
ส่องนานาประเทศ หลัง “เลือกตั้ง” ได้นายกรัฐมนตรีภายในกี่วัน ?
ภายหลังการเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ถึงแม้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จะนำพาพรรคก้าวไกลปักธงกวาด ส.ส. ทั่วประเทศ กลายเป็นพรรคอันดับ 1 ได้สำเร็จ บวกกับพลังการรวมเสียงพรรคฝ่ายประชาธิปไตยได้เกินครึ่งของสภาผู้แทนราษฎรกว่า 312 เสียง จาก 500 ที่นั่งในสภา แต่ด้วยระบบการเมืองไทย ผู้มีอำนาจใช่จะปล่อยวางง่ายๆ และกลับพยายามเหนี่ยวรั้งเอาไว้ ทำให้ฝ่ายประชาธิปไตยจัดตั้งรัฐบาลได้ยากลำบาก ไม่ว่าจะฝ่าด่าน กกต. รับรองผล ส.ว. ยกมือสนับสนุน (หรือเปล่า) หรือนักร้องที่ร้องแล้ว ร้องอยู่ ร้องต่อ เตรียมจ้องจะยื่นฟ้องศาลเตะสกัดขานายกรัฐมนตรีที่มาจากฝ่ายประชาธิปไตยให้ได้ การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเสมือนฝนตั้งเค้า แต่อั้นสุดๆ ไม่ยอมตกมาให้ชาวบ้านชื่นใจ ไม่รู้ว่าประเทศไทยจะสามารถตั้งรัฐบาลได้เมื่อไหร่ หรือไม่รู้จะกลายเป็นประเทศที่จัดตั้งรัฐบาลที่ช้าที่สุดในโลกหรือเปล่า
The Modernist พาไปส่องข้อมูล ระยะเวลา การได้มาซึ่งรัฐบาล การได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรีของประเทศ 5 ประเทศ ที่น่าสนใจ ว่าเขาเลือกตั้งเสร็จแล้ว สามารถมีผู้นำรัฐบาลได้ภายในกี่วัน ล้างข้อสงสัยเสียที ที่หากใครพูดว่าจัดตั้งรัฐบาลช้าเป็นเรื่องปกติของทั่วโลก
สหราชอาณาจักร
ประเทศแม่แบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ ในการเลือกตั้งเดือนพฤษภาคม ปี 2553 ใน หลังจากผลการเลือกตั้งออกมาในวันที่ 6 พฤษภาคม หลังจากนั้น ภายในวันที่ 11 พฤษภาคม สหราชอาณาจักรสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ภายในเวลาเพียง 5 วัน โดยมีผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคือ เดวิด แคเมอรอน
มาเลเซีย
ประเทศเพื่อนบ้านของไทย ที่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเช่นกัน ถึงแม้การเมืองจะวุ่นวาย เกิดความแตกแยกภายในรัฐบาล ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ในยุคของนายกรัฐมนตรีมหาเธร์ โมฮามัด และนำไปสู่การลาออกของเขาในที่สุด แต่การเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน อันวาร์ อิบราฮิม แห่งพรรคปากาตัน ฮาราปัน ก็สามารถจัดตั้งรัฐบาลพร้อมถวายสัตย์ปฏิญาณ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในวันที่ 24 พฤศจิกายน ซึ่งใช้เวลาเพียง 5 วันเท่านั้น
อินเดีย
ประเทศที่มีจำนวนประชากรมหาศาล (จนแซงหน้าจีน) และมีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ประชากร และศาสนา ประเทศที่จะกลายเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก แต่จำนวนประชากรและความหลากหลายไม่ใช่อุปสรรค เพราะอินเดียสามารถจัดตั้งรัฐบาลหลังรู้ผลการเลือกตั้ง สภาผู้แทนราษฎร (สภาโลก) โดยใช้เวลาตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม – 31 พฤษภาคม 2562 ส่งนเรนทระ โมที แห่งพรรคภารติยชนตา เป็นนายกรัฐมนตรีได้สำเร็จภายใน 8 วัน
ออสเตรเลีย
ประเทศที่มีพื้นที่ 7,692,000 ตร.กม. มีความหลากหลายเชิงภูมิประเทศเต็มไปหมด ประเทศที่ใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลก และใหญ่กว่าประเทศไทย 15 เท่า แต่การเลือกตั้งที่ผ่านมา มีการประกาศผลการเลือกตั้งในวันที่ 21 พฤษภาคม และมีการจัดตั้งรัฐบาลที่นำโดย แอนโทนี แอลบานีส แห่งพรรคแรงงาน คว้าเก้าอี้นายกรัฐมนตรีไปครอง ใช้เวลา 66 วัน
ประเทศไทย
ต้องจับตากันแล้วว่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ภายในกี่วัน ขนาดการนับผลคะแนนการเลือกตั้งยังต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะรู้ผล ขณะที่ประเทศอินเดียเป็นประเทศที่ใหญ่กว่าประเทศไทยถึง 6 เท่า ยังสามารถรู้ผลได้ภายใน 1 วัน ยังไม่นับอุปสรรคมากมายไม่ว่าจะเป็น นักร้อง การขอความร่วมมือของ ส.ว. ให้ยกมือให้ฝ่ายประชาธิปไตย แม้กระทั่ง กกต. ที่ทำงานเต็มที่สุดๆ ให้ถึงวันครบกำหนดกรอบเวลา (ให้เวลามาเท่าไหร่ทำจนถึงวันสุดท้าย) จนหลายฝ่ายคาดการณ์ว่า จะเห็นหน้าค่าตารัฐบาลได้ก็เกือบ 3 เดือน หรือประมาณ 90 วัน นั่นหมายความว่าหากจัดอันดับ Tops 5 ประเทศไทยจะอยู่รั้งท้ายในทันที
ฉะนั้นต้องมาทบทวนแล้วล่ะว่า การทำงานของ กกต. ล่าช้าหรือไม่ ติดขัดที่อะไร ที่ผู้มีอำนาจหรือเปล่า เพราะการจัดตั้งรัฐบาลในสากลโลก เขาพยายามจัดตั้งรัฐบาลให้รวดเร็วที่สุด เพื่อให้ได้รัฐบาลที่มีประสิทธิภาพ เข้ามาบริหารประเทศ กำหนดนโยบายทั้งภายในและภายนอกประเทศต่อไป เพราะหากไม่มีรัฐบาลอำนาจเต็ม ประชาชนและภาคการลงทุนจะสูญเสียความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล ภายนอกประเทศจะหวั่นใจต่อนโยบายทั้งในภูมิภาคและระดับโลก ซึ่งไม่มีใครเขาทำกัน หรือเพียงทั่วโลกเขาเดินไปข้างหน้าแต่ประเทศไทยกลับเดินถอยหลัง “ระวังเดินถอยหลังมากไป จะสะดุดล้มโดยไม่รู้ตัว”
แหล่งอ้างอิง : thaiindia / ilaw 1 2 / thaipbs / bbc 1 2 3 / reuters / mfa.go
ระวี ตะวันธรงค์
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด INSIGHT →ย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืม
ภาพเฮลิคอปเตอร์อพยพผู้คนจากสถานทูตสหรัฐฯ ในไซง่อนปี 1975 เป็นสัญลักษณ์ความพ่ายแพ้ของอเมริกาในสงครามเวียดนาม บทเรียนจากความหวาดระแวง กลยุทธ์ผิดพลาด และการประเมินคู่ต่อสู้ต่ำเกินไป.
จับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์
การเจรจารอบ 2 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีความสำคัญต่อเสถียรภาพตะวันออกกลางและเศรษฐกิจโลก โดยมีโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นแกนหลักของความขัดแย้ง
เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?
สหรัฐอเมริกาประกาศปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ หลังการเจรจากับอิหร่านล้มเหลว สถานการณ์นี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเผชิญหน้าทางทหารและวิกฤตพลังงานโลก
“สามฉากทัศน์ใน ฮอร์มุซ“ เมื่อสหรัฐ ‘คุมทาง’ จีน ‘ต้องใช้ทาง’ และอิหร่าน ‘อยู่บนทาง’”
สหรัฐเริ่มสกัดกั้นเรือเข้า-ออกท่าเรืออิหร่านผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะจีนประกาศต้องการเข้าถึงพลังงาน สร้างเกมมหาอำนาจสามเหลี่ยมที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง



