคลียร์ที่คุกรุ่นมายาวนาน การลงมือเด็ดหัวผู้นำในคราวเดียว จึงเป็นความจำเป็นทางทหาร

การพิสูจน์แรงจูงใจเบื้องลึกของผู้นำนั้นเป็นเรื่องยาก แต่ลำดับเหตุการณ์ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ได้กลายเป็นกรณีศึกษาที่เส้นแบ่งระหว่าง “ยุทธศาสตร์ความมั่นคงของชาติ” กับ “การเอาตัวรอดทางการเมือง” พร่าเลือนจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน

ลำดับเหตุการณ์

พ.ย. 2025 – ม.ค. 2026

การผ่านร่างกฎหมาย Epstein Files Transparency Act และการทยอยเปิดเผยเอกสารหลายล้านฉบับโดยกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ)

26-27 ก.พ. 2026

สื่อมวลชน (เช่น The Washington Post และ The Guardian) รายงานข่าวการตรวจสอบ DOJ ประเด็นการระงับ / ปกปิดไฟล์เอกสารการสัมภาษณ์ของ FBI ที่เชื่อมโยงกับพฤติกรรมของ “โดนัลด์ ทรัมป์”

28 ก.พ. 2026

สหรัฐฯ และอิสราเอล ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในกรุงเตหะราน ส่งผลให้ “อายะตุลลอฮ์ อะลี คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุดอิหร่านเสียชีวิต ข่าวนี้ยึดพื้นที่สื่อทั่วโลกในทันที

ไม่ว่าการกดปุ่มโจมตีอิหร่านครั้งนี้จะเกิดขึ้นเพราะโอกาสทางทหาร หรือเพียงเพราะผู้นำต้องการสับสวิตช์ดับไฟข่าวฉาวของตัวเอง… ผลลัพธ์ก็คือ “ทรัมป์ได้สิ่งที่ต้องการทั้งสองอย่างพร้อมๆ กัน”

ในยุคที่ข่าวสารหลั่งไหลรวดเร็ว คำถามสำคัญคือ ประชาชนอย่างเราจะรู้เท่าทันได้อย่างไร ว่าวิกฤตระดับโลกที่กำลังอยู่ตรงหน้า เป็นภัยคุกคามที่แท้จริง หรือเป็นเพียงปฏิบัติการ Wag the Dog ของใครบางคน

Srawut
Author

Srawut

แชร์บทความนี้

ช่วยกระจายข่าวเชิงลึกให้คนมากขึ้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูในหมวด Editor

ย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืม

ภาพเฮลิคอปเตอร์อพยพผู้คนจากสถานทูตสหรัฐฯ ในไซง่อนปี 1975 เป็นสัญลักษณ์ความพ่ายแพ้ของอเมริกาในสงครามเวียดนาม บทเรียนจากความหวาดระแวง กลยุทธ์ผิดพลาด และการประเมินคู่ต่อสู้ต่ำเกินไป.

Srawut··1 min read

จับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  

การเจรจารอบ 2 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีความสำคัญต่อเสถียรภาพตะวันออกกลางและเศรษฐกิจโลก โดยมีโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นแกนหลักของความขัดแย้ง

Srawut··1 min read

เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?

สหรัฐอเมริกาประกาศปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ หลังการเจรจากับอิหร่านล้มเหลว สถานการณ์นี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเผชิญหน้าทางทหารและวิกฤตพลังงานโลก

Srawut··1 min read