ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Live · Breaking
“ชัชชาติ” อันดับ 1 ผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่มีเอนเกจเมนต์มากที่สุดในโซเชียลระบอบอากง ไม่ส่งผลกระทบ ! โพลชี้ “ชัชชาติ” ยังนำห่าง 67.30 %หนี้ภาษีหุ้นชินคอร์ป ทักษิณจะดึงเกม ยอมจ่าย หรือเลือกล้มละลาย ?“สามารถ” ผ่าเบื้องลึก รถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน กลายเป็นฝันค้างรู้จัก “พนัส ไทยล้วน” ผู้ที่เรียกตัวเองว่า “พ่อมดประกันสังคม”รู้จัก “ต่อศักดิ์ โชติมงคล” กุนซือชัชชาติ ที่มาวาทกรรม “ระบอบอากง”TH-AI Passport ระเบิดเวลาภูมิใจไทย ! หาก “ไชยชนก” ดันทุรัง“สุรพล นิติไกรพจน์” อดีต สนช. สู่กุนซือทีมผู้ว่าฯ พรรคประชาชน“ชัชชาติ” อันดับ 1 ผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่มีเอนเกจเมนต์มากที่สุดในโซเชียลระบอบอากง ไม่ส่งผลกระทบ ! โพลชี้ “ชัชชาติ” ยังนำห่าง 67.30 %หนี้ภาษีหุ้นชินคอร์ป ทักษิณจะดึงเกม ยอมจ่าย หรือเลือกล้มละลาย ?“สามารถ” ผ่าเบื้องลึก รถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน กลายเป็นฝันค้างรู้จัก “พนัส ไทยล้วน” ผู้ที่เรียกตัวเองว่า “พ่อมดประกันสังคม”รู้จัก “ต่อศักดิ์ โชติมงคล” กุนซือชัชชาติ ที่มาวาทกรรม “ระบอบอากง”TH-AI Passport ระเบิดเวลาภูมิใจไทย ! หาก “ไชยชนก” ดันทุรัง“สุรพล นิติไกรพจน์” อดีต สนช. สู่กุนซือทีมผู้ว่าฯ พรรคประชาชน
The Insight News
“อย่าอ้างสามก๊กในวันที่ฉันไม่อ่านแล้ว” เมื่อคนต่างวัยอ่านงานการเมืองกันคนละเรื่อง

“อย่าอ้างสามก๊กในวันที่ฉันไม่อ่านแล้ว” เมื่อคนต่างวัยอ่านงานการเมืองกันคนละเรื่อง

ระวี ตะวันธรงค์
ระวี ตะวันธรงค์
กองบรรณาธิการ
1 min read

“ยังได้ยินเสียงบอกว่ารวมพรรคนั้นได้พรรคนี้ไม่ได้ ตนก็อยากขอให้ดูสามก๊กหรือประวัติศาสตร์ชาติไทย ถ้าฆ่าแม่ทัพตาย เราจะเอาไพร่พลไว้เลี้ยงดูหรือไม่ หรือจะฆ่าทิ้งให้หมด” เป็นคำพูดที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยได้กล่าวไว้เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2566 ที่รัฐสภา ระหว่างแถลงจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคเพื่อไทย โดยยกเรื่องสามก๊กขึ้นมากล่าวถึงเพื่อสร้างความชอบธรรมในการจับมือกับขั้วรัฐบาลเดิม

ไม่ใช่แค่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เท่านั้นที่กล่าวถึงสามก๊ก แต่นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีตเลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย ก็เคยกล่าวถึงสามก๊กเช่นกัน เขากล่าวเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2566 ขณะย้ายกลับมาซบพรรคพลังประชารัฐ ว่า “ถ้าให้เปรียบเทียบกับสามก๊ก พล.อ.ประวิตร เปรียบเหมือนเล่าปี่ที่พยายามรวบรวมผู้คนเข้ามากอบกู้แก้ปัญหาบ้านเมือง ซึ่งในทางการเมือง พล.อ.ประวิตร มีบทบาทด้านนี้เด่นมาก และเชื่อว่า พรรคพลังประชารัฐรวบรวมคนเก่งเข้ามาได้มากขึ้น”

ประโยคเหล่านี้เป็นตัวอย่างที่บ่งบอกถึงทัศนคติของนักการเมืองไทยวัยเก๋าที่ถึงแม้จะอยู่กันคนละพรรคแต่ก็มักยกวรรณกรรมเรื่อง ‘สามก๊ก’ ที่แต่งขึ้นตั้งแต่ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 14  ขึ้นมาอ้างถึงเสมอ

เราอาจตั้งคำถามได้ว่า การอ้างเหตุการณ์ในสามก๊กมาเปรียบเทียบกับการเมืองไทยของพวกเขา เป็นเพราะพวกเขากำลังอยู่บนเส้นทางที่เดินหน้าไปสู่ชัยชนะทางการเมือง ซึ่งหมายถึงการมีอำนาจทางการเมือง และได้เป็นรัฐบาลกันอยู่หรือไม่ ในขณะเดียวกัน การอ้างสามก๊กของนักการเมืองบางกลุ่มนั้นเป็นตัวชี้ชัดได้ไหมว่าพวกเขายังติดในกรอบการเมืองแบบสามก๊ก ที่เน้นเล่นเกมการเมืองหักเหลี่ยมกันมากกว่าจะสู้ด้วยอุดมการณ์ ขณะที่คนรุ่นใหม่แทบไม่ได้อ่านสามก๊กเพื่อทำความเข้าใจการเมืองอีกแล้ว

เมื่อเป็นเช่นนี้ คำถามที่น่าถามต่อไปก็คือ สามก๊กที่นักการเมืองรุ่นใหญ่มักอ้างให้คนรุ่นใหม่ฟังนั้นสามารถสร้างความซาบซึ้งได้หรือไม่ เพราะหากเราไม่ได้อ่านสามก๊ก หรือเสพสามก๊กจน “เข้าเส้น” แบบที่อธิบายทุกเรื่องด้วยสามก๊กได้ตลอดเวลา คงจะยากที่คนรุ่นใหม่จะเข้าใจและยอมรับแนวคิเของคนรุ่นเก่าได้

ขณะเดียวกันคนรุ่นเก๋าจำเป็นต้องทำความเข้าใจแนวคิดของคนรุ่นใหม่ ผ่านวรรณกรรมที่คนรุ่นใหม่อ่าน เพื่อจะนำไปสู่ความเข้าใจของคนทั้งสองรุ่น

ในงาน Winter Book Fest 2020 ซึ่งจัดขึ้นในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2563 ที่สามย่านมิตรทาวน์ เยาวชนไทยตื่นตัวด้านการเมืองมาก โดยข้อมูลจาก PPTV ระบุว่า “บูธของสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกันถือเป็นหนึ่งในบูธที่ได้รับความสนใจ มีเยาวชนเข้ามาซื้อหาหนังสือการเมืองอย่างไม่ขาดสาย สะท้อนถึงความสนใจของเด็กรุ่นใหม่ที่ให้ความสนใจในเรื่องการเมืองมากขึ้น” และหนังสือส่วนใหญ่ที่เด็กๆ สนใจ คือหนังสือที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาด้านประชาธิปไตย งานวิชาการที่พวกเขาสนใจอ่านเป็นงานของ รศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ 

ข้อมูลจากมติชนในช่วงสัปดาห์หนังสือแห่งชาติเดือนตุลาคม พ.ศ.2565 ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ บูธหนังสือที่เยาวชนให้ความสนใจคือบูธสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกันและมติชน ที่ตีพิมพ์หนังสือออกมาให้ผู้อ่านได้รู้ถึงรสชาติของการเมือง และประวัติศาสตร์ที่มีการวิพากษ์หลักฐาน หรือออกนอกกรอบของหนังสือเรียนในโรงเรียน ซึ่งแทบไม่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสามก๊กเลย  และสำนักพิมพ์ที่ตีพิมพ์หนังสือเกี่ยวกับสามก๊กก็แทบไม่มีชื่ออยู่ในสิ่งที่เยาวชนสนใจเลย ตลอดงานสัปดาห์หนังสือที่ผ่านมา อีกสิ่งที่ทำให้เห็นถึงการตื่นตัวของเยาวชนคือมีการจัดบูธจากพรรคการเมืองที่เยาวชนให้ความสนใจเข้าไปเยี่ยมชม ไม่ว่าจะเป็นบูธจากพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย  

ข้อมูลเหล่านี้เป็นเสียงสะท้อนได้ดีที่สุดว่าคนรุ่นใหม่ตื่นตัวทางการเมืองจริง และที่สำคัญเป็นการเมืองเชิงอุดมการณ์ด้านประชาธิปไตย ให้ความสำคัญกับการเมืองที่มีประชาชนเป็นสำคัญ ผิดไปจากสามก๊กที่นักการเมืองรุ่นใหญ่เสพ เพราะวรรณกรรมสามก๊กที่มีคำร่ำลือว่า “อ่านสามก๊กสามจบ คบไม่ได้” เป็นการหักเหลี่ยมชิงไหวชิงพริบ ระหว่างตัวละคร ใช้แผนและยุทธวิธีการรบเพื่อให้ได้ชัยชนะ เรียกได้ว่าเป็นการมองการเมืองแบบ เกมการเมือง ชี้ให้เห็นว่าเป็นการอ่านหนังสือกันคนละเล่ม มองการเมืองกันคนละแบบ จนนักการเมืองรุ่นใหญ่ทั้งหลายต้องคิดได้แล้วว่า หากจะสื่อสารกับเด็กต้องสื่อสารด้วยอะไร ภาษาแบบไหน จะใช้สามก๊กมาอ้างอีกได้หรือเปล่า  

เพราะโหวตเตอร์รุ่นใหม่มีความสำคัญในการหาเสียงและจะเป็นคะแนนเสียงที่มาแทนผู้ใหญ่ในอนาคต เห็นได้จากหลายพรรคการเมืองที่ทำการบ้านมาดีอยู่พอสมควรในช่วงก่อนการเลือกตั้ง โดยยกเรื่องที่เยาวชนสนใจมาพูดถึง เช่นเรื่องการเปลี่ยนผ่านจากคณะรัฐประหารเผด็จการตลอดเกือบ 9 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาสู่ประชาธิปไตย ตัวอย่างเช่นพรรคก้าวไกลที่สร้างความชัดเจนในอุดมการณ์ของพรรคด้วยการใช้สโลแกน “มีเราไม่มีลุง” หรือ “กาก้าวไกลประเทศไทยไม่เหมือนเดิม” ไม่ว่าจะเป็นการชูการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา ม.112 ที่ก่อนหน้านี้มีเด็กและเยาวชนที่ออกมาชุมนุม ถูกดำเนินคดีจากกฎหมายดังกล่าว รวมถึงนโยบายกระจายอำนาจที่ให้ความสำคัญต่อประชาธิปไตยที่ลงไปสู่ท้องถิ่น และองค์กรการปกครองที่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด 

มองไปที่พรรคเพื่อไทย ช่วงหาเสียงเลือกตั้งกลับขาดความชัดเจนและสร้างความระแวงให้กับประชาชน ไม่ว่าเรื่องจะจับมือกับพรรครัฐบาลเดิมที่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ตอบไม่ชัดเจนว่าจะจับมือด้วยหรือไม่ ทำให้สื่อหลากหลายสำนักมักจี้ถามกับตัวแทนของพรรคเพื่อไทยในหลายๆ เวทีดีเบต ถึงแม้ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว จะยืนยันว่าจะไม่จับมือกับพรรคพลังประชารัฐ หรือ พรรครวมไทยสร้างชาติ ก็ยังไม่ชัดเจน มองไปที่สโลแกนของพรรคเพื่อไทย “เลือกเพื่อไทยแลนสไลด์ ประเทศไทยเปลี่ยนทันที” ก็ยังไม่เห็นถึงความชัดเจนในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประเทศ ความเปลี่ยนแปลงไปถึงอุดมการณ์ประชาธิปไตย และการไม่มี 2 ลุงอยู่ต่อไปในระบบการเมืองไทย 

สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า พรรคที่อุดมการณ์ชัดเจน มักได้คะแนนนิยมสูงสุด มีหลักฐานเชิงประจักษ์จากผลเลือกตั้ง ปรากฏว่าพรรคก้าวไกลได้เสียงสนับสนุนจากประชาชนมาเป็นอันดับ 1 ได้ ส.ส.เขตถึง 112 เสียง ชนะในกรุงเทพมหานครเกือบทั้งหมดยกเว้นเขตลาดกระบัง รวมไปถึงชนะในปริมณฑลเมืองใหญ่ และเขตเมืองของแต่ละจังหวัด ยังไม่รวมการล้มบ้านใหญ่ในหลายจังหวัด กวาดความไว้ใจจากประชาชนไป 14,438,851 คน สร้างแผ่นดินไหวทางการเมืองจนนักการเมืองรุ่นใหญ่อกสั่นขวัญแขวน 

นอกจากนี้ คะแนนแบบบัญชีรายชื่อที่ออกมายังสะท้อนความนิยมของพรรคก้าวไกล เพราะในหลายๆ จังหวัดที่ไม่ได้ ส.ส.เขต แต่ปรากฏว่าประชาชนกาให้ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อของพรรคก้าวไกลในหลายๆ เขต ทำให้พรรคก้าวไกลคว้า ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อไป 39 ที่นั่ง ขณะที่ความไม่ชัดเจนของพรรคเพื่อไทย ทำให้แลนด์สไลด์เป็นแค่ความฝัน กลายเป็นพรรคอันดับ 2 ที่มี ส.ส.จำนวน 141 ที่นั่ง (ส.ส. เขต 112 ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ 29 ที่นั่ง) ได้เสียงจากประชาชนไป 10,962,522 คน 

เมื่ออุดมการณ์ที่ชัดเจนสำคัญกว่าเกมการเมือง แนวคิดของนักการเมืองวัยดึกที่ถือตำราสามก๊ก ยกอ้างกลยุทธ์เพื่อเอาชนะทางการเมืองออกมาอยู่ตลอดเวลา จึงไม่ได้รับการยอมรับอีกต่อไปเพราะอุดมการณ์และประชาธิปไตยคือการเมืองที่คนรุ่นใหม่หาความรู้ ทำความเข้าใจ รวมถึงมีความต้องการที่จะนำสิ่งเหล่านี้มาสู่การเมืองไทย ต่อให้คุณจะเป็นแฟนพันธ์แท้สามก๊ก เซียนสามก๊ก อ่านสามก๊กมากกว่าสามจบหรือมากกว่านั้น ยึดถือสิ่งนี้มากไปและตลอดเวลา เชื่อว่าก็จะคุยกับพวกเขาไม่รู้เรื่อง ไม่ได้ใจเขา รวมถึงพรรคการเมืองและเกมการเมืองของคุณจะเหลือแต่ชื่อ ให้คนรุ่นต่อไปจดจำว่าไม่ควรเอาอย่างเพราะเป็นการยึดติดกับการเมืองเก่าๆ เท่านั้นเอง 

ที่สำคัญ สามก๊กที่นักการเมืองรุ่นเก๋ายึดถือ เป็นเพียงวรรณกรรมที่ผู้แพ้แต่งขึ้นมา โดยอ้างอิงกับกลียุคปลายราชวงศ์ฮั่น ที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงราชวงศ์ใหม่ ยุคนั้นยังไม่มีระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย แต่เป็นยุคศักดินา ขณะที่หนังสือที่โหวตเตอร์หน้าใหม่ถือ คือเรื่องประชาธิปไตยและรัฐสวัสดิการ ตรงกับบริบททางการเมืองมากกว่ายุคสามก๊กอันไกลโพ้นที่เอามาอ้างอิง กลายเป็นว่าคุณพูดไปแล้วเด็กไม่เข้าใจ ผิดยุคผิดบริบทไปเปล่าๆ 

อ่านสามก๊ก สามจบ ก็คบได้ ถ้าเราอ่านเป็นบทเรียน ไม่ใช่ยึดติดกับเกมการเมืองมากกว่าอุดมการณ์ เพราะหากคุณอ้างสามก๊กซ้ำๆ ระวังฉันจะพูดว่า อย่ามาอ้างสามก๊กในวันที่ฉันไม่ได้อ่าน เพราะโหวตเตอร์รุ่นใหม่กับนักการเมืองรุ่นใหญ่อ่านหนังสือกันคนละเล่มแล้ว

แหล่งอ้างอิงmatichon 1 2 3 / dailynews / pptvhd36 / prachatai 1 / thestandard

ระวี ตะวันธรงค์
Author

ระวี ตะวันธรงค์

แชร์บทความนี้

ช่วยกระจายข่าวเชิงลึกให้คนมากขึ้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูในหมวด POLITICS

รู้จัก “พนัส ไทยล้วน” ผู้ที่เรียกตัวเองว่า “พ่อมดประกันสังคม”

บทความวิเคราะห์เกี่ยวกับ “พนัส ไทยล้วน” ผู้ที่เรียกตัวเองว่า “พ่อมดประกันสังคม” และอิทธิพลของเขาในระบบแรงงานไทย

Srawut··1 min read

รู้จัก “ต่อศักดิ์ โชติมงคล” กุนซือชัชชาติ ที่มาวาทกรรม “ระบอบอากง”

บทความวิเคราะห์เกี่ยวกับ “ต่อศักดิ์ โชติมงคล” กุนซือผู้ว่าฯ กทม. และวาทกรรมการเมือง “ระบอบอากง” ที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งปี 2569

Srawut··1 min read

TH-AI Passport ระเบิดเวลาภูมิใจไทย ! หาก “ไชยชนก” ดันทุรัง

โครงการ TH-AI Passport ของรัฐมนตรี ไชยชนก ชิดชอบ ถูกวิจารณ์เรื่องงบประมาณ กฎหมาย และการจัดซื้อจัดจ้าง ที่อาจเกิดผลกระทบต่อการเมืองและเชื่อมโยงกับรัฐบาลอนุทิน

Srawut··1 min read

“สุรพล นิติไกรพจน์” อดีต สนช. สู่กุนซือทีมผู้ว่าฯ พรรคประชาชน

ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อดีตสมาชิกสนช. ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานที่ปรึกษายุทธศาสตร์ทีมผู้ว่าฯ กทม. ของพรรคประชาชน ท่ามกลางการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการบรรจบกับค่ายส้ม

Srawut··1 min read